Action

The Finest Hours (2016) ชั่วโมงระทึกฝ่าวิกฤตทะเลเดือด

13432209_1248399185190880_2994111295294756311_n

เรื่องนี้ชอบตั้งแต่ตอนดูโรงครับ บอกตรงๆ ว่าเสียดายมากที่หนังล่ม คือหนังทำเงินไปแค่ $52 ล้านจากทั่วโลก แต่เงินที่ลงทุนไปอย่างต่ำคือ $80 ล้าน แน่นอนครับว่าเจ๊งสนิท

แต่ถ้าพูดถึงเนื้อหาและคุณภาพแล้ว ผมว่าหนังดีครับ ผมชอบเลยล่ะ หนังสร้างจากเรื่องจริงของหน่วยป้องกันภัยชายฝั่งที่ต้องฝ่าคลื่นฝ่าพายุไปช่วยชีวิตลูกเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 30 คนที่เรือประสบอุบัติเหตุจนใกล้จะจมเต็มที

ผมนั้นออกตัวเลยครับว่าเป็นแฟน “หนังสร้างจากเรื่องจริงโดยค่าย Disney” มาแต่ไหนแต่ไร เพราะหนังจะให้กำลังใจและอิงจากเรื่องจริงน่ะครับ มันสามารถเติมแรงใจและพลังให้กับผมได้ทุกครั้งที่ดู

จำได้เรื่องแรกๆ เลยคือ Remember the Titans ครับ ส่วนมากจะเป็นหนังว่าด้วยกีฬา แต่เรื่องนี้ฉีกแนวไปทำหนังแอ็กชันดราม่า ซึ่งถ้าว่าในแง่ความดีแล้วถือว่าหนังทำออกมาได้ดีครับ คืออาจจะไม่ได้สุดยอดนะ แต่ถือว่าอยู่ในขั้นดี ทั้งดารา การเล่าเรื่อง Effect หรือดนตรี ทั้งหมดถือว่าได้มาตรฐานครับ

ช่วงต้นๆ หนังอาจจะเรื่อยๆ อยู่บ้างครับ แต่พอเริ่มเกิดภัยพิบัติกับเรือบรรทุกน้ำมันแล้ว ความน่าติดตามก็ไหลบ่ามาเรื่อยๆ เพราะคนดูอย่างเราๆ ต้องลุ้น 2 เหตุการณ์พร้อมกัน เหตุการณ์แรกคือการพยายามเอาชีวิตรอดของลูกเรือบรรทุกน้ำมัน ที่เรือใกล้จะจมลงทุกขณะ ดังนั้นพวกเขาต้องหาทางต่อเวลาทำให้เราอยู่เหนือน้ำให้นานที่สุด โดยหวังว่าจะมีใครมาช่วยเหลือพวกเขา

ส่วนอีกเหตุการณ์คือเรื่องของ เบอร์นี่ย์ เว็บเบอร์ (Chris Pine) ที่เป็นกัปตันนำทีมหน่วยกู้ภัยไปช่วยชีวิตลูกเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ปัญหาคือพายุในวันนั้นรุนแรงมากครับ และยังมีโจทย์ที่หนักมากๆ คือแถบนั้นจะมีสันเนินทรายที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันจะอยู่ตำแหน่งไหน ดังนั้นหากพุ่งไปเกยหรือไปชนเข้า ก็จะหมายถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวง

แล้วคิดดูครับ วันนั้นพายุแรงมากจนแทบมองไม่เห็นอะไร แล้วเบอร์นี่ย์กับพรรคพวกต้องหาทางฝ่าทั้งคลื่นสูงและฝ่าสันทรายนั้นให้พ้น ไม่งั้นทั้งพวกเขาและลูกเรือก็ต้องตายกันหมด

หนังทำให้นึกถึง The Perfect Storm ผสมกับ The Guardian ครับ ซึ่งหากใครชอบหนัง 2 เรื่องนี้ ผมว่าจะไม่ผิดหวังกับเรื่องนี้เลย เพราะมันทำได้สนุก น่าติดตาม เข้มข้น ตื่นเต้น เร้าใจ อย่างที่บอกครับว่ามันไม่ได้สุดยอด แต่ก็ถือว่าไม่ห่างจากคำว่าสุดยอดสักเท่าไร เพราะดูในแง่ความลุ้นหนังก็ตอบโจทย์ได้ ในแง่ดราม่าหนังก็ทำได้ไม่เลว หรือในแง่หนังสร้างแรงบันดาลใจ ก็ถือว่าดูจบแล้ว หนังทำให้เรามีพลังขึ้นมาไม่น้อย

Pine นี่คงเหมาะกับบทกัปตันเน้อะ (555) นอกจากกัปตันเคิร์กแล้วยังมาเป็นกัปตันในเรื่องนี้อีก ซึ่งการแสดงของพี่แกในบางมุมอาจดูแข็งนะ แต่ถ้าดูทั้งเรื่องแล้วจะเข้าใจว่าทำไมตอนต้นๆ พี่แกถึงดูแข็งๆ เกร็งๆ (แน่นอนครับว่ามีปม) และพอถึงฉากพี่แกต้องระเบิดอารมณ์ ก็ดูน่าเชื่อถือทีเดียวครับ (ประมาณว่า “ผมมาถึงตรงนี้แล้ว ผมต้องไปช่วยคนให้ได้ ผมจะไม่ยอมหยุด ไม่ยอมกลับ” เป็นฉากที่ได้อารมณ์ไม่น้อยเลย)

Casey Affleck ก็ดูเจ๋งดีครับกับบทเรย์ คนที่ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้เหล่าลูกเรือไม่ตายกันไปก่อน หน้าตาท่าทางเขาดูนิ่งๆ แต่มีสมอง ดูฉลาดแต่ไม่อวดดี ถือเป็นสีสัน (แบบนิ่งๆ) ให้กับหนังได้ดี และรายที่ผมชอบสุดๆ คือ Holliday Grainger ในบทคนรักของเบอร์นี่ย์ครับ เธอดูเป็นผู้หญิงแกร่งที่เด่นมากๆ ในเรื่อง หลายฉากนี่ได้ใจกันไปเลย เป็นผู้หญิงที่น่ารัก และเข้มแข็งมาก

ยอมรับว่าเห็นใจผู้กำกับ Craig Gillespie อยู่เหมือนกันครับ เพราะจริงๆ พี่แกเป็นคนเก่งนะ ทำหนังออกมาถือว่าดีทุกเรื่อง ไม่ว่าจะ Lars and the Real Girl, Fright Night รีเมค และ Million Dollar Arm แต่ผลงานพี่แกไม่ค่อยทำเงินเท่าไร อย่างเรื่องนี้ก็มาเจ๊งอีก ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตของเขาจะเป็นไงต่อ (ยังอยากเห็นผลงานต่อไปของเขาอยู่ครับ)

เอาเป็นว่านี่คือหนังอีกเรื่องที่อยากให้ได้ชมกันครับ ยิ่งใครชอบหนังสร้างแรงบันดาลใจของ Disney หรือชอบหนังแนวภัยพิบัติ ผมว่าเรื่องนี้น่าจะทำให้คุณสนุกไปกับมันได้ครับ

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)

kDU6iJx4PaGcl9WyRBg2vlbxet5

 

Advertisements