รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Most Likely to Die (2015) โมสต์ ไลค์ลี ทู ดาย

19884327_1693624530668341_3770984928694483255_n

หนังสือรุ่นของนักเรียนฝรั่งบางครั้งเขาจะมีการแซวกันใต้รูป หรือไม่ก็เขียนกึ่งๆ ทำนายว่า ใครน่าจะโตขึ้นไปเป็นอะไร ซึ่งก็มักใช้คำว่า Most Likely นี่แหละครับ ประมาณว่า “เป็นไปได้ว่าจะเป็น…” อะไรทำนองนั้น

แล้วหนังเรื่องนี้ก็เอาคำนี้มาใช้ในเชิงโหด คือ “เป็นไปได้ที่จะตาย” โดยเหตุมาเกิดในงานเลี้ยงรุ่นเล็กๆ ที่กลุ่มเพื่อนจัดขึ้น พวกเขามาพบปะกันสังสรรคกันเล็กๆ ก่อนจะยกขบวนกันไปที่งานเลี้ยงรุ่นใหญ่ต่อ

แต่ก็อย่างที่ชื่อหนังบอกครับ งานนี้ไม่ได้มีแต่ความสนุกหรอก มันต้องมีคนตายเกิดขึ้น เมื่อมีใครบางครไล่ฆ่าพวกเขาทีละคนๆ อย่างโหดเหี้ยม หนังก็ลงสูตรแนวเชือดครับ ใครซวยก็ตายก่อน ใครโชคดีก็รอดจนถึงตอนสุดท้าย เพื่อที่จะได้รู้ว่า ใครคือคนลงมือ

หนังก็เป็นแนวเชือดน่ะครับ ถามว่าสนุกไหมก็ไม่ได้สนุกมากมายแบบ Scream แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป ดูได้เพลินๆ สำหรับคอหนังแนวนี้ แต่หากใครไม่โปรดปรานหนังแนวนี้อยู่แล้วก็สามารถข้ามไปได้เลยครับ เพราะมันก็เดิมๆ น่ะแหละ

หนังนำแสดงโดย Heather Morris ที่หนุ่มๆ หลายคนน่าจะจดจำเธอได้จาก Glee มาเรื่องนี้ก็ยังดูดีอยู่ครับ แต่หลังจาก Glee มาเธอก็เหมือนจะเล่นหนังทีวีหรือไม่ก็หนังลงแผ่นเป็นส่วนใหญ่ (ซึ่งก็ดูจะเป็นเรื่องปกติของดารารุ่นใหม่หลายๆ คน)

ฉากก็ฆ่าก็โหดในแง่วิธีการครับ แต่ภาพอาจไม่ได้สยดสยองมากมาย ความตื่นเต้นก็ต้องแล้วแต่เส้นครับ บางคนอาจตื่นเต้นมาก บางคนอาจเฉยๆ ยิ่งถ้าใครดูหนังแนวนี้มาเยอะๆ ก็อาจไม่สะดุ้งอะไรมาก

เอาเข้าจริงแล้วหนังไม่ได้เด็ดอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้แย่จนเกินรับ อย่างน้อยมันก็มีที่มาที่ไป ดูรู้เรื่อง และมีประเด็นที่น่าสนใจให้ขบคิด ซึ่งจริงๆ ผมว่ามันเป็นประเด็นที่ดี และมักจะมีหนังสยองขวัญหลายๆ เรื่องเอาประเด็นนี้มาผูกเป็นเรื่องเป็นราว

ประเด็นที่ว่านี้ก็สะท้อนค่านิยม “การแกล้งกันสมัยเรียน” ของอเมริกาได้ดีครับ จริงๆ เราจะได้ยินข่าวการฆ่ากันของเด็กนักเรียนค่อนข้างบ่อย ประมาณว่ามีเด็กเก็บกดที่โดนกดขี่บ่อยๆ จนทนไม่ได้เลยลุกขึ้นมาทำร้ายเพื่อนนักเรียน ของแบบนี้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมมานับครั้งไม่ถ้วนทีเดียว

เราๆ ท่านๆ เองหลายคนก็คงเคยแกล้งเพื่อน ดูถูกเพื่อน สนุกกับการทำให้เพื่อนเป็นตัวตลก ยิ่งทำให้ใครเป็นตัวประหลาดในสายตาประชาชีได้ บางคนก็อาจรู้สึกภูมิใจ รู้สึกว่าเรานั้นแน่ เรานั้นเป็นหัวโจกที่สามารถทำแบบนั้นได้ แต่การกระทำเช่นนั้นมันอาจต้องมาด้วยการทำให้ชีวิตคนๆ หนึ่งพังทลายไปเลยก็ได้

คนแกล้งสนุกเสมอครับ แต่คนถูกแกล้งเขาไม่สนุกด้วยนะ และบางคนถ้าแค้นจัดๆ โกรธมากๆ เขาก็อาจระเบิดอารมณ์มาสร้างหายนะให้กับชีวิตคนแกล้งได้ แบบที่คนแกล้งเองก็คาดไม่ถึง (และเชื่อว่าคนแกล้งเองก็คงไม่อยากโดนเอาคืน ไม่อยากต้องมาตายเพราะการกระทำชั่ววูบของตน)

เมื่อลองมามองย้อนดู จริงๆ ชีวิตเราบางส่วนก็มีผลมาจากการกระทำของคนอื่น และการกระทำของเราก็ส่งผลต่อชีวิตคนอื่นๆ เช่นกัน เพราะเราทุกคนล้วนเกี่ยวเนื่องกันไม่มากก็น้อยครับ ดังนั้นประโยคคลาสสิกอย่าง “อยากทำอะไรก็ทำ ขอเพียงไม่ให้ใครเดือดร้อน” เราก็ต้องคิดให้จงหนัก คิดให้ถี่ถ้วนเลยครับว่า “มันไม่ทำให้ใครเดือดร้อนจริงไหม?”

เพราะบางทีคนอื่นเดือดร้อนครับ บางทีมันส่งผลต่อสังคมครับ แต่เราอาจนึกไม่ถึง หรือที่แย่กว่าคือเราคิดสรุปเหมาๆ เอาว่า “ไม่เดือดร้อนหรอก” แต่เป็นการคิดจากมุมเราเอง จากจุดที่เรายืนอยู่เอง ไม่ได้คิดอย่างจริงจังถึงคนอื่นๆ… ปัญหาสังคมสารพัดมันหมักหมมมาจากอะไรแบบนี้แหละ

โดยรวมหนังอาจไม่ได้เจ๋งอะไรมากครับ แต่ผมว่าประเด็นที่ก่อให้เกิดเหตุสยอง ที่ทำให้ใครบางคนลงมือแบบในหนังมันสะท้อนถึงความจริงของสังคมที่เราๆ ท่านๆ อยู่กัน ^_^

ดาวกว่าๆ ครับ

Star11

(4.5/10)

 

Advertisements