รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Meddler (2015) จอมจุ้นคุณแม่

14444989_1341209895909808_6611290312702895128_o

หนังดราม่าผสมตลกที่ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นสไตล์ “แม่ๆ ลูก” แต่เอาเข้าจริงแล้วหนังมาเน้นที่ตัวคุณแม่ครับ ส่วนคุณลูกออกแนวบทสมทบเสริมเรื่องราวมากกว่า

เรื่องของ มาร์นี่ย์ (Susan Sarandon) คุณแม่ที่สูญเสียสามีไป เธอเลยพยายามหาอะไรทำให้มากที่สุดเพื่อคลายความรู้สึกเศร้าในใจ หนึ่งในนั้นคือการแสดงความเป็นห่วงลูกแบบมากมาย จนลูกสาวที่ชื่อ ลอรี่ (Rose Byrne) รู้สึกอึดอัดครับ

และประจวบเหมาะกับที่ลอรี่เลิกกับแฟนด้วย ลอรี่เลยไม่อยากให้แม่มาย่งกับชีวิตเธอให้มากเกินไป อันทำให้มาร์นี่ย์ต้องหาทางออกด้วยการไปทำอย่างอื่น (เช่น ไปดูแลเพื่อนของลอรี่, ไปดูแลคนอื่น, ไปทำสิ่งที่ยังคั่งค้างเกี่ยวกับสามี) แทน

ครับ ตัวหนังออกมาในโทนเบาๆ ไม่ได้หนักมาก แต่ก็ไม่ได้ชวนขำอะไรขนาดนั้น คือออกมาพอยิ้มๆ น่ะครับ แต่ถ้าว่ากันจริงๆ แล้วตัวหนังถือว่าเทน้ำหนักไปที่ดราม่ามากอยู่เหมือนกัน ผิดจากที่คาดไว้ว่ามันน่าจะมีความตลกมากกว่านี้

จุดเด่นของหนังก็ต้องยกให้การแสดงของ Sarandon นั่นแหละครับ เธอยังคงเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่แสดงหนังได้ดี ทั้งเรื่องนี่เรียกว่าเธอเอาอยู่ครับ ฉากถ่ายทอดความจุ้นแบบแม่ๆ ก็ออกมาพอดี น่ารัก แต่ขณะเดียวกันก็แอบถ่ายทอดอารมณ์ “เศร้า” จากความสูญเสียได้อย่างดี

ผมชอบฉากตอนเธอนั่งเครื่องบินน่ะครับ อารมณ์ตอนนั้นมันถึงไม่น้อยทีเดียว ดูแล้วก็สงสารตัวละครมาร์นี่ย์เหมือนกันครับ เธอคือผู้หญิงที่สูญเสียคู่ชีวิตไป ลูกสาวก็ยังไม่พร้อมให้เธอเข้าใกล้ (เนื่องจากตัวลูกเองก็ยังไม่มั่นคงทางใจเหมือนกัน) เธอเลยพยายามหาอะไรทำ แต่การทำสิ่งเหล่านั้นก็ออกแนวว่าเธอทำให้ตัวเองยุ่งมากๆ เข้าไว้ จะได้ไม่ต้องมีเวลาว่างมานึกคิดถึงเรื่องเศร้าๆ

แต่ต่อให้เธอทำอะไรมากแค่ไหนก็เถอะ มันก็ต้องมีนาทีที่เธอไม่ได้ทำอะไร นาทีที่เธอนั่งนิ่งๆ (อย่างบนเครื่องบิน) แต่ท่ามกลางสภาวะอันโดดเดี่ยวนั้น ความรู้สึกเจ็บปวดที่แฝงอยู่ในส่วนลึกก็ค่อยๆ สำแดงฤทธิ์ออกมาจนได้

ถ้าให้พูดตรงๆ แล้วหนังไม่ได้มีอะไรโดดเด่นขนาดต้องดูครับ แต่เพราะการแสดงดีๆ ของ Sarandon นี่แหละที่ทำให้หนังน่าสนใจไปตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะถ้าว่ากันในแง่บทแล้ว มันก็ออกแนวเรื่อยๆ มันไม่ได้พีคหรือน่าสนใจอะไรขนาดนั้น

ดาราสมทบอย่าง Byrne ก็ทำได้ดีครับ เพียงแต่บทไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำอะไรมาก เช่นเดียวกับดาราออสการ์อย่าง J.K. Simmons ที่เล่นดีเหมือนเดิม แต่บทไม่ได้ทำอะไรเท่าไร ก็แอบเแปลกใจเหมือนกันเพราะตอนแรกบทนี้เหมือนจะมีอะไรนะ แต่ไปๆ มาๆ ก็ยังแย่งซีน Sarandon ไม่ได้อยู่ดี

เนื้อหาของหนังจริงๆ ก็น่าสนใจครับ เพียงแต่การถ่ายทอดนำเสนออาจยังไม่แม่นนัก ซึ่งก็เป็นงานกำกับหนังใหญ่ชิ้นที่ 2 ของ Lorene Scafaria (เรื่องแรกคือ Seeking a Friend for the End of the World ครับ)

หนังก็ชี้ชวนให้เราตระหนักถึงเรื่องการพยายามหาทางออกให้กับตนเองเมื่อเจอเรื่องเศร้า เมื่อเผชิญกับความสูญเสีย ซึ่งสิ่งที่มาร์นี่ย์ทำก็ถือว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชมล่ะครับ เธอพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้า เธอพยายามห่วงใยคนให้มากที่สุด

ในแง่หนึ่งเธออาจจะต้องการให้ใครสักคนห่วงเธอแบบนั้นบ้าง ซึ่งกับบางคนก็ห่วงเธอตอบครับ เพียงแต่สุดท้ายแล้ว เธอก็ต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ เพราะมีแต่ตัวเธอเท่านั้นแหละ ที่จะอยู่เคียงข้างตัวเองไปจนหมดลมหายใจ

เป็นหนังที่น่าสนใจดีครับ ใครชอบหนังดราม่าแนวนี้หรือชอบการแสดงของ Sarandon ก็แนะนำให้ชมเลยครับ แต่ถ้าคาดหวังหนังตลกโปกฮาล่ะก็ คงต้องปรับใจก่อนดูนิดหนึ่งครับ ^_^

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements