Action

xXx: Return of Xander Cage (2017) xXx ทลายแผนยึดโลก

16114644_1499100323454097_7636343108267058061_n

ดู xXx มาทั้ง 2 ภาคครับ แล้วก็ออกตัวเลยว่าไม่ได้เป็นแฟนของหนังชุดนี้ คือดูได้เรื่อยๆ น่ะครับ แต่มันอาจจะไม่แนวสำหรับผมเท่าไร (ซึ่งก็แอบแปลกใจเพราะปกติชอบหนังแนวสายลับตะบันกู้โลกแบบนี้ออก) ดูไปภาคละรอบเท่านั้นเองครับ

สำหรับภาคนี้ ก็ดูได้เพลินๆ อีกนั่นแหละครับ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย ดังนั้นในเบื้องต้น ผมว่าถ้าใครเป็นแฟนหนังชุดนี้ก็ไม่ต้องสนสิ่งที่ผมจะเขียนหรอกครับ เพราะท่านน่าจะสนุกกับภาคนี้ได้อยู่ไม่มากก็น้อย

เพราะหลายอย่างก็มาแนวทางเดียวกันกับภาคก่อนๆ ครับ ครบทั้งตัวละครเกรียนๆ ฉากบู๊โม้สะบัด โดดกลิ้งวิ่งโต้คลื่นกันแบบไม่สนกฎแรงโน้มถ่วงของโลก และที่สำคัญคือแซนเดอร์ เคจ (Vin Diesel) กลับมาลุยแบบเป็นเรื่องเป็นราวอีกหน (หลังจากภาค 2 พี่ Vin แกไม่กลับมาเล่น เลยมีการเขียนบทว่าพี่แกตายไปแล้ว)

ภาคนี้พี่ผู้พันแซนเดอร์ เอ้ย พี่แซนเดอร์ เคจ ณ xXx ของเรากลับมาลุยผู้ร้ายอีกหน เมื่อคนของทางการนามว่า เจน มาร์ก (Toni Collette) คาบข่าวมาบอกว่าตอนนี้มีพวกเหล่าร้ายนำโดย ชาง (Donnie Yen) มาขโมยอุปกรณ์ควบคุมดาวเทียมไป

ซึ่งอานุภาพของเครื่องนี้ก็เปรียบได้กับกล่องแพนโดร่ามหาประลัยที่สามารถคุมให้ดาวเทียมตกพุ่งลงมาถล่มจุดต่างๆ ของโลกได้ตามต้องการเลย งานนี้ xXx ก็เลยต้องหาทางแทรกซึมไปชิงเอาเครื่องที่ว่านี่กลับมา

ผมดูภาคนี้แบบไม่คาดหวังครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่อยๆ กับ 2 ภาคแรก ซึ่งก็บอกได้ว่าโอเคกับภาคนี้มากกว่าภาค 2 ครับ มันก็ดูได้เรื่อยๆ มีฉากหวือหวาให้ดูเรื่อยๆ แต่ยอมรับว่าครึ่งแรกยังไม่ถึงกับอะไรมากครับ จังหวะการเล่าเรื่องยังไม่เร็วเท่าไร

อันว่าความเพลินมันมาเยอะหน่อยก็ตอนครึ่งหลัง เมื่อแซนเดอร์ เคจได้เจอกับชางและพรรคพวกครับ มันจะมีทั้งฉากบู๊เสี่ยงตายและเนื้อเรื่องที่พลิกผันไปมาเสิร์ฟขึ้นจอไปจนจบ ซึ่งจริงๆ เรื่องที่ว่าพลิกผันนี่ก็พอเดาได้น่ะนะครับ แต่อย่างน้อยการเล่าเรื่องก็ทำได้โอเค (ส่วนหนึ่งคงเพราะมันมีเรื่องให้เล่ามากกว่าครึ่งแรกน่ะครับ ดีกรีความน่าติดตามเลยเพิ่มขึ้น)

ถ้าให้นิยามภาคนี้น่ะนะครับ มันเหมือนเป็น xXx ที่ยำเอา Mission: Impossible มาเจอกับ The Expendables ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วผมว่าไม่เลวนะ อย่างที่บอกครับว่าครึ่งแรกมันเดิมๆ ให้พี่แซนเดอร์ไปคั่วสาวๆ บ้าง ไปทำเท่ห์บ้าง แต่ไม่มีประเด็นให้ติดตามแบบเต็มๆ มันเลยออกแนวเรื่อยๆ แต่พอครึ่งหลัง เริ่มมีตัวละครหลากหลาย ความน่าสนใจมันเลยเพิ่มตามมา

ลึกๆ ผมว่าทีมงาน (รวมถึงพี่ Vin) แกวางแผนทำภาคต่อนะครับ สูตรก็ประมาณเดียวกับ Fast เลย คือมีปฏิบัติการให้ทำไปเรื่อยๆ แล้วก็มีตัวละครมาแจม ทั้งหน้าใหม่หน้าเก่า ชนิดที่หากมีการทำต่อจริงๆ สุดท้ายเราก็จะได้ครอบครัว xXx มาประดับวงการเพิ่มอีกหนึ่งครอบครัว ซึ่งหากทำได้จริงก็น่าจะเข้าท่าครับ แต่กับภาคนี้อารมณ์ครอบครัวก็ยังไม่ถึงกับก่อตัวเท่าไร ทว่าก็ไม่แปลกครับเพราะใน Fast กว่าอารมณ์ครอบครัวจะได้ที่ก็ปาไปตั้งหลายภาคแน่ะ

เอาเข้าจริงๆ แล้วผมว่าจุดเด่นของหนังคือสีสันของตัวละครอย่างแซนเดอร์กับชาง และรายที่ผมเทใจให้เลยคือ เบ็คกี้ ที่แสดงได้โคตรลื่นโดย Nina Dobrev (ซีรี่ส์ The Vampire Diaries) ผมยกให้เป็นตัวละครเด่นของเรื่องเลยนะ พล่ามเยอะ น่ารัก ฮาด้วย เสน่ห์มาเต็มจริงๆ

ส่วนพี่จาของเรา ใน Fast แก Too Slow ส่วนเรื่องนี้แกก็โดนหาว่า You’re Late ครับ ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรนะ แต่พอมองดีๆ มันเหมือนทีมงานตั้งใจแซวแกนะ เพราะจริงๆ พี่แกเร็วมากๆ ในเชิงลีลาคิวบู๊ ก็เลยเอาคำว่าช้าว่า Late นี่แหละมาตัดกับคาแรคเตอร์ ซึ่งก็จัดว่าเข้าท่าดี แต่หากถามถึงความเด่นแล้ว ก็อาจไม่เยอะครับ แต่อย่างน้อยฉากเปิดตัวแกก็พลิ้วสะบัดลายได้น่าจดจำดี

โดยรวมแล้วก็ดูได้เพลินๆ ครับ ผมมาเพลินมากหน่อยตอนหลังๆ ตอนได้เห็นตัวละครหลายๆ ตัวมารวมกัน ซึ่งที่ชอบก็เพราะได้เห็นการรวมดาวนี่แหละ ในขณะที่การเล่าเรื่องอาจยังไม่ถึงกับเจ๋งเต็มที่ ก็ถือว่าผู้กำกับ D.J. Caruso ยังคืนฟอร์มได้ดีเท่าที่ควรครับ

จะมีภาคต่อหรือไม่ก็คงต้องดูกันต่อไปครับ เพราะรายได้ในอเมริกาคาดว่าคงไม่คืนทุน (เปิดตัว $20 ล้านเท่านั้น) แต่ยังดีที่ตลาดนอกอเมริกายังวิ่งอยู่ (ได้ไป $50 ล้านแล้วครับ) ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)