Action

Revolt (2017) สงครามจักรกลเอเลี่ยนพิฆาต

20294408_1718366311527496_3847597526252934070_n

เรื่องนี้ดูไปสักพักก็ชวนให้นึกถึง Edge of Tomorrow ผสม The Bourne Identity ครับ ประมาณว่าตัวเองตื่นมาแล้วเบลอๆ จำอะไรไม่ได้ แล้วก็ต้องมาฝ่านรกเอาตัวรอดจากสารพัดหายนะที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา

แรกๆ ผมก็นึกว่ามันจะเน้นไซไฟผสมแอ็กชัน แต่เอาเข้าจริงกลิ่นอายไซไฟยังไม่ชัดเท่าไรครับ และในแง่หนึ่งก็ชวนให้นึกถึงหนังเกรดบีที่ฉากหลังมักเป็นผืนดินผืนทรายโล่งๆ (ระหว่างดูก็นึกถึง Nemesis ขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง)

Lee Pace รับบทเป็นพระเอกครับ หลายท่านอาจจำไม่ได้ว่าพี่แกคือโรแนน ตัวร้ายใน Guardian of the Galaxy (ซึ่งก็ไม่แปลกหากจำไม่ได้ เพราะเรื่องนั้นเมคอัพซะ) แล้วอีกบทที่เด่นคือ ธรันดูอิล แห่งไตรภาค The Hobbit แต่สำหรับผมแล้ว หนังเรื่องแรกที่ทำให้ผมจำเขาได้ต้องยกให้ The Fall หนังแฟนตาซีชั้นดีของ Tarsem Singh

ในแง่การแสดงแล้ว ผมว่าเขาก็เล่นได้ดีครับ เพียงแต่ด้านอารมณ์อาจยังไม่เด่นเท่านั้นเอง แต่หากเน้นแอ็กชันสายลุยผมว่าพี่แกทำได้โอเค อย่างเรื่องนี้แม้หนังมันจะไม่เด็ดอะไรมาก แต่บทตัวเอกของ Pace ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พอจะประคองหนังได้

แล้วก็แปลกดีครับที่เดือนนี้ผมได้ดูหนังที่ Bérénice Marlohe เล่นเป็นนางเอกถึง 2 เรื่อง นั่นคือเรื่องนี้แล้วก็ Kill Switch ซึ่งผมก็ยังคิดเหมือนเดิมครับ คือคิดว่าเธอน่ะเล่นได้ดี และเธอสวยคมดูมีเสน่ห์

ลึกๆ ก็เอาใจช่วยเธอนะ อยากให้ได้เล่นบทที่ส่งๆ แต่ดูเหมือนบทในหนังไซไฟสไตล์นี้จะไม่รุ่งเท่าไร แม้จะเล่นได้ดีแค่ไหนก็เถอะ (โดยส่วนตัวผมว่าเธอเด่นกว่า Pace อีกนะ ในบางฉากน่ะ) ตอนนี้เริ่มคิดไปว่าถ้าเธอเล่นเป็นหนังพีเรียด แต่งตัวดีๆ แล้วอาจจะขึ้นกว่าก็ได้

ในเรื่องว่าด้วยเหล่าทหารที่ต้องปกป้องโลกจากการรุกรานของเอเลี่ยนจักรกลครับ ซึ่งมันก็ออกจะลงสูตรเดิมๆ คือมีแอ็กชันแทรกเป็นพักๆ มีดราม่ากลางสนามรบบ้าง แล้วตอนจบก็ต้องมีอะไรซับซ้อน หักมุมเล็กๆ น้อยๆ

ถ้าว่ากันแบบตรงๆ แล้ว หนังไม่มีอะไรพิเศษครับ พล็อตเดาได้ไม่ยาก ความสนุกก็ไม่มากไม่มาย รอดูแผ่นก็ได้ไม่เสียหายแต่อย่างใด

แต่สิ่งที่ทำให้มานั่งคิดหลังดูจบคือ วงจรแบบนี้กลับมาอีกแล้วแฮะ วงจรที่มีการเอาหนังเกรดบีมาเข้าโรงแบบนี้ มันชวนให้นึกถึงสมัยก่อนตอนหนังสัตว์โลกน่ารักมันบูมๆ น่ะครับ ทั้ง Python, Shark Attack หรือ Crocodile อะไรเทือกนั้น ประมาณว่าเอามาฉายแล้วเผื่อฟลุคทำเงินขึ้นมา อย่างหนังที่ผมบอกไปเนี่ย ทำเงินหลักล้านไปเหมือนกันนะครับ

มันคือวงจรที่ไม่มีวันจบครับ หนังที่จะเข้าโรงบ้านเราก็มักจะต้องเป็นหนังที่ “น่าจะทำเงิน” ซึ่งด้วยความที่บ้านเรามักจะถูกกับหนังแอ็กชันหรือไม่ก็สยองขวัฯญ เลยทำให้หนังแนวนี้ได้รับการจัดเข้าโรงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกรดไหนก็มีสิทธิ์เข้าโรงได้

แต่หากเป็นหนังดราม่า, หนังอินดี้ หนังแหวกกระแส หรือกระทั่งหนังที่ได้รับคำชมบางเรื่อง ให้ตายยังไง ให้โรงหนังไม่มีอะไรจะฉายยังไง ก็จะไม่ค่อยได้ถูกเลือกให้มาเข้าโรง ซึ่งอันนี้ก็ไม่อยากจะโทษคนนำเข้านะ ก็ในเมื่อปริมาณคนไทยที่จะดูหนังแนวนี้ยังมีไม่มากพอ แล้วจะให้ทำอย่างไรได้

ดูหนังเรื่องนี้แล้วบังเกิดอารมณ์ปลงขึ้นมา ปลงว่าวงการหนังโรงบ้านเราจนแล้วจนรอดก็ไม่พ้นวงจรเดิม แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรในเมื่อธรรมชาติคนดูบ้านเราเป็นแบบนี้ และการฉายหนังจะว่าไปก็คือธุรกิจที่ต้องหวังผลกำไร ไม่ได้เป็นองค์กรการกุศล และไม่ได้เป็นสถาบันที่เน้นเรื่องการศึกษากับเรื่องการพัฒนา…

เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว

ดูหนังสักเรื่อง บางทีก็สะท้อนสะท้านไปถึงดวงใจ ^_^

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

 

 

Advertisements