รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Everything, Everything (2017) ทุกสิ่ง ทุกๆ สิ่ง คือเธอ

23658569_1830488926981900_8071382444639197917_n

ผมนั้นชอบดูหนังโรแมนติกครับ และรู้สึกได้ว่าทุกวันนี้มีหนังรักเข้าโรงน้อยลงเรื่อยๆ อาจเพราะกระแสที่เปลี่ยนไป หรือไม่ก็ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทำให้ส่วนใหญ่หนังรักแบบเดิมๆ ก็เหลือให้ดูแค่ที่ Hallmark เป็นหลัก

ในขณะที่หนังรักที่ได้เข้าโรงส่วนมาก ก็จะต้องเป็นหนังที่ดัดแปลงจากนิยายเป็นหลัก ซึ่งก็เข้าใจได้ครับว่าคงเพื่อการันตีว่าต้องมีแฟนนิยายตามไปดูแน่นอน เป็นการประกันความเสี่ยงในแง่หนึ่งครับ

เรื่องราวของ แม็ดดี้ (Amandla Stenberg) สาวน้อยที่ต้องอยู่แต่ในบ้านเนื่องจากแม่ของเธอนั้น (Anika Noni Rose) บอกกับเธอว่า เธอมีโรคประจำตัว หากออกไปข้างนอกเจอเชื้อโรคหรืออะไรก็อาจจะตายได้อย่างง่ายดาย เลยต้องอาศัยอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น

แต่แล้ววันหนึ่งแม็ดดี้ก็ได้รู้จักกับ ออลลี่ (Nick Robinson) หนุ่มข้างบ้านที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอทีละนิด อีกทั้งยังก้าวเข้ามาในห้องใจเธอทีละน้อย… ใช่ครับ พวกเขารักกัน และรักนั้นก็ทำให้แม็ดดี้กล้าที่จะก้าวออกจากบ้าน

… ว่าแต่เธอจะเป็นอะไรไหม? แม่ของเธอจะว่ายังไง? และสุดท้ายแล้วรักของเธอกับออลลี่จะลงเอยด้วยความสุขหรือความเศร้า คำตอบอยู่ในหนังครับ

ถ้าให้พูดแบบไม่อ้อมค้อมก็คือ ผมดูเหมือนจะจูนกับหนังเรื่องนี้ไม่ติดเท่าไรครับ ตัวหนังชวนให้นึกถึง The Fault in Our Stars รวมถึงหนังรักเก่าๆ อย่าง Love Story ที่จะต้องมีตัวละครใดตัวละครหนึ่งป่วยไข้ไม่สบาย หนักหนาถึงขั้นเป็นตาย แต่สุดท้ายพวกเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อรัก

หนังเรื่องนี้ลงสูตรนั้นครับ แต่รสชาติยังไม่กลมกล่อมเท่าไร เริ่มจากดาราที่ถือว่ากลางๆ ครับ แสดงได้โอเค แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นโดดเด่น ไม่ว่าจะ Stenberg หรือ Robinson ซึ่งรายแรกผมว่ายังโอเค แต่รายหลังนี่ยอมรับว่าดูแล้วไม่แน่ใจจริงๆ ว่าตกลงพี่แกรักนางเอกจริงไหม

ยอมรับว่าดูแล้วไม่อินส่วนหนึ่งก็เพราะดูแล้วไม่ชัวร์ว่าพระเอกรักนางเอกจริงหรือแค่หยอกๆ หลอกๆ เพราะท่าทางเขาเหมือนเด็กหนุ่มที่มายั่วให้รักแล้วพร้อมจะจากไปน่ะครับ มันไม่ได้ดูจริงใจ ดูน่ารัก หรือดูทุ่มเทให้นางเอกแบบจริงจัง

ซึ่งจะต่างจาก Ansel Elgort ใน The Fault in Our Stars ที่จริงๆ ก็มาดคล้ายๆ กัน คือจะดูเล่นๆ ทะเล้นๆ แต่รายนั้นน่ะดูเล่นๆ ในเชิง “ไม่สนโลกใบนี้แล้ว เพราะฉันไม่นานก็ตายแล้ว” แต่เขาจะดูจริงจังกับนางเอกเสมอ มันเลยทำให้เราอินกับสายใยรักที่เกิดขึ้น

แต่กับบทในเรื่องนี้ของ Robinson มันดูแล้วไม่เชื่อเท่าไรว่าพระเอกคนนี้รักนางเอกจริง (แต่ในเรื่องคือรักจริงนั่นแหละครับ) ด้วยเหตุนี้มันเลยไม่อินเท่าไร และทำให้ความรักของพวกเขาดูธรรมดา ทั้งๆ ที่เรื่องราวของพวกเขามันเต็มไปด้วยบทพิสูจน์แห่งรักตั้งมากมายหลายประเด็นน่ะครับ ซึ่งก็น่าเสียดายเหมือนกัน

===================
===================
+++ สปอยล์ล่ะนะครับ +++
===================
===================

และอีกอย่างที่ค่อนข้างไม่อินหนักเลยคือประเด็นความป่วยของแม็ดดี้ ที่พอถึงจุดหนึ่งก็เดาได้ว่าเธอไม่ได้ป่วยหรอก แต่เป็นเพราะแม่ของเธอห่วงเธอเกิน อันเนื่องจากเธอเสียสามีและลูกไปจากอุบัติเหตุ เลยเหลือแม็ดดีี้คนเดียว เธอเลยสร้างเรื่องเพื่อปกป้องลูกไว้ในบ้าน

… ไม่รู้สิครับ ผมดูแล้วกลับเห็นแต่ความเห็นแก่ตัว ดูแม่ของแม็ดดี้เยอะและเห็นแก่ตัวมากไป ซึ่งผมรู้สึกอย่างหนึ่งว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะการเล่าเรื่องน่ะครับ ผู้กำกับ Stella Meghie เล่าเรื่องยังไม่แม่น เลยทำให้หลายอย่างในหนังดูพลาดเป้าไปหมด

เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้ อาจไม่ได้สดใหม่ครับ แต่ประเด็นทั้งหลายที่มีนั้นมันสามารถสร้างเป็นเรื่องราวที่ดีและน่าประทับใจได้ แต่น่าเสียดายที่การเล่าเรื่องไม่ลงล็อก เลยทำให้หนังเรื่องนี้ไปไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements