รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Flight 7500 (2014) ไฟลท์ 7500 ไม่ตกก็ตาย

18582604_1635845649779563_9051759915055168479_n

ก่อนผมดูหนังเรื่องนี้ ผมจัดการเอา “407 เที่ยวบินผี” ของบ้านเรามาเปิดดูก่อนครับ ดูแบบเรียงลำดับตามปีที่ฉาย เรื่อง 407 มาก่อน (ฉายปี 2012) ส่วนเรื่องนี้มาทีหลังครับ แต่พล็อตมีความคล้ายกัน คือว่าด้วยความสยองบนเที่ยวบินหนึ่ง

ในขณะที่ 407 เล่าแบบแง้มๆ ตั้งแต่ต้นให้เรารู้ว่าเครื่อง 407 มีความสยองซ่อนอยู่บนเครื่อง และเราต้องเจอกับผีบนนั้นแน่ๆ แต่กับ 7500 นี่ หนังเล่าแบบซ่อนเงื่อนซ่อนปมครับ ประมาณว่าให้เราติดตามว่ามันเกิดอะไรขึ้นบนเที่ยวบินนี้กันแน่

หนังเล่าถึงเครื่องบินวิสต้า แปซิฟิก เที่ยวบิน 7500 จากลอสแองเจลิสไปโตเกียว ก็เป็นเที่ยวบินยาว 10 ชั่วโมงครับ ทีนี้เครื่องก็บินไปได้พักหนึ่ง ก่อนจะเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้น แล้วคนบนเครื่องก็ต้องมาหาคำตอบกันว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

หนังกำกับโดย Takashi Shimizu แห่ง Ju-on ครับ ซึ่งก็ดูเหมือนว่านอกจากหนังชุด Ju-on แล้ว ผลงานเรื่องอื่นๆ ของเขาก็จะออกมาในระดับกลางๆ หรือไม่ก็กระเดียดไปทางงั้นๆ เลยก็มี และกับเรื่องนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางเรื่อยๆ ครับ

ผมชอบที่ตัวหนังไม่พยายามทำตัวเป็นหนังสยองผีหลอกมากจนเกินไป แต่พยายามเทน้ำหนักไปที่ความลึกลับและปริศนาชวนฉงน ชวนให้เกิดคำถามว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นบนเครื่องกันแน่ แต่กระนั้นหากใครดูหนังสไตล์นี้มาเยอะ ก็อาจจะเดาได้ครับว่ามันเกิดอะไรกันแน่

ดาราในเรื่องก็เล่นกันได้โอเคครับ จริงๆ ชื่อชั้นแต่ละคนก็ถือว่าพอคุ้นครับ ไม่ว่าจะ Amy Smart, Leslie Bibb, Jamie Chung, Scout Taylor-Compton (นางเอก Halloween ฉบับรีเมก), Nicky Whelan และ Johnathon Schaech (ที่แทบจะหายไปเลยหลัง That Thing You Do!)

หากว่ากันในแง่การแสดงแล้ว แต่ละคนก็ถือว่าเรื่อยไปกับบทได้ดีครับ แต่อาจไม่ได้เด่นหรือเป็นสีสันอะไรขนาดนั้น และในบางขณะก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าทีมดาราในเรื่องนี้มีบางสิ่งที่ไม่ค่อยเข้ากันยังไงก็ไม่รู้ เหมือน Cast ดารามาแล้วดูไม่กลมกลืนกันอะไรประมาณนั้นน่ะครับ… หรือไม่ทีมงานก็อาจอยากให้ตัวละครดูหลากหลายมั้ง

นอกจากเน้นความลึกลับแล้ว หนังยังมีการสอดแทรกดราม่าลงไปด้วย ซึ่งจะว่าไปก็ไม่เลวครับ แม้จะไม่ถึงกับลึกซึ้งอะไรก็ตาม แต่ก็ดูมีความหมายดีเหมือนกัน (แต่มันก็ชวนให้นึกถึงหนังเรื่องอื่นๆ ที่มีสไตล์คล้ายกันไปในตัวน่ะครับ… อดคิดไม่ได้ว่ามุกในหนังมันก็ Reuse กันแบบนี้เป็นเรื่องปกติน่ะนะครับ)

จะว่าไปหนังก็พยายามจับฉ่ายหลายรสเอาไว้ในเรื่องเดียว คือพยายามจะไม่ทำให้ตัวเองเป็นหนังสยองล้วนๆ แต่พยายามไปทางลึกลับกับดราม่าด้วย ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีครับ แม้ผลที่ได้จะยังไม่สุดก็เถอะ

7500 อาจไม่ใช่หนังสยองที่ดีอะไรมากมายครับ แต่ก็ดูได้เรื่อยๆ โดยส่วนตัวไม่ค่อยผิดหวังเท่าไร เพราะก็ไม่ได้หวังอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เอาเป็นว่าถ้าเป็นคอหนังสยองลึกลับ หากอยากลองก็ลองได้ครับ

และหากสงสัยว่าผมชอบเรื่องไหนมากกว่ากันระหว่าง 407 กับ 7500 ผมก็ขอตอบว่าผมชอบ 7500 มากกว่าแฮะ แม้ 7500 จะไม่ได้ใหม่หรือไม่ได้เด็ดอะไร แต่ก็ยังพอมีจุดน่าสนใจบ้าง ในขณะที่ 407 เน้นไปที่ความสยองกับการถ่ายภาพเพื่อรองรับ 3D ส่วนตัวบทก็ไม่มีอะไรมาก ว่าด้วยผีหลอกและหนีผีเป็นหลัก แล้วก็มีดราม่าแทรกลงไปเหมือนกัน แต่ผมกลับชอบดราม่าใน 7500 มากกว่าแฮะ ^_^

++++++++++++++++++++
+++ถัดจากนี้มีสปอยล์++++
+++ไม่อยากทราบข้ามได้ครับ+++
+++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++++

ยอมรับว่าเดาหนังได้ตั้งแต่ตอนเครื่องมีปัญหาน่ะครับ สงสัยดูหนังแนวนี้มาเยอะไป บางจังหวะก็นึกถึงเรื่อง Passengers (ที่ Anne Hathaway นำแสดง) แล้วพอถึงตอนเฉลยก็ตรงตามที่คิดจริงๆ

และสารภาพอย่างหนึ่งว่าผมขำอยู่ฉากหนึ่ง คือฉากสุดท้ายน่ะครับ ที่เจ๊คนนั้นติดอยู่ในเครื่องคนเดียว แล้วเจอมือผีโผล่ คือแทบจะตะโกนออกมาเลยว่า “นี่พี่กลัวผมไม่รู้หรือไงครับว่าพี่คือคนทำ Ju-On น่ะ” 555

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)