รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Life Partners (2014) กิ๊กเพื่อนรัก กั๊กเพื่อนเลิฟ

18278959_1621387091225419_5828151265517312437_o

หนังไม่ดัง คำวิจารณ์ไม่เด่น และรายได้ก็ทำไปแค่ 8,265 เหรียญเท่านั้น (นี่รายได้จริงๆ นะครับ ไม่ได้ล้อเล่น) แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้จะโดนใจเราหรือไม่

แน่นอนว่าผมเกริ่นมาขนาดนี้ก็เพื่อจะบอกว่าผมชอบเรื่องนี้ล่ะครับ ตัวหนังมาในแนวตลกคล้ายๆ ซิทคอมแล้วก็ผสมดราม่ากับโรแมนติกลงไป ผลที่ได้อาจไม่ได้ฮาแตก และอาจไม่ได้ลื่นแบบสุดๆ แต่ผมชอบที่หนังมีทิศทางของตัวเองชัดเจนประมาณหนึ่ง

พล็อตหลักคือ 2 สาวเพื่อนซี้ ซาช่า (Leighton Meester) และเพจ (Gillian Jacobs) ที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมเฮ้วร่วมซุยกันมานานหลายปี แต่แล้วทุกอย่างก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเพจมีแฟนหนุ่มนามว่า ทิม (Adam Brody) เข้ามาในชีวิต

เรื่องราวในหนังมันก็คือการเอาเรื่องจริงที่ผมเชื่อว่าหลายคนต้องประสบพบเจอกับตัวมาบอกเล่า ผมว่าเราเคยโดนกันมาทั้งนั้นแหละ ตอนแรกเราก็มีเพื่อนที่ซี้มากๆ ไปไหนไปกัน เพื่อนจะไปไหนก็นึกถึงเรา เราจะไปไหนก็ต้องหนีบเพื่อนไปด้วย หรือบางทีไม่รู้จะไปไหนก็นัดมานั่ง Hang Out ชิลด์ๆ แค่แทะไก่หรือจกเฟรนซ์ฟรายพร้อมคุยไปเรื่อยๆ ก็โอแล้ว

วันไหนเราเศร้าก็มีเพื่อนปลอบ วันไหนมีสอบก็ร่วมกันติว (และแน่นอนว่าวันนั้นจะไม่มีการติวเกิดขึ้น) เรากับเพื่อนจะพร้อมโทรคุยเม้าท์กันถึงตีสามตีสี่ ถ้านั่งด้วยกันก็ดูรายการทีวีเดียวกันก่อนจะเม้าท์แตกกันไป หรือต่อให้ไม่ได้นั่งด้วยกัน เรากับเพื่อนก็จะนั่งเปิดทีวีดูรายการเดียวกัน แล้วก็เม้าท์กันผ่านโทรศัพท์ได้

ซาช่ากับเพจก็เป็นแบบนั้นครับ ซี้ย่ำปึ้ก ติดหนีบไปไหนไปกัน จนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันไปแล้ว ดังนั้นพอเพจมีแฟน ทุกอย่างมันก็จะไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ เพจก็ต้องให้เวลาแฟนมากขึ้น และพอถึงจุดหนึ่งก็ซาช่าก็จะเคว้งและเริ่มรู้สึกว่าตนเองสูญเสียบางส่วนในชีวิตไป

อาจเพราะผมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคำว่า “เพื่อน” ก็ได้ครับ ผมเลยโดนกับหนังเรื่องนี้มากๆ มันทำให้เราย้อนนึกถึงวันเก่าๆ ได้จริงๆ นะครับ วันที่เรากับเพื่อนไปไหนไปกัน แต่พอเราเริ่มโต เริ่มมีแฟน เริ่มมีครอบครัว มันก็จะห่างกันแล้วครับ แล้วก็จะกลายเป็นเจอกันแบบนานๆ ที

ถ้าถามว่าคิดถึงไหม มันคิดถึงนะ อยากไปหาเพื่อนทุกคนตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยภาระหน้าที่และอะไรหลายๆ อย่างก็ทำให้เราต้องผัดไปก่อน พอผัดไปๆ รู้ตัวอีกทีก็เป็นปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน นี่แหละครับชีวิตจริง และหนังก็เอาชีวิตจริงที่ว่ามาพูดถึงได้อย่างดีเลย

พูดตรงๆ คือหนังหลายเรื่องที่มีพล็อตแบบนี้มักเน้นไปที่ความฮา ความป่วน หรือไม่ก็ห่ามไปเลย ซึ่งหากใครอยากได้ความฮาก็อาจชอบแนวนั้น แต่ผมน่ะยอมรับเลยว่าอยากได้แนวนี้มากกว่า อยากได้หนังที่เบาสมอง ไม่ต้องฮามากก็ได้ แต่ต้องการให้หนังมัน Touch ความรู้สึกเรา ต้องการให้หนังมันสะท้อนชีวิตสนุกๆ แบบที่เราเคยมีเมื่อวันวาน

และหนังเรื่องนี้ก็ทำออกมาในแง่นั้นได้อย่างดีครับ คืออาจไม่ได้สุดยอดสุดๆ นะ แต่มันใช่ มันคือการเอาห้วงอารมณ์ของ 2 เพื่อนที่ต้องห่างกันเพราะต่างคนต่างก็ต้องมีชีวิตในแบบของตนมานำเสนอได้ดี จนบอกได้ว่าหลายฉาก หลายประโยค และหลายสถานการณ์ในเรื่องมันเคยเกิดกับเรามาแล้วทั้งนั้น

แล้วหนังยังมีประเด็นปลีกย่อยที่โดนใจผมอีกเยอะครับ ไม่ว่าจะเรื่องการยอมรับความเปลี่ยนแปลง, การที่เราอาจทำสิ่งที่ผิดเพราะยึดอัตตามากเกินไป โดยหารู้ไม่ว่าหากเรายอมรับผิดซะ มันจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น, การรู้จักมองโลกตามที่มันเป็น (โลกตอนเราอายุ 20 กับ 30 ไม่เคยเหมือนกันครับ), รู้จักรับผิดชอบ, รู้จักมองตนเองให้ถึงภายใน (เพราะบางครั้งคนที่แปลกหน้าที่สุดสำหรับเรา กลับกลายเป็นตัวเราเอง) และไหนจะเรื่องวุฒิภาวะอีก ฯลฯ

ทั้งหมดนี่ทำให้ผมตระหนักเลยว่า Susanna Fogel และ Joni Lefkowitz ที่ร่วมกันเขียนบทหนังเรื่องนี้ พวกเธอต้องเป็น “นักสังเกตชีวิต” อย่างแน่นอนครับ ถึงสามารถหยิบจับเอาชีวิตจริงของใครหลายคนมาถ่ายทอดได้แบบนี้

สรุปว่าเรื่องนี้ ผมแนะนำสำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มีประสบการณ์ประมาณเดียวกันนี้ครับ ผมเชื่อว่าท่านจะ “อมยิ้ม” และ “จุก” ไปกับหลายๆ ฉากทีเดียว (มานั่งนึกๆ เมื่อก่อนเราก็เคยติดแฟนจนให้เวลาเพื่อนน้อยลงจริงๆ เหมือนกันแฮะ)

ปล. คิดถึงเพื่อนทุกคนเสมอเน่อ ^_^

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

 

Advertisements