รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Don’t Knock Twice (2016) เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน

17202888_1547949618569167_8074777504803498172_n

ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง

และถ้าพูดถึงในแง่ทุนสร้างแล้ว หนังสยองถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดสุดครับ ไปทำหนังแอ็กชันก็ต้องมีระเบิดหรือมีคิวบู๊ ดังนั้นการทำหนังสยองนี่ใช้ทุนย่อมลงมา ดาราก็น้อยลง สถานที่ก็ไม่ต้องไปไหนมากมาย นี่ยังไม่รวมการประหยัดไฟระหว่างถ่ายทำด้วยนะ (555)

แต่ก็นั่นล่ะครับ ถ้าถามว่าทำออกมาแล้วเราดูไหม ก็ตอบได้ว่าดูตลอด ส่วนหนึ่งเพราะชอบหนังแนวนี้เลยดูได้หมดทั้งเกรดเอเกรดบี และหนังสยองนี่บางเรื่องทุนไม่เยอะแต่ทำออกมาได้ประทับใจก็มี หรือบางเรื่องไม่ได้รับการพูดถึง แต่เราดูแล้วชอบก็มีเหมือนกัน

แต่ทว่า ไม่ใช่กับเรื่องนี้ครับ ^_^ เพราะว่าตามตรงคือดูแล้วเรื่อยๆ ไม่ได้โดนจิตโดยใจอะไรนัก จริงๆ องค์ประกอบของหนังก็เรื่อยๆ ล่ะครับ ไม่ได้สดใหม่อะไร แต่อันว่าการทำหนังนั้น ต่อให้สูตรเก่าแต่ถ้าปรุงเก่งล่ะก็ ยังไงมันก็เวิร์กได้

หนังเป็นแนวสยองผสมดราม่าครับ แกนหลักเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่ที่ชื่อ เจส (Katee Sackhoff) และลูกสาวชื่อ โคลอี้ (Lucy Boynton) ซึ่งทั้งสองต้องแยกกันอยู่ตั้งแต่โคลอี้ยังเล็ก ประมาณว่าเจสยังไม่พร้อมจะเลี้ยงดู ทำให้โคลอี้โตมาในสถานรับเลี้ยง

แล้วพอถึงจุดหนึ่งเจสกับโคลอี้ก็ได้พบหน้ากันอีกครั้ง แต่แน่นอนความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ออกแนวมาคุ ไม่สามารถเข้ากันได้ มีเรื่องให้ทะเลาะกันเรื่อยๆ และขณะเดียวกันก็มีเรื่องผีเป็นอีกปัญหาที่ตามมา เพราะโคลอี้เองเคยมีปมในอดีต

ประมาณว่าสมัยก่อนเธอมีเพื่อนที่หายตัวไปอย่างลึกลับครับ ใครต่อใครก็ลือกันว่าเป็นฝีมือของหญิงชราในย่านนั้นที่แท้จริงแล้วเป็นแม่มด พอโดนสังคมและกฎหมายล้อมกรอบมากๆ เข้า เธอก็ฆ่าตัวตาย แล้วจากนั้นก็มีคนลือกันว่าบ้านของหญิงชรากลายเป็นบ้านอาถรรพ์ หากใครไปเคาะประตูก็จะเจอกับความตาย

แล้วโคลอี้ก็ไปเคาะกับเพื่อนอีกคนหนึ่งครับ งานเลยเข้า พวกเขาโดนผีตามติด งานนี้โคลอี้และแม่เลยมีโอกาสได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ส่วนเรื่องราวที่เหลือก็คือเหตุสยองกับการไขปริศนาว่าตกลงแล้วผีอะไรกันแน่ที่ไล่ตามล่าโคลอี้

หนังออกแนวเรื่อยๆ ครับ หนังพยายามใช้สูตรสยองเช่น ความมืด และดนตรี (โดย James Edward Barker และ Steve Moore) ที่ชวนให้นึกถึงหนังสยองยุค 80 – 90 แต่ผลที่ได้ก็ไม่ถึงกับตื่นเต้นหรือน่ากลัวอะไรมากครับ หลายฉากนี่เดาได้เลยล่ะว่ามันจะมามุกไหน

จริงๆ หนังมีแก่นเชิงดราม่านี่โอเคครับ แต่ก็ไม่ได้ใช้งานให้เป็นประโยชน์ แทนที่จะใช้เรื่องความสัมพันธ์ที่ห่างเหินของแม่ลูกมาเพิ่มความน่าสนใจให้กับหนัง หรือจริงๆ พระเอกของหนังแนวนี้คือความลึกลับของผีสางที่หากหนังวางปมดีๆ ทิ้งปมให้คนดูตามดีๆ ความน่าติดตามก็จะไหลมาเอง

แต่นี่การตามปมและคลายปมเป็นไปแบบเรื่อยๆ ครับ ไม่ได้มีจังหวะให้อึ้งให้เหวออะไรนัก ทั้งที่จริงๆ มันก็ซับซ้อน แม้จะลงสูตรก็เถอะ แต่ถ้าหนังเล่าดีๆ มันก็ลึกลับขึ้นมาได้ ทว่าการบอกเล่ามันทื่อไปนิด จนความน่าสนใจมันไม่มากเท่าที่ควร

น่าเสียดายครับ จริงๆ ผมเสียดายเสมอยามที่หนังไปไม่ถึงดวงดาว (เพราะนั่นแสดงว่าเราเพิ่งเอาเวลาไปแลกกับการดูหนังที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป) ก็พูดแบบไม่อ้อมค้อมว่ารอดูแผ่นได้ครับ ^_^

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)