รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Morgan (2016) มอร์แกน ยีนส์มรณะ

15338836_1416847508346046_4098020275816098172_n

ว่าตามจริงพอเห็นตัวอย่างแล้วก็คิดถึงตอนจบได้เลยครับ กับพล็อตแนวทริลเลอร์ไซไฟที่ว่าห้องทดลองลึกลับห่างไกล ที่ทดลองมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ โดยตอนแรกการทดลองก็ดูจะน่าตื่นตา ก่อนที่สักพักสิ่งทดลองนั้นจะเริ่มเผยความน่ากลัวออกมา (นึกถึง Splice เลยครับ)

ครับ แม้พล็อตจะเดิมๆ ก็ตาม แต่ขอเพียงทีมงานปั้นหนังออกมาดีๆ ปรุงส่วนต่างๆ ให้พอเหมาะพอสม มันก็จะเป็นหนังที่น่าสนใจขึ้นมาได้ แต่สำหรับเรื่องนี้ ผลลัพธ์ถือว่าออกมากลางๆ ตามคาดครับ

หนังเปิดมาก็แนะนำให้รู้จักกับ มอร์แกน (Anya Taylor-Joy) มนุษย์ทดลองที่มีความผันผวนทางอารมณ์จนดูเป็นอันตราย และทางบริษัทที่ควบคุมการทดลองนี้ก็ส่ง ลี เวเธอร์ส (Kate Mara) มาเพื่อตรวจสอบว่าผลการทดลองมอร์แกนนี้ไปถึงระดับไหน และสมควรสนับสนุนต่อหรือไม่

ช่วงต้นก็ตามสูตรครับ มีฉากช็อคเรียกน้ำย่อย ก่อนจะเข้าเรื่อง เข้าส่วนแนะนำตัวละคร แนะนำสถานที่ จากนั้นความผิดปกติของมอร์แกนก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนพอถึงจุดหนึ่งความสยองก็เริ่มต้นแบบชัดเจน ทำให้คนที่เหลือต้องพยายามหนีหรือไม่ก็กำจัดมอร์แกน

จุดที่ถือว่าเป็นทั้งส่วนดีและจุดด้อยของหนังคือบรรยากาศครับ หนังมาพร้อมสไตล์ภาพแบบชวนให้นึกถึง Transcendence ประมาณว่าสรรพสิ่งในหนังดูทึม ดูไร้ชีวิตชีวาซึ่งในบางอารมณ์มันก็เสริมความน่าสนใจให้หนังได้ครับ แต่ยอมรับว่าพอดูบรรยากาศแบบนี้นานเกินไป มันก็ค่อยๆ แปลงเป็นความน่าเบื่อแทน

และระหว่างดูใจมันก็คิดตลอดน่ะครับว่า เดี๋ยวคนในสถานที่ทดลองแห่งนี้ก็ต้องตายแหงๆ เดี๋ยวมอร์แกนก็ออกฤทธิ์ เพราะบรรยากาศมันมาคุตลอด การดูช่วงต้นเรื่องมันเลยเหมือนนั่งรอไปงั้นๆ รอจนกว่าจะเกิดเหตุนรกแตก ซึ่งช่วงต้นเรื่องมันก็ไม่ได้มีปมอะไรให้ตามน่ะครับ ยิ่งมาเจอกับบรรยากาศทึมๆ ไร้ชีวิตแบบที่ผมบอก มันเลยเกิดแรงหนืดหนักขึ้นไปอีก

ขณะเดียวกันจังหวะการทิ้งปมของหนังก็ยังไม่เนียนครับ เพราะหนังมันก็จะมีความซับซ้อนอะไรเล็กน้อยในเรื่องเกี่ยวกับโครงการทดลอง ประมาณว่าตอนจบมีการเผยปมกะให้เราอึ้ง แต่เนื่องจากจังหวะการทิ้งปมระหว่างเรื่องมันเผยอะไรหลายอย่างเยอะไป จนไม่ยากที่เราจะคาดเดาถึงบทสรุปในตอนท้าย และพอตอนท้ายมาถึง มันเลยไม่อึ้งเท่าที่ควรน่ะครับ

ยอมรับว่าการพูดถึงหนังเรื่องนี้ยากอยู่ เพราะมันไม่ได้แย่แบบหนังเกรดบีครับ มันมีงานเทคนิคและออกแบบที่ดูดีได้มาตรฐานหนังสตูดิโอ ดาราที่มาเล่นก็ไม่ใช่โนเนม ไม่ว่าจะ Mara, Toby Jones, Michelle Yeoh, Jennifer Jason Leigh และ Paul Giamatti ซึ่งแต่ละคนก็เล่นได้ดีตามที่หนังเปิดโอกาสน่ะครับ

หรือดนตรีของ Max Richter แม้จะซ้ำทางหนังเรื่องอื่น แต่ก็ถือว่าพอเหมาะ งานภาพที่ออกมาก็สวยไม่เลว พวกภาพป่าเขาและลำน้ำก็เก็บรายละเอียดมาได้ดี องค์ประกอบหลายอย่างจริงๆ มันโอเคน่ะครับ แต่มาอ่อนพลังตรงบทและการเล่าเรื่องนี่แหละ ที่มันยังไม่สามารถกระตุ้นความน่าติดตามให้เกิดขึ้นได้

นี่ก็เป็นผลงานกำกับครั้งแรกของ Luke Scott ลูกชายของ Ridley Scott (แห่ง Alien, Blade Runner และ Prometheus) ซึ่งถ้ามองในแง่ว่า นี่คืองานเปิดตัวชิ้นแรก ก็ถือว่าไม่บวกแต่ก็ไม่ลบครับ ไม่ถึงกับแจ้งเกิดสำเร็จ แต่ก็ใช่จะเป็นงานที่ไม่มีของดีอยู่เลย

ถ้าจะมีฉากไหนที่ชอบก็คงเป็นฉากที่มอร์แกนคุยกับ ดร.อลัน (Giamatti) ฉากที่ว่ามันกดดันดีครับ จะว่าลุ้นก็ไม่เชิง เพราะรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันจะไปจบลงตรงไหน แต่แค่ลุ้นเล็กๆ ว่ามันจะถึงจุดพีคเมื่อไร ถือเป็นฉากที่ดูโอเคสุดแล้วล่ะ

สรุปว่าหนังออกมากลางๆ ครับ ไม่มีอะไรหวือหวา ฉากน่ากลัวก็พอมี แต่ไม่ถึงกับสยองมากมายอะไร หากใครเป็นคอแนวนี้แล้วอยากลองลิ้มก็ไม่มีปัญหาครับ ขอเพียงไม่คาดหวังก็น่าจะพอไหว แต่ตัวผมเองขนาดลดความคาดหวัง ยังแอบเนือยเลยครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

 

Advertisements