Action

The Hunter’s Prayer (2017) ล่าคนระอุ

21231808_1751969818167145_876435032609997367_n

ดูหนังเรื่องนี้แล้วผมนึกย้อนไปเมื่อสักเกือบ 10 ปีก่อนครับ จำได้ว่า Sam Worthington สมัยนั้นฮ็อตเอาเรื่อง ทำแฮตทริกมีหนังเข้าป้ายร้อยล้านตั้ง 3 เรื่องติดๆ กัน (Terminator Salvation, Avatar และ Clash of the Titans) แล้วหลังจากนั้นก็มีงานนำเดียวมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

ส่วนทุกวันนี้ผลงานก็มีขึ้นมีลง ก็ได้แต่รอ Avatar น่ะครับ เพราะพี่แกได้เล่นยันภาค 5 แน่นอน ดังนั้นชื่อก็อาจกลับมาร้อนอีกหน (ถ้าหนังปัง ซึ่งจริงๆ มันก็น่าจะปังอยู่แล้วล่ะ) ระหว่างนี้ก็ชมผลงานเรื่องใหม่ของพี่แกไปพลาง อย่างเช่น The Shack และเรื่องนี้เป็นต้น (แต่โดยส่วนตัวผมเชียร์ให้ดู The Shack ก็พอครับ 555)

เรื่องของ เอลล่า (Odeya Rush) สาวน้อยที่โดนคนกลุ่มหนึ่งตามล่าเอาชีวิต แต่ในช่วงเวลาวิกฤตินั้นเองก็มีชายลึกลับ นามว่าลูคัส (Sam Worthington) โผล่มาปกป้องและพาเธอหนีให้พ้นจากดงกระสุน

แล้วหลังจากนั้นหนังก็เปิดเผยให้เราทราบน่ะครับว่าลูคัสคือใคร มาช่วยเอลล่าทำไม แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาตัวรอดและจัดการกับคนที่บงการให้เก็บเอลล่าและครอบครัว

พล็อตชวนให้นึกถึง The Replacement Killers ครับ แนวเดียวกันเลย นักฆ่าที่ไม่ลงมือตามคำสั่งของนาย แล้วก็หันมาปกป้องเป้าหมาย จนส่งผลให้ตนต้องเป็นศัตรูกับนาย แล้วนายก็ส่งนักฆ่าคนอื่นๆ มาไล่ล่าพวกเขาต่อ มันมาสูตรเดียวกันจริงๆ

ถ้าถามว่าหนังสนุกไหม ก็ว่าตามจริงเลยครับว่าไม่ได้น่าจดจำอะไรมาก โอเคครับมาว่ากันถึงของดีก่อน ของดีของหนังผมยกให้กับงานโปรดักชั่นที่ดีงามดูมีฟอร์ม ฉากอย่างปราสาทเก่าแก่หรือวิวหน้าผาริมทะเลสวยๆ นี่เป็นอะไรที่อร่อยตาดีแท้

ด้วยฉากที่ดูดี และมุมกล้องที่ให้อารมณ์แบบหนังมีฟอร์มก็ทำให้หนังดูโอเคในระดับหนึ่งครับ แต่ทว่าตัวบทมันไม่มีอะไรมาก อันที่จริงต้องบอกว่าปมที่หนังเหมือนจะเก็บไว้นั้น ได้รับการเฉลยตั้งแต่ก่อนครึ่งแรกซะอีกครับ ที่เหลือก็แค่ตามดูว่าลูคัสกับเอลล่าจะเอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ได้ยังไง และสุดท้ายเรื่องมันจะไปจบลงตรงไหน

อย่างที่บอกครับว่างานภาพถือว่ามีฟอร์ม แต่บทหนังธรรมดา ยิ่งถ้าใครคาดหวังแอ็กชันก็ต้องทำใจมากขึ้นครับเพราะมันไม่ได้มีแอ็กชันมันส์ๆ หรือเร้าใจอะไรเลย ไปๆ มาๆ Unlocked ที่ผมว่าธรรมดาแล้ว เมื่อมาเทียบกับเรื่องนี้กลายเป็นว่า Unlocked ดูโอเคกว่ากันเยอะ

แล้วผมก็มองย้อนไปถึง The Replacement Killers ว่าตามจริงเรื่องนั้นบทอ่อนมากนะครับ แต่หนังมันเท่ห์ และอย่างน้อยที่สุดฉากแอ็กชันก็ทำได้มันส์ดี มีลีลาเร้าใจมาผสมทำให้แม้หนังจะบทอ่อน แต่ยังดูเพลินแบบอร่อยตาไปได้จนจบ (พูดถึงแล้วว่าจะเอามาดูซ้ำอีกสักรอบ)

แต่กับเรื่องนี้ บทไม่มีอะไร ความตื่นเต้นชวนลุ้นก็ไม่มีอะไร แอ็กชันก็ไม่มีอะไร หรือมิติของตัวละครก็ไม่มีอะไรอีกเช่นกันครับ ทุกอย่างดูเรื่อยๆ จนออกจะแอบอึ้งเหมือนกันเมื่อตระหนักว่าหนังเรื่องนี้กำกับโดย Jonathan Mostow แห่ง Breakdown, U-571 และ Terminator 3: Rise of the Machines

จริงๆ หนังไม่เน้นแอ็กชันก็ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยการตามปม หรือความระทึกขวัญหากมันมีอะไรพวกนี้หนังก็ยังพอมีอะไรให้ตาม แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ระทึกอะไร แล้วบางฉากผมยังฮาเลยครับ อย่างตอนที่มีเอลล่านั่งรถมากับตัวละครหนึ่ง แล้วตัวละครนั้นก็ทำท่าจะถามโน่นถามนี่ ถามแบบที่เราเดาได้เลยว่า “อ๋อ สรุปคือเป็นฝ่ายผู้ร้ายใช่ไหม” (อย่าว่าแต่คนดูครับ เอลล่าเองยังรู้เลย 555)

แต่หนังก็มีประโยคดีๆ อย่าง “เมื่อเธอทำลายชีวิตคนอื่น มันจะย้อนกลับมาทำลายชีวิตเธอเอง” ก็เป็นวาทะที่เข้าท่าดีครับ แต่หากว่ากันโดยรวม หนังไม่มีอะไรน่าจดจำ จนผมอยากจะแนะนำให้ตามไปดูผลงานเก่าๆ ของ Mostow ดีกว่าครับ มันกดดันลุ้นระทึก สาแก่ใจกว่ากันเยอะ ^_^

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

 

Advertisements