รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Into the Inferno (2016) สู่ไฟนรกโลกันตร์

19620134_1687980714566056_7890634619933862348_o

สารคดีของ Werner Herzog คนทำหนังสารคดีระดับตำนานอีกคนของวงการครับ และครั้งนี้เขามาจับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของภูเขาไฟ นำมาถ่ายทอดให้หลายๆ แง่มุม

ตอนแรกผมก็นึกว่าสารคดีนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องของภูเขาไฟ ประเภทว่าเอาความรู้เกี่ยวกับภูเขาไฟมาอธิบาย แต่เอาเข้าจริงการนำเสนอมันไม่ได้ลงลึกในเรื่องของภูเขาไฟ แต่จะเป็นการบอกเล่า “บริบทรอบๆ” ของเรื่องภูเขาไฟมากกว่า

อย่างเช่น อิทธิพลที่ภูเขาไฟมีต่อชีวิตคน เพราะในบางพื้นที่ก็จะมีความเชื่อบางอย่างเกี่ยวพันกับภูเขาไฟ เช่น เชื่อว่าภูเขาไฟคือประตูมิติที่จะนำพาพวกเขาไปสู่เทพเจ้าที่พวกเขาศรัทธา หรือเชื่อว่าเมื่อคนเราตายแล้ว ก็จะไปยังที่ภูเขาไฟ

มันสะท้อนให้เห็นครับว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่มีพลังเหนือกว่าเรานั้น มักเป็นไปในลักษณะนี้ นั่นคือมนุษย์มักเชื่อว่าเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่นั้น จะต้องมีเทพเจ้าหรืออะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังเสมอ

การได้ดูสารคดีนี้เลยถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทำความเข้าใจมิติของมนุษย์เกี่ยวกับความเชื่อ ซึ่งแต่ละความเชื่อก็มีผลต่อวิถีชีวิตของพวกเขาเสมอ ไม่ว่าจะการปฏิบัติตัวต่อกัน การปฏิบัติตัวต่อภูเขาไฟ (รวมถึงธรรมชาติ) และการมีจุดมุ่งหมายบางอย่างในชีวิต

และที่ผมชอบมากๆ คือ Clive Oppenheimer ผู้เชี่ยวชาญผู้เขาไฟที่ออกตระเวนเก็บข้อมูลเหล่านี้ เขาดูเป็นคนที่น่ารักมากครับ เขาดูสุภาพ Nice และเคารพทุกคนที่เล่าเรื่องราวเหล่านี้ คืออาจจะมีเล่นมุกบ้างแต่ก็เป็นมุกแบบชวนให้หัวเราะเพื่อความเป็นกันเอง ไม่ได้ตั้งใจลบหลู่เย้ยเยาะแต่อย่างใด

ผมมองว่าการเปิดใจคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้นครับ เพราะความจริงประการหนึ่งก็คือ เรานั้นไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่องหรอก และสิ่งที่เราเชื่อหรือรู้นั้นก็อาจไม่ใช่ความจริงที่เที่ยงแท้เสมอไป มันอาจมีความจริงชุดใหม่รอเราอยู่ในวันพรุ่งนี้ก็ได้

แต่มนุษย์เราก็มักจะตั้งป้อมไม่ยอมรับความเชื่อ ความคิด หรือความเห็นที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเพราะทิฐิในใจตน, เพราะไม่สะดวกใจที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง, เพราะกลัว หรือเพราะความเห็นที่แตกต่างอาจทำให้เราเสียประโยชน์ได้ สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นแง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อ ที่น่าเรียนรู้อยู่ครับ

แต่ก็ต้องบอกก่อนครับว่าถ้าใครหวังจะได้สารคดีที่จะทำให้เราเข้าใจภูเขาไฟแบบลึกซึ้งก็อาจไม่ใช่อันนี้ เพราะมันไม่ใช่สารคดีเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับภูเขาไฟครับ แต่มันคือข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาไฟที่ Herzog รู้สึกสนใจ เช่น ความเชื่อของคน, การลงสนามไปดูภูเขาไฟลูกต่างๆ ที่กำลังกรุ่นอยู่ทั่วโลก หรือลงสนามไปดูการขุดซากโบราณต่างๆ ที่เคยถูกหินละลายกลืนกิน

นี่ไม่ใช่สารคดีเกี่ยวกับภูเขาไฟเรื่องแรกที่ Herzog เคยทำครับ เพราะเขาเคยทำสารคดีเกี่ยวกับภูเขาไฟมาแล้วเมื่อปี 1977 ครับ ชื่อว่า La Soufrière ตอนนั้นเขาไปถ่ายที่กวาเดอลูป ในช่วงที่ภูเขาไฟแห่งหนึ่งกำลังจะระเบิด เขาก็ไปถ่ายภาพบ้านเมืองที่ไร้ผู้คน แต่ก็ยังมีบางคนอยู่ในที่แห่งนั้น รอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นสารคดีที่สะท้อนแง่มุมที่น่าสนใจเช่นกัน (หาดูได้ใน Youtube ครับ)

สิ่งหนึ่งที่ผมคาดหวังคือภาพภูเขาไฟและลาวาแบบชัดๆ ซึ่งสารคดีนี้ก็จัดให้ในระดับหนึ่งครับ ไม่เยอะอย่างที่คิด แต่ก็ถือว่าจับภาพมาได้น่าสนใจ ภาพหินละลายเดือดระอุ ภาพภูเขาไฟระเบิดมันเป็นอะไรที่สวยนะ แต่ก็แฝงความน่ากลัวไว้ด้วย

ยอมรับว่าดูแล้วก็อดกลัวไม่ได้ครับ เพราะจริงๆ ใต้โลกเราก็อุดมไปด้วยแผ่นดินที่ยังไม่คงตัวและหินละลายแบบนี้แหละ ผมชอบตอนที่ Herzog บอกว่า ถ้าภูเขาไฟจะระเบิดเมื่อไร มันไม่สนหรอกว่าแมลงจะหนีตายแค่ไหน สัตว์น้อยใหญ่จะต้องตายเพียงไร หรือมนุษย์กับสิ่งที่มนุษย์สร้างไว้จะต้องสาปสูญไปในพริบตาหรือไม่… มันคือพลังแห่งธรรมชาติครับ

และไม่ว่าเราจะเชื่อเรื่องเทพหรือไม่ก็ตาม แต่วันใดที่เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติ วันนั้นเราอาจทำได้เพียงยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น…

เราไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่คิดหรอกครับ ธรรมชาติยิ่งใหญ่กว่าอย่างมหาศาลจริงๆ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements