รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Birth of a Nation (2016) หัวใจทาส สงครามสร้างแผ่นดิน

18033079_1607657562598372_4216696702070275933_n

ปี 2016 ถือเป็นปีที่ทำให้ผมประหลาดใจไม่น้อย เพราะมีคนกล้ารีเมคหนังระดับตำนานออกมาถึง 2 เรื่อง ได้แก่ Ben-Hur และ The Birth of a Nation

ที่บอกว่า “ระดับตำนาน” ในที่นี้มันคือตำนานจริงๆ นะครับ เป็นหนังคลาสสิกที่มีการนำเข้าหอภาพยนตร์ของอเมริกาและได้รับการยกย่องว่ามีคุณค่าทั้งในเชิงภาพยนตร์และประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งใครก็ตามที่กล้าแตะเอามาทำใหม่ ก็ต้องเตรียมใจรับกระแสเชิงลบเอาไว้ล่วงหน้ากันเลยทีเดียว

สำหรับ Ben-Hur ดูแล้วยอมรับว่าเฉยๆ ครับ และหากว่ากันในแง่รายได้เรื่องนั้นก็จัดว่าเจ๊ง (ลงทุน $100 ล้าน ได้คืนมา $94 ล้านจากทั่วโลก) ในขณะที่เรื่องนี้แม้รายได้จะแค่ $15 ล้าน แต่ก็ไม่ถึงกับเจ๊งหนักจนเกินไป เพราะทุนสร้างเพิ่งจะ $8.5 ล้านเท่านั้นเอง

และหากว่ากันในแง่คุณภาพของหนังแล้ว ผมชอบเรื่องนี้มากกว่า Ben-Hur ครับ เพราะเรื่องนั้นแม้จะเรื่องราวออกแนวยิ่งใหญ่ (แบบพยายาม) แต่ผลที่ได้ก็ไม่มีอะไรน่าจดจำ ส่วน Birth นี่แม้จะสู้ต้นฉบับไม่ได้ แต่ก็มีความน่าสนใจในแบบของตนเอง

เรื่องราวอิงจากประวัติศาสตร์สมัยที่อเมริกายังกดขี่ทาสกันอยู่เนืองๆ ตัวเอกคือ เเนท เทอร์เนอร์ (Nate Parker) ทาสที่ได้รับโอกาสอ่านเขียนเรียนหนังสือจนสามารถยกระดับตนเองมาเป็นนักเทศน์ผู้นำเอาเรื่องราวในไบเบิลมาพูดสอนผู้คน และให้กำลังใจทาสคนอื่นๆ

และพอเขาได้พบเห็นว่าคนขาวทารุณกับเหล่าทาสมากเท่าใด ใจเขาก็ยิ่งร้อนเหมือนไฟสุม จนสุดท้ายเขาก็กลายเป็นผู้นำเหล่าทาสให้ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชีวิตตน และเพื่อประกาศความเป็นไทให้แก่ตนเอง แม้ว่าการกระทำนั้นจะนำอันตรายถึงชีวิตมาสู่พวกเขาก็ตาม

Parker นอกจากนำแสดงเป็นแนทแล้ว ยังเป็นคนเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้ด้วยตนเองครับ ซึ่งตัวหนังอาจไม่ได้สุดยอดหรือถึงขั้นห้ามพลาด แต่ก็พูดได้เต็มปากว่า Parker มีความตั้งใจในการสร้างหนังเรื่องนี้ไม่น้อยเลย

พูดง่ายๆ คือเขาทำเพราะอยากทำด้วยใจน่ะครับ มันเลยมีกลิ่นอายของ “ความตั้งใจ” แทรกเจืออยู่ในแต่ละอณูของหนัง ไม่ว่าจะการเล่าเรื่อง การถ่ายทำ และองค์ประกอบต่างๆ เริ่มจากงานภาพที่ถือว่าสวยงามได้ใจทีเดียว

หนังกำกับภาพโดย Elliot Davis ที่เคยฝากผลงานไว้ใน Out of Sight, I Am Sam, The Iron Lady และ Twilight ภาคแรก (ที่ผมว่าเป็นภาคที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยและได้อารมณ์ที่สุด) มารับหน้าที่กำกับภาพให้เรื่องนี้ครับ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังนะ เอาแค่ช็อตมุมกว้างที่จับภาพไร่ฝ้ายที่กำลังผลิดอก ลำต้นต้นเรียงรายไปไกลสุดลุกหูลูกตา แค่ช็อตนี้ก็ตรึงตาได้แล้วล่ะครับ

และหนังไปถ่ายทำกันที่ซาวานนาห์ (รัฐจอร์เจีย) อันเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่ว่าจะต้นไม้ใบหญ้าหรือสภาพบ้านเมือง ซึ่ง Davis ก็จับภาพได้ดีครับ และยังได้ดนตรีแน่นๆ ของ Henry Jackman ที่ระยะหลังๆ กำลังมาแรง (Kick-Ass, X: First Class, Captain America 2 ภาคหลัง และ Kingsman ทั้ง 2 ภาค) ก็ยิ่งเสริมพลังให้กับหนังได้อย่างน่าชื่นชม

ด้านเนื้อเรื่องก็นับว่าไม่เลวครับ มีปมมีประเด็นบอกเล่าและกระทุ้งเราแบบตรงๆ ไม่ว่าจะเรื่องสิทธิมนุษยชน, ความโหดของนายทาส, ความลำบากของคนเป็นทาส, ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ซึ่งถ้าพูดในแง่ประเด็นแล้วก็ถือว่าไม่น้อยหน้า 12 Years a Slave เลยครับ

เพียงแต่ในแง่การเล่าเรื่อง มันอาจยังไม่เปี่ยมพลังขนาดนั้น และเนื้อเรื่องมันอาจไม่ได้สดใหม่สักเท่าไรนัก รวมถึงดาราที่แม้จะแสดงได้ดี แต่ก็ยังไม่ถึงกับจับใจให้เราขนลุกได้

แต่โดยรวมถือว่าไม่เลวครับ เข้าท่ากว่าที่คิด เอาเป็นว่าคอหนังดราม่าประวัติศาสตร์หากอยากลองลิ้มก็ลองได้ครับ อย่างน้อยก็มีภาพสวยๆ และดนตรีดีๆ ให้ท่านลองเสพ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements