Action

โดราเอมอน ตอน บุกแดนจอมคาถา (1984) Nobita’s Great Adventure into the Underworld

19840110

โดราเอมอน ตอน บุกแดนจอมคาถา เป็นตอนที่หยิบเอาตำนานว่าด้วยพ่อมด แม่มด และเวทย์มนต์มาเป็นแกนครับ

เมื่อโนบิตะอยากให้โลกนี้ใช้เวทย์มนต์ได้ เลยใช้เครื่อง “โทรศัพท์สมใจนึก” เปลี่ยนให้เข้าไปอยู่ในโลกเวทย์มนต์ แต่แล้วพวกเขาก็พบว่าที่โลกแห่งนี้มีจอมปีศาจตัวร้ายหมายจะบุกโลก พวกโดราเอมอนเลยต้องหาทางรับมือก่อนที่แผนของมันจะสำเร็จ

ภาคนี้แม้จะว่าด้วยเวทย์มนต์คาถาและมีปีศาจมากมาย แต่หนังก็นำเสนอออกมาในสไตล์แอ็กชันผจญภัยมากกว่าจะเน้นความน่ากลัว (ว่าง่ายๆ คือไม่ออกแนวหลอนเหมือนภาคที่แล้ว) และผลที่ได้คือความสนุก ตื่นเต้น และน่าติดตามอย่างมากอีกตอนหนึ่งครับ

จุดที่ผมชอบมากคือการวางพล็อตที่ทิ้งปมได้อย่างน่าสนใจ เพราะตอนต้นเรื่องจู่ๆ พวกโดราเอมอนก็เจอ “รูปปั้นหินรูปพวกเขา” โผล่ขึ้นมา ซึ่งมันน่าสนใจดีครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น รูปปั้นนี่มาจากไหน ทำไมมันเหมือนโดราเอมอนกับโนบิตะขนาดนั้น

ระหว่างนั้นก็มีปมโน่นนี่ทิ้งให้เราติดตามตลอด ครั้นพอถึงตอนเฉลย (รูปปั้นมาจากไหน) ผมก็ขอนับถือเลยครับว่าเข้าใจคิดเรื่องจริงๆ มันทำให้ภาคนี้มีทั้งความสนุกและมีบทที่ซับซ้อนน่าสนใจอีกด้วย (อยากบอกว่าผมดู Harry Potter and the Prisoner of Azkaban สนุกน้อยลงหน่อย ก็เพราะเคยดูพี่ม่อนภาคนี้แล้ว เลยเดาตอนท้ายได้นั่นแหละครับ อันนี้ส่วนตัวจ้า 555)

อีกอย่างที่ชอบคือตอนเดคิซึงิเล่าตำนานเวทย์มนต์น่ะครับ ลีลาการเล่า ภาพที่ใช้ เพลงที่ใส่ลงไปมันพอเหมาะได้อารมณ์ลึกลับกำลังดีจริงๆ

ภาคนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นพี่ม่อนตอนพิเศษภาคแรกที่มีการนำเอาเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาใช้ครับ (ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คงเป็นพวกฉากต่อสู้ในอวกาศ) ซึ่งก็เพิ่มรสชาติให้กับหนังได้ไม่เลวทีเดียว

ในแง่มุขฮาก็น่าพอใจครับ โดยเฉพาะการที่โนบิตะพอไปอยู่ในโลกเวทย์มนต์แล้วดันใช้เวทย์ไม่เป็นอยู่คนเดียว (และวิชาเวทย์เดียวที่เรียนได้คือ มนต์เปิดกระโปรงชิซูกะ 555), การที่โฆษณาในทีวีก็เต็มไปด้วยของวิเศษอย่างลูกแก้วพยากรณ์, พรมเหาะได้รุ่นไฮสปีด แล้วก็ยาอายุวัฒนะสูตรแม่มดปรุงเอง หรือการที่ใครๆ วิจารณ์โดราเอมอนว่าเชยและโบราณ ที่มัวแต่ใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์อยู่ได้ มุมพวกนี้ก็เข้าใจคิดดีครับ

และแน่นอนว่าหนังมาพร้อมความซึ้งในมิตรภาพระหว่างพวกโนบิตะกับเพื่อนใหม่อย่างมิโยโกะ สาวน้อยจอมเวทย์ที่โดนปีศาจจองล้างจองผลาญ เพราะเธอและพ่อดันไปค้นพบบันทึกลับแห่งโลกเวทย์มนต์เข้า ก็จับใจไม่เลวครับ

เพลงจบของหนัง (Kaze No Magikaru) ก็นับว่าไพเราะทีเดียว จนบอกได้เลยครับว่าเป็นภาคพิเศษที่เพลิดเพลินทั้งในแง่แฟนตาซี, แอ็กชันผจญภัย และอารมณ์ขันเสียดสีว่า “เมื่อมนุษย์มีเวทย์มนต์ใช้แล้วมันจะเป็นยังไง”

ชื่ออื่นๆ ของตอนนี้ก็มี “ตะลุยแดนปีศาจ” และ “ท่องแดนเวทมนตร์” ถือเป็นตอนที่ 5 ของหนังชุดนี้ครับ ทำเงินไป 1,650 ล้านเยน (13.5 ล้านดอลลาร์) เรียกว่ากลับมาทำเงินสวยงามอีกครั้งหลังจากภาคที่แล้วแผ่วไปครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements