รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Bitter Harvest (2017) รักในวันรบ

22792549_1810733055624154_7554394662208908263_o

ถ้ามองถึงประเด็นที่หนังนำมาเล่านั้น ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจทีเดียวครับ เพราะไม่ค่อยเห็นเขาเอามาเล่ากันสักเท่าไร ทั้งที่เหตุการณ์นี้ก็เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ไม่แพ้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวเลย

เหตุการณ์ในเรื่องมีชื่อเรียกว่า มหาทุพภิกขภัย (Holomodor) ซึ่งเกิดขึ้นที่ยูเครน ในยุคสมัยที่โจเซฟ สตาลินครองอำนาจในสหภาพโซเวียต และดำเนินนโยบายบีบคั้นชาวยูเครนจนประชาชนต้องเดือดร้อนไปทั่ว

Holomodor ก็คือภาวะความอดอยากครับ ว่าง่ายๆ คือนโยบายของสตาลินทำให้ชาวบูเครนอดอยากยากไร้ ไร้ทั้งอาหาร ไร้ทั้งเสรี บ้างก็ไร้ที่อยู่อาศัย จนกล่าวกันว่าจากเหตการณ์นี้ทำให้มีชาวยูเครนอดอยากล้มตายไปเกือบ 10 ล้านชีวิต

ครับ อย่างที่บอกว่าเหตุการณ์นี้น่าสนใจดี ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่าก็ถูกบอกเล่าผ่านเรื่องราวของยูริ (Max Irons) ศิลปินหนุ่มที่สูญเสียหลายสิ่งไปเพราะความโหดร้ายของทหารโซเวียต จนพอถึงจุดหนึ่งเขาเลยหันไปเข้าร่วมกับพวกกบฎเพื่อต่อต้านความโหดร้ายที่เขาและคนอื่นๆ ต้องทนรับ

จุดเด่นอย่างแรกคือภาพสวยๆ ครับ ครึ่งแรกของหนังมีวิวสวยๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะทุ่งเขียวขจี ต้นไม้ใบหญ้าหลากสี และสายน้ำใสแสนงาม ถ้าใครชอบวิวสวยๆ ก็น่าจะโดนใจมากอยู่ครับ เพราะครึ่งแรกมีภาพงามๆ เยอะมาก

แต่ครึ่งหลังก็ต้องทำใจครับ เมื่อเรื่องเริ่มเข้าสู่จุดหม่นมืด เมื่อยูริต้องเข้าร่วมกับขบวนการต่อต้าน เราก็จะได้เห็นความอึดอัด ความแห้งแล้ง และความยากไร้แทน ซึ่งก็ทำให้หดหูได้ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเราเห็นบ้านเมืองที่อุดมสมบูรณ์ก่อนที่มันจะยากไร้จนแทบไม่เหลืออะไร… ขนาดเราไม่ใช่คนยูเครนยังอดสะเทือนใจไม่ได้เลยครับ

ดาราหลักๆ อบ่าง Irons ก็ทำหน้าที่ไดโอเคครับ เพียงแต่หากว่ากันจริงๆ แล้วเขายังไม่เด่นมาก ยังไม่มีรัศมีมากพอที่จะเป็นดารานำที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ ส่วนนางเอกรับบทโดย Samantha Barks ที่หลายคนคงคุ้นหน้าจาก Les Miserables รายนี้ก็ถนัดกับบทรันทดทำนองนี้อยู่แล้วครับ

ส่วนดาราสมทบก็มีระดับลายครามอย่าง Terence Stamp แล้วก็มีระดับคุ้นหน้าอย่าง Barry Pepper ซึ่งแต่ละคนก็เล่นได้ดีครับ เพียงแต่บทจะไม่ถึงกับเยอะนัก ยอมรับว่าระหว่างดูนี่ก็อดคิดไม่ได้ว่าหากให้ดาราที่มีชื่อและเด่นกว่า Irons มารับบทจะทำให้หนังออกมาน่าดูกว่านี้ไหม

ประเด็นสาระในเรื่องก็สะท้อนความจริงของโลกได้ครับ จริงที่มันคือเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยจางหายไปจากโลก มันยังคงเกิดวนเวียนอยู่ไม่ที่ไหนก็สักที่ เรื่องวังวนของอำนาจ การแย่งชิง การปกครอง การเบียดเบียน การจำกัดสิทธิ์ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นธรรมชาติของคนได้ดีครับ เราคือสิ่งมีชีวิตที่พยายามเอาตัวรอดเหมือนสัตว์อื่นๆ บนโลก แต่เราดูเหมือนจะดีกว่าเพราะเรามีระบบความคิด เรามีภาษา เรามีการสื่อสารถึงกัน มีกฎระเบียบและอะไรอีกหลายๆ อย่างที่ผมเชื่อว่ามันถือกำเนิดขึ้นเพื่อทำให้ชีวิตคนดีขึ้น มีระบบระเบียบมากขึ้น และลดปัญหาต่างๆ ให้น้อยลง

แต่ทุกสิ่งที่คนสร้างขึ้นมันก็มีช่องโหว่และความไม่สมบูรณ์เสมอครับ กฎกติกาหรืออำนาจต่างๆ หากใช้ในทางที่ดีก็จะได้ผลแบบหนึ่ง แต่หากใช้ไปอีกทางเราก็จะได้เห็นผลแบบหนึ่ง ซึ่งหากมันเป็นเรื่องราวในหนังก็ว่าไปอย่างครับ เพราะมันไม่ได้เกิดกับเรา แต่เมื่อเราที่เราได้รับผลจากเรื่องพวกนี้ เราเองก็คงมีข้อคำถามเต็มสมองเหมือนกัน

เอาเป็นว่าโดยรวมหนังมีประเด็นที่ดีครับ น่าสนใจดี การถ่ายภาพก็ถือว่าสวยน่าพอใจ แต่การเล่าเรื่องและการนำเสนอยังไม่ลื่นเท่าไร เลยทำให้หนังอาจจะดูไม่เพลินนัก เอาเป็นว่าใครชอบหนังแนวประวัติศาสตร์ จะดูเพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ก็ได้ครับ แต่อย่าตั้งความหวังมากไปก็พอ ส่วนใครไม่ชอบแนวชีวิตผสมประวัติศาสตร์แบบนี้ ก็ผ่านไปได้เลยครับ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements