รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Our Brand Is Crisis (2015) สู้ไม่ถอย ทีมสอยตำแหน่งประธานาธิบดี

14567585_1343762378987893_2156464956735776686_o

จู่ๆ ผมก็หยิบหนังเรื่องนี้มาดู (หลังจากเอามาดองไว้นานพอดู) ระหว่างดูก็ถามตัวเองว่าอารมณ์ไหนถึงอยากดู แล้วก็พอจะได้คำตอบเลาๆ ว่า สงสัยคงเพราะเห็นข่าวเลือกตั้งของสหรัฐบ่อยมั้ง

หากว่ากันแบบคร่าวๆ แล้วหนังไม่ได้เจ๋งขนาดห้ามพลาดครับ แต่ถ้าถามว่าโอเคไหม ผมก็คิดว่าคอหนังดราม่าการเมืองน่าจะโอเคอยู่ เพราะหนังมันก็มีประเด็นอะไรให้คิดเหมือนกัน

หนังอิงเหตุการณ์มาจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีของโบลีเวียเมื่อปี 2002 ครับ พล็อตหลักว่าด้วยการหาเสียงเพื่อชิงเก้าอี้ ปธน. โดย Bullock รับบท เจน โบดีน ที่ปรึกษาที่อดีตประธานาธิบดีเปโดร คาสเตลโล (Joaquim de Almeida) จ้างมาช่วยเหลือตน

จะว่าไปก็เหมือนตลกร้ายนะครับ คือตัวหนังว่าด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อหาเสียงเพื่อชิงชัย แต่ตัวหนังกลับพลาดอย่างรุนแรงในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองครับ เมื่อทีมโปรโมทหนัง กลับโปรโมทมันในฐานะหนังตลกเบาสมอง ทั้งๆ ที่ตัวหนังจริงๆ มันคือหนังการเมืองที่จริงจัง อาจมีมุมเบาสมองบ้าง แต่ไม่ใช่หนังตลกแน่นอน

และเพราะแบบนั้นหนังเลยเจ๊งครับ ก็เล่นประชาสัมพันธ์บอกชาวบ้านแบบหนึ่ง แต่หนังดันเป็นอีกแบบหนึ่ง คนที่อยากดูหนังตลกก็ขำค้างกันไป ในขณะที่คอหนังการเมืองจริงจังก็ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าเป็นหนังล้อเลียน… รายได้เลยทำไปแค่ $7 ล้าน จากทุนสร้าง $28 ล้าน เรียกว่าดับสนิทเลยล่ะครับ

แล้วตัวหนังเป็นยังไง? โดยรวมก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ สำหรับหนังการเมืองครับ จริงๆ ช่วงต้นน่าสนใจนะ เราจะได้เห็นเจนโชว์ความสามารถในการวางหมากเพื่อพิชิตใจประชาชน แต่ไม่ใช่หมากประเภททำให้คนรักและชื่นชมในตัวเปโดร

ชื่อเรื่องที่ว่า Our Brand Is Crisis ก็คือแผนที่เจนใช้น่ะครับ เธอเลือกที่จะทำให้คนหันมาลงคะแนนให้เปโดร ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะกลัว (กลัวในวิกฤติประเทศ กลัวในความไม่มั่นคง) ดังนั้นยิ่งคนในชาติกลัวเท่าไร ผู้นำที่เป็นนักสู้และกร้าวแกร่งก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนสนใจมากขึ้น

ช่วงต้นเราก็จะได้เห็นการเดินเกมและแก้เกมของเจน ซึ่งก็น่าสนใจดีครับ แต่พอตอนกลางๆ หนังก็เริ่มเรื่อยๆ ไม่ได้มีการเฉือนคมทางการหาเสียงดังที่คาดไว้ (ช่วงกลางๆ นี่แหละที่บางทีก็มีฉากเบาๆ ขำๆ แทรกลงมา… ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่จำเป็นนะ)

กระนั้นผมก็ยังคาดหวังว่าตอนท้ายมันจะมีอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นบ้าง อย่างฉากดีเบทระหว่างผู้สมัคร ตอนแรกผมก็นึกว่าจะมีอะไรดีๆ นะ แต่ที่ไหนได้กลับไม่มีอะไรเลย และในตอนท้ายสุด บทจะประกาศผลเลือกตั้งก็ประกาศกันเลย ไม่ได้มีการวางเรื่องให้เราลุ้นว่าใครจะได้เก้าอี้ไป ไม่ได้มีการเชือดเฉือนอะไรเลย คนชนะก็ชนะซะอย่างนั้น

ครับ ในฐานะหนังการเมือง ในแง่ความเข้มข้นแล้วถือว่าไม่มากเท่าไร แต่ในแง่การแสดงแล้ว Bullock เล่นได้ดีครับ ยิ่งฉากท้ายๆ นี่เธอว่าสื่ออารมณ์ได้ดีเลยล่ะ ดาราคนอื่นๆ ก็เล่นกันดีครับ แต่คาแรคเตอร์ของแต่ละคนมันไม่เด่นเท่าไรนัก พอมาบอกกับพล็อตที่เข้มข้นไม่มากแล้ว หนังเลยดู “มีอะไรดีๆ แต่ยังไม่ถึงจุดที่น่าพอใจ”

แต่อย่างน้อยประเด็นที่เอามากล่าวถึงก็เจ็บดีครับ อย่างประโยคที่เจนพูดตอนต้นเรื่องว่า “ตอนฉันเริ่มเข้าวงการนี้ฮีโร่ของฉันคือพวกผู้นำและนักการเมือง แต่พอได้เจอตัวจริง… ก็เป็นอันจบ” มันสะท้อนความจริงได้ดี (ผมเชื่อว่าใครหลายคนก็อารมณ์นี้เหมือนกันนะ)

“นี่แหละโลกการเมือง เต็มไปด้วยคำสัญญา แต่สุดท้ายมันก็เท่านั้น” ประโยคนี้ก็แทบจะเป็นสัจธรรมไปเลยเหมือนกัน มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ตอนเลือกตั้งนักการเมืองจะพูดสัญญาไปเรื่อย ครั้นพอได้เป็นก็จะยังยืนยันแบบนั้นอยู่ (แต่กลับไม่เห็นจะปฏิบัติตามนั้นเลยแฮะ)

สรุปว่าเป็นหนังการเมืองที่มีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง แต่ผลที่ได้กลับออกมากลางๆ ครับ คือไม่ได้ย่ำแย่เลวร้าย แต่ก็ยังดีได้อีกเยอะเลย ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements