Action

Kung Fu Panda (2008) กังฟูแพนด้า จอมยุทธ์พลิกล็อค ช็อคยุทธภพ

1503359421-kung-fu-panda-2008-กังฟูแพนด้า-จอมยุทธ์

ตามปกติสารภาพเลยนะครับว่าพวกหนังการ์ตูนหรือแอนิเมชั่นเนี่ยจะได้สตางค์จากกระผมก็ต่อเมื่อออกแผ่นแล้วมากกว่า ยกเว้นของเขาต้องเด็ดจริงอย่างสารพัดการ์ตูนจาก Pixar หรือโดราเอมอนตอนพิเศษ พวกนี้ไว้ใจได้ เลยกล้าไปดู แต่นอกนั้นแม้เขาจะว่าดีอย่างไรก็อดใจรอแผ่นครับ

ส่วนเรื่องนี้ไปดูเพราะคนสำคัญเขาชักชวนไป ผมก็เห็นว่าหนังมันน่าจะสนุกด้วยก็เลยโอเค ลองดูก็ได้ คลายเครียดด้วย เพราะวันนั้นผมต้องดูหนังสามเรื่องติด อันได้แก่ The Happening, The Incredible Hulk และเรื่องนี้ปิดท้าย ก็คาดว่าจะได้อะไรสบายๆ มาผ่อนคลายหลังดูหนังจริงจังมาตั้งสองเรื่อง

และผลปรากฏว่าผมชอบเรื่องนี้มากกว่าสองเรื่องข้างต้นนั่นเสียอีก!

แหม คุณ มันสนุกอ้ะ สนุกดีกว่าที่คาดเยอะ จริงๆ ก็คิดๆ อยู่แหละครับว่ามันต้องขำ ต้องเพลิน แต่ไม่หวังอะไรมากมาย เรื่องความมันส์ก็แทบไม่หวังเพราะการ์ตูนน่ะครับ มันจะให้มันส์อะไรมากมาย แต่ที่ไหนได้มันส์พะยะค่ะเลยล่ะครับ

เนื้อเรื่องค่อนข้างง่ายครับ เปิดมาก็แนะนำแพนด้ากลมปุ๊กที่ชื่อ โป (ให้เสียงโดย Jack Black ถ้าเป็นพากย์ไทยก็ดีเจเชาเชา) ผู้ใฝ่ฝันอยากจะร่ำเรียนวิชายุทธ์มาตลอด แล้วจู่ๆ โอกาสก็พุ่งชนแบบไม่รู้ตัว เมื่อปรมาจารย์ออเกวย์ (Randall Duk Kim) แห่งยอดเขาเกิดเลือกเขาเป็นผู้สืบทอดวิชาจากคัมภีร์มังกร ที่ว่ากันว่าเป็นเคล็ดวิชาที่ร้ายกาจที่สุด และหน้าที่ของผู้สืบทอดอีกอย่างคือ ต้องรับมือปราบวายร้ายไต้หลุง (Ian McShane) พยัคฆ์อำมหิตที่หวังจะครองคัมภีร์เหมือนกัน

แต่ทว่านอกจากปรามาจารย์ออเกวย์แล้ว ไม่มีใครในสำนักเชื่อเลยว่าเจ้าแพนด้าตัวนี้จะกลายเป็นจอมยุทธ์ขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะอาจารย์ชีฟู (Dustin Hoffman) หรืออีกห้ายอดฝีมืออันได้แก่ เสือ (Angelina Jolie), ลิง (Jackie Chan), ตั๊กแตน (Seth Rogen), งู (Lucy Liu) และ นกกระเรียน (David Cross) ต่างมองเขาเป็นไอ้อ้วนเห็นแก่กินธรรมดาๆ (ก็จริงแหละครับ แกกินอย่างเดียว)

แต่ชื่อก็บอกแล้วนี่ครับ ว่าแกเป็นจอมยุทธ์ช็อคยุทธภพ ก็มาลุ้นกันหน่อยแล้วกัน ว่าเขาจะได้ยอดวิชามาได้ไหม แล้วไอ้ได้เนี่ยมันได้อย่างไร

อืมม์ มันสนุกน่ะครับ ผมก็ไม่รู้จะบอกอย่างไรดี คือช่วงต้นนั้นค่อนข้างเอื่อยนิดนึง เปิดมาแบบสูตรพอเดากันได้ ประมาณว่าโปเนี่ยเป็นแค่ลูกเจ้าของร้านบะหมี่ และการที่พี่ท่านอยากไปฝึกวิชาก็เลยมีมุกประเภทเจ็บตัว ซุ่มซ่ามหรือทำอะไรก็พลาดไปหมด แค่แกจะเดินขึ้นไปดูปรมาจารย์ออเกวย์คัดเลือกนักรบมังกรก็พลาดแล้วพลาดอีก ในขณะที่คนอื่นๆ เดินไปสบาย มุกพวกนี้มันเดาได้น่ะครับ หรือหลังจากนั้นพอแกต้องรับหน้าที่ฝึกฝนเป็นนักรบมังกร ผมก็กะแล้วนั่นแหละว่ามันต้องมีมุกฝึกวิชาแบบเจ็บตัว แล้วก็ตรงตามคาด

แต่ที่บอกๆ เนี่ยไม่ได้แปลว่ามุกฝืดนะครับ ผมว่ามันขำใช้ได้ เพลินดี แต่ไม่มีอะไรใหม่เท่าใดนัก

nl2kn3rcxtya9rz1w2sg

ความเยี่ยมที่ผมประทับใจมันมาโผล่ช่วงหลังๆ ครับ ตอนที่โปได้รับการฝึกนี่แหละ ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่า มันคงตามสูตรอีกนั่นแหละว้า มันต้องกำหนดให้พี่แพนด้าโปของเกิดเราฮึดขึ้นมา แล้วก็เก่งขึ้นแบบง่ายๆ จากนั้นก็ซัดสู้กับวายร้ายตัวจริง ไอ้การซัดที่ว่านี่ก็ต้องมีการพลาดนิดหน่อย ก่อนจะแก้เกมซัดคืนได้ในภายหลัง มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ นั่งเดาไปเรื่อยครับ และปรากฏว่า … มันมีอะไรมากกว่านั้นแฮะ

สิ่งที่ผมเจอในหนังทำให้ประมาทหนังการ์ตูนและหนังจากฮอลลีวู้ดไม่ได้แล้วครับ ในอดีตหนังจากตะวันตกอาจไม่ได้มีความล้ำลึกอะไร เวลาทำหนังหรือการ์ตูนที่มีกลิ่นอายเอเซีย ก็มักจะได้บรรยากาศไปแค่ผิวๆ (อย่าง Mulan ที่แม้จะดีแต่ก็ไม่ค่อยเป็นเอเซียนัก) แต่กับเรื่องนี้ มันมีความลึกในระดับที่ผมเองยังอดประหลาดใจไม่ได้

แน่นอนครับ มันต้องมีการสปอยล์เกิดขึ้น หากไม่อยากทราบข้ามไปอ่านดาวครับ หรือไม่ก็อ่านแค่ตรงนี้เลยว่า หนังการ์ตูนเรื่องนี้ สนุก มันส์ ฮา ครบเครื่องคุ้มค่าตั๋ว พร้อมทั้งไร้พิษภัย พ่อแม่ผู้ปกครองอาจต้องแนะนำบุตรหลานเล็กน้อยสำหรับเรื่องความรุนแรงนอกนั้นก็ไม่มีปัญหา ดูเพื่อความบันเทิงได้สบายๆ เชื่อเถอะครับ อ้อ แต่ถ้าคุณไม่ชอบการ์ตูนอย่างแรงผมก็ไม่บังคับล่ะนะครับ รอดูแผ่นก็ได้ (แต่ผมว่าก็คุ้มที่จะดูอยู่ดีแหละ)

สาระดีๆ ที่มีในหนังอาจไม่ใช่ของใหม่ แต่ก็เลือกมาใช้กับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม กลมกลืนและมีประโยชน์ทั้งกับตัวเรื่องและคนดู

อย่างแรก ผมจำได้กับฉากที่ปรมาจารย์ออเกวย์กล่าวถึงการใจเย็น เพื่อปลูกผลท้อ บางครั้งเราก็ต้องรอให้บางอย่างได้ที่ขึ้นมา การไปเร่งจนเกินไปก็ใช่ที่ เหมือนเร่งเมล็ดท้อให้กลายเป็นต้นภายในสองวันมันย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่หากเราใจเย็นรอมัน เราจะได้ประโยชน์มากมายมหาศาล ได้แก่ เราจะได้ผลท้อมารับประทานเมื่อถึงเวลา, เราจะได้เรียนรู้ที่จะอดทน ฝึกความอดทนและควบคุมความอยากของตนเอง ฝึกรอธรรมชาติ และการปลูกท้อตามธรรมชาติก็ยังมีผลดีทำให้พื้นดินแข็งแรง อุดมสมบูรณ์อีกต่างหาก

สิ่งเหล่านี้เหมือนสอนคนดูแบบตรงไปตรงมาครับ ว่าบางครั้งเราเร่งอะไรให้ได้ดั่งใจนั้นมันไม่ได้หรอก บางอย่างเร่งไปก็ไม่ดี บางอย่างเร่งแล้วก็ส่งผลกระทบ ผมเลยนึกไปถึงเรื่องการปลูกพืชผล สมัยก่อนเราปลูกแบบใส่ปุ๋ยธรรมชาติ รอจนได้ผลไม้ดีๆ มา แต่ในระยะหลังเราทำอะไรครับ เราเร่งผล เร่งสารพัด ซึ่งผลดีคือได้ผลผลิตเร็ว แล้วผลเสียล่ะครับ ตอนนี้ดินหลายแห่งต้องเสียคุณภาพไปเพราะเราใช้ปุ๋ยเคมีเร่งผล จนพื้นที่ที่น่าจะมีความอุดมกลับแห้งผาก อุ้มน้ำได้ไม่ดี (อันอาจทำให้เกิดหน้าดินทลายหรือน้ำท่วมได้)

อีกอย่าง ผมว่าการที่เราต้องรอผลไม้บางอย่างตามฤดู ก็เป็นการฝึกอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติเตรียมไว้ให้เราได้เรียนรู้ที่จะอดทน แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเราจะพยายามคุมทุกอย่างให้ออกมาเร็วทันใจไปหมด คนก็พลอยใจร้อนจะเอาอะไรให้ได้อย่างใจตามไปด้วย ซึ่งหากคนเราจะเอาแต่ใจโดยบังคับธรรมชาติ มันก็อาจไม่ส่งผลร้ายในทันที แต่ในระยะยาวเราก็เริ่มรับผลนั้นแล้วนะครับ ส่วนการเอาแต่ใจกับคนด้วยกันก็แทบไม่ต้องพูดถึงครับ มันเกิดผลแบบทันที มีแต่เรื่องกับราวอย่างทุกวันนี้นี่แหละ

การสอนด้วยเมล็ดท้อนี้ ออเกวย์ได้สอนกับอาจารย์ชีฟูเอาไว้ ซึ่งชีฟูก็ไม่ค่อยฟังหรอกครับตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้เข้าใจ ว่ามันจริง การใจร้อนให้โปเป็นกังฟูเร็วๆ ไม่ใช่ทางที่ถูกต้องหรอก แต่การเรียนรู้ไปด้วยกัน ฝึกไปตามกำลังความสามารถ นั่นต่างหากที่จะเป็นทางที่เร็วที่สุดที่จะทำให้โปมีวิชายุทธติดตัวได้

ในที่สุดอาจารย์ชีฟูเลยลองดูสักตั้ง ไหนๆ ปรมาจารย์ก็เลือกเจ้าแพนด้านี่มาแล้วนี่ ก็ขอลองฝึกหน่อย ปรากฏว่าการฝึกแบบเดิมๆ ที่เขาใช้กับคนอื่นๆ ไม่ได้ผลกับหมอนี่ จนชีฟูก็เกือบจะบอกศาลา แต่แล้วเขาก็ได้สังเกตว่าลูกศิษย์ชอบอะไร … ชอบกินไงครับ

เมื่อชีฟูเห็นดังนั้นเลยไม่รอช้า ฝึกโปโดยเอาของกินเป็นเครื่องช่วย จนในที่สุดโปก็มีฝีมือได้อย่างเก่งกาจผ่านทางการทำสิ่งที่ชอบนี่แหละ

สิ่งนี้นับว่ามองได้หลากหลายดี จะเอาไปใช้ในกับตนเองก็ได้ อย่างที่เรารู้กันไงครับ การทำอะไรที่เราชอบที่เรารัก เรามักจะมีพลังเดินไปจนถึงเป้าหมายได้ เช่นผมชอบเรื่องหนัง ก็ดูหนังเขียนเรื่องหนังค้นคว้าเรื่องหนังมันไปนี่แหละ ทำให้เราคล่องแคล่วเรื่องนี้กันไปเลย แล้วสักวันปลายทางหรือสิ่งดีที่เราตั้งใจไว้มันก็จะมาถึงเอง

เช่นเดียวกับเด็กๆ นะครับ ลูกเล็กเด็กแดงของเราๆ ท่านๆ ต้องมีสิ่งที่เขาชอบอยู่ ทำไมไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำสิ่งที่เขารักจนเก่ง จนคนในวงการนั้นๆ ต้องการไปเลยล่ะครับ บางคนอยากเป็นนักร้อง หากเขาเก่งจริงก็สนับสนุน บางคนอยากทำงานในป่าไม้ พิทักษ์ธรรมชาติ ถ้าเขาชอบเราก็เปิดโอกาสให้เขาลองเรียนรู้หน่อยจะเป็นไรไป (แต่หากคุณห่วงสวัสดิภาพและชีวิตเขาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ไม่แน่นะครับ เขาอาจจะประสบความสำเร็จในเรื่องที่เขาชอบก็ได้

นอกจากนี้สังเกตการฝึกของชีฟูดีๆ ครับ เขาฝึกให้แพนด้าเก่งวิทยายุทธผ่านสิ่งที่แพนด้าชอบ นั่นคือ กิน ผมว่ามันน่าลองนะ หากเราจะปรับใช้ดู เช่นคุณอาจไม่ชอบเรียนแคลคูลัส หรือ สถิติ คุณอาจไม่ชอบมันเลยอย่างแรง แต่คุณชอบดนตรี คุณชอบแต่งเพลง … ทำไมไม่ลองเอามาผสมกันล่ะครับ แต่งเพลงว่าด้วยแคล หรือ วิชาใดก็ได้ที่คุณไม่ถนัด ลองดูสิครับ เอาสิ่งที่คุณชอบไปเชื่อมดู คุณอาจเรียนรู้มัน จำมันได้ดีกว่าเดิมนะครับทำเป็นเล่นไป

MV5BMjEzNjUzNTk0NF5BMl5BanBnXkFtZTcwNzMzMzA3NA@@._V1_SX1777_CR0,0,1777,758_AL_

คุณจะลองเอาแนวทางนี้ไปสอนคนหรือใช้มันเป็นเทคนิคส่วนตัวก็ได้ครับ ใครจะรู้มันอาจทำให้คุณมีศักยภาพเพิ่มมากเกินคาดหมายก็ได้ อย่าดูถูกการเรียนรู้ใหม่ๆ ครับ เมื่อก่อนเราก็ยังมองว่าการให้เด็กคิดเองเป็นสิ่งไม่ถูก แล้วไงล่ะครับ ตอนนี้ค่อยมาตระหนักว่าระบบ Child Center มันดีแค่ไหน

การสอนแบบที่ชีฟูใช้ ทำให้ผมเชื่อได้เลยว่า โปเก่งขึ้นแหง ก็เล่นฝึกไป อยู่กับสิ่งที่ชอบไป (เรียนรู้ด้วยความรื่นเริงมักทำให้เรียนได้ดีกว่าปกติ อันนี้เขาวิจัยกันมาแล้วนะครับ) มีอาจารย์ที่เข้าใจคอยเคียงข้าง แบบนี้ย่อมถึงฝั่งฝันแน่นอน

ส่วนเนื้อในของคัมภีร์มังกร ก็คือ ความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย รับรองคอหนังจีนคุ้นเคยกับคัมภีร์ไร้อักษร อันเป็นสุดยอดวิชาของสารพัดตัวละครเอกในนิยายกำลังภายใน สังเกตสิครับ สุดยอดวิชามักเป็นสิ่งที่เหนือทุกสรรพสิ่ง ไม่ยึดกับสิ่งใด ไม่มีสิ่งใดเป็นองค์ประกอบหลัก แต่ทุกสิ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญ … ว่างเปล่า แต่ไม่ว่างเปล่า

ผมจึงไม่แปลกใจที่แพนด้าอย่างโปจะสำเร็จวิชาได้ เพราะเขาทำตามใจปรารถนา ใช้ความสามารถและความชอบของตัวเองในการฝึกฝนวิชา แต่เขาไม่ได้ตามใจตนเองพร่ำเพรื่อ เพราะยังมีอาจารย์คอยชี้แนะสอนแนวทางให้

อันที่จริงอาจารย์สอนโป และโปเองก็ให้บทเรียนอาจารย์เหมือนกัน

การเรียนรู้ที่เหนือกว่าการเรียนรู้ใด คือ เรียนรู้ได้จากทุกอย่าง และเป็นต้นขั้วให้คนอื่นเกิดการเรียนรู้จากตัวเรา … เรียนได้ทุกที่

คนที่เรียนได้ทุกแห่งโดยไม่มีการจำกัด ความรู้ความสามารถย่อมเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด!

เคล็ดพวกนี้น่าเอาไปลองใช้ไม่ใช่เล่นนะครับ มันเป็นปรัชญาชั้นดีที่มีบรรจุอยู่ในหนังสือมากมาย ทั้งจากนักปรัชญาตะวันตกและตะวันออก แต่ทีมงานได้ยกเอาลงมาใส่การ์ตูนได้อย่างลงตัว

ดังนั้นตอนท้าย การที่โปฉะกับไต้หลุงได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ผมรับได้แฮะ ไม่ว่าจะเหตุผลของการ์ตูน (ซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้) และเหตุผลจริงๆ

นอกจากนี้ฉากประมือกับผมว่าออกแบบคิวบู๊สำหรับการ์ตูนได้ดีมากครับ ตื่นเต้นเร้าใจอย่างแรง ดูแล้วลุ้น ซึ่งปกติผมจะไม่ค่อยลุ้นเวลาตัวการ์ตูนตีกันนะ เพราะมันตีกันแบบงั้นๆ น่ะ แต่ในเรื่องนี้ ยังกับคนเอาเฉินหลงกับเจ็ทลีมาเล่นด้วยตัวเองเลยล่ะครับ พริ้วโคตร เยี่ยมมาก

องค์ประกอบดีๆ สารพัดทำให้ Kung Fu Panda เข้าข่ายเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ควรดูครับ มันอาจให้แรงบันดาลใจกับคุณได้อย่างดี อย่างน้อยก็สนุก ได้ความบันเทิงล่ะน่า พวกลายเส้นก็ใช้ได้ ให้อารมณ์แดนจีนดีเหมือนกัน

ผมก็คงไม่กล่าวอะไรนะครับ แนะนำให้ไปดูได้เลย ไม่ผิดหวัง ได้สิ่งดีๆ อีกต่างหาก

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

maxre4242424sdefault