รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Christmas Hope (2009), ความหวังแห่งวันคริสต์มาส

1387885337

เรื่องราวบทที่ 3 ที่สานต่อจาก The Christmas Shoes และ The Christmas Blessing นะครับ โดยยังคงสร้างจากบทประพันธ์เล่มต่อมาของ Donna Van Liere เช่นเคย เรียกว่าเขียนและได้รับความนิยมจนครบเป็นไตรภาคเลยครับ

เหตุการณ์ในตอนนี้ก็เกิดหลังจากคราวก่อนไม่นานนักครับ หนังเล่าถึงมาร์คและแพทริเซีย สามีภรรยาครอบครัวแอดดิสัน (James Remar และ Madeleine Stowe) ที่ต่างฝ่ายต่างก็เย็นชาใส่กันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากพวกเขาเสียลูกชายไป แต่แล้วแพทริเซียก็ได้รับเลี้ยงเด็กสาวนามว่าเอมิลี่ (Tori Barban) ที่เพิ่งเสียแม่ไปเช่นกัน

ใช่ครับ ทุกคนล้วนผ่านความสูญเสียกันมาทั้งสิ้น แต่เมื่อพวกเขาได้มาอยู่ด้วยกัน ก็ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามผ่านอดีต ก้าวพ้นความโศกเศร้าทั้งหลาย แล้วหันมาใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุข หันมาสนใจสิ่งที่ตนเองยังคงมีอยู่ นั่นก็คือ ชีวิตกับคนรอบข้างที่รักและหวังดีนั่นเอง

ผมชอบเนื้อเรื่องภาคนี้นะครับ มีอะไรให้คิดตาม และมีอารมณ์อบอุ่นชัดเจนมากกว่าตอนที่แล้ว แต่กระนั้นภาคแรกยังเป็นตอนที่ผมชอบที่สุดอยู่ดีครับ แล้วก็ชอบตอนนี้รองลงมา และต้องขอบอกตามธรรมเนียมอีกเช่นเคยนะครับว่าฉบับนิยายของตอนนี้ก็มีแปลไทยครับ แล้วก็เป็นไปตามคาดนั่นคือหนังสือสนุกและกินใจกว่าฉบับหนังอีกเช่นเคย

แต่อย่างน้อยภาคนี้ก็แก้จุดอ่อนของภาคที่แล้วได้หลายอย่างครับ เริ่มจากนักแสดงที่เลือกได้เหมาะขึ้น และแต่ละคนก็แสดงได้ดีทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Remar ที่ดูยอดเยี่ยมมากๆ ในบทสามีที่พยายามประคับประคองชีวิตคู่ พยายามทำตัวให้นิ่ง สามารถรับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ในขณะที่ Stowe ก็เข้าถึงบทคุณแม่ผู้สูญเสียได้ดีครับ แววตาท่าทางของเธอตอนรำลึกความหลังมันบ่งบอกถึงความรวดร้าวได้อย่างชัดเจนมากๆ และหนูน้อย Tori Barban ก็ดูน่ารักสมวัยครับ การแสดงของเธออาจไม่ถึงกับเด่นมาก แต่ด้วยหน้าตาใสๆ ที่มีความเป็นผู้ใหญ่แฝงอยู่ทำให้เธอดูเหมาะกับบทนี้ทีเดียว

จุดดีต่อมาก็ขอยกให้บรรยากาศวันคริสต์มาสที่อบอุ่น ภาคนี้ก็ถือว่ามีบรรยากาศแบบนั้นมากขึ้นครับ ในขณะที่ภาคก่อนดูจะมีบรรยากาศแบบนี้น้อยไปหน่อย ซึ่งบรรยากาศที่ว่านี่ไม่ใช่แคมีหิมะและต้นคริสต์มาสนะครับ แต่ผมหมายถึงบรรยากาศของการที่ครอบครัวและเพื่อนสนิทมิตรสหายมารวมตัวกัน ยื่นความปรารถนาดีให้แก่กัน นี่แหละครับบรรยากาศที่สุดขลังและงดงามมากๆ ของเทศกาลนี้

สำหรับประเด็นหลักของเรื่องก็คือการที่ตัวละครหลักๆ ยังมีความเจ็บปวดอยู่ในใจ ยังรู้สึกช้ำกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ยังทำใจไม่ได้น่ะครับว่าอย่างนั้นเถอะ ซึ่งเรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวย่อมยากจะเข้าใจครับ เพราะใครๆ ก็พูดได้ว่า “อย่าคิดมาก คนก็ตายไปแล้ว ใช้ชีวิตของเราให้ดีจะดีกว่า” แต่สำหรับคนที่เพิ่งสูญเสียคนที่รักไป มันทำใจไม่ได้เร็วและไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ ยกเว้นจะฝีกสติหรือเข้าใจในธรรมนั่นก็ว่ากันไปอย่างหนึ่ง

และหนังก็เสนอคำตอบอันเป็นทางออกอย่างหนึ่งสำหรับกรณีนี้ นั่นคือการหาอะไรทำครับ ทำกิจกรรมหรืองานอะไรก็ได้เพื่อพยายามดึงให้เราอยู่กับปัจจุบัน และที่สำคัญคือหากเรายังเหลือคนรอบข้างอยู่ เราก็ควรใส่ใจพวกเขาด้วยครับ อย่าสนเพียงคนที่จากไปโดยปล่อยให้คนที่ยังอยู่รู้สึกไม่มีค่าหรือมีตัวตนน้อยกว่าคนที่ตายไปแล้ว

แน่นอนครับว่าการที่เราเสียใจมันไม่ใช่เรื่องผิด แต่คนรอบข้างที่ยังเหลือ ที่ยังหวังดีและพยายามให้กำลังใจเรานั้นเขาก็ไม่ได้ผิดเหมือนกันครับ ในทางกลับกันเขายังพยายามทำอะไรให้เรารู้สึกดีขึ้นด้วย เช่นนั้นแล้วการตอบแทนคนที่ดีต่อเราด้วยการเย็นชา ไม่สนใจ หรือมีแต่ติมีแต่ว่าไม่มีวาจาเอ่ยชมหรือขอบคุณใดๆ นั่นไม่ใช่อะไรที่พวกเขาสมควรได้รับจากเราเลยครับ

1387898267

ในเรื่องนี่กว่าตัวละครจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ก็ใช้เวลาครับ แต่สิ่งที่หนังพยายามชี้ให้เราเห็นคือการประคับประคองของคนในครอบครัว การหวังดีต่อกัน เป็นกำลังใจให้กัน หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ใกล้ชิดมากมานก็สามารถให้กำลังใจหรือหยิบยื่นความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันได้ครับ

การเกิดรู้สึกเสียใจให้กับคนที่จากไปถือเป็นเรื่องสามัญประการหนึ่งของมนุษย์ครับ แต่อย่าปล่อยให้ความรู้สึกนั้นบั่นทอนตัวเราจนเกินไป… เรายังมีชีวิตครับ และเรามีสิทธิ์เต็มร้อยที่จะใช้ชีวิตที่ยังเหลือให้มีสิ่งดีๆ มารายล้อมให้มากที่สุด และหาความสุขได้ตามอัตภาพ อีกทั้งเรายังมีสิทธิ์ช่วยทำให้คนอื่นๆ ที่มีชีวิตอยู่รอบๆ ตัวเรา ได้รู้สึกว่าเขาโชคดีที่ชาตินี้เกิดมาแล้วได้รู้จักคนดีๆ อย่างเรา… อย่าโยนสิทธิ์เหล่านี้ทิ้งไปง่ายๆ นะครับ

สรุปว่าก็ดูได้ครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังครอบครัว หนังเกี่ยวกับวันคริสต์มาส อ้อ และภาคนี้ยังมีตัวละครเนธาน แอนดรูว์สจาก 2 ภาคก่อนตามมามีบทบาทด้วยนะครับ แสดงโดย Ian Ziering ซึ่งก็ถือเป็นบทที่มีผลต่อเรื่องราวพอสมควร และยังถือเป็นการสานปมจากภาคที่แล้วได้แบบพอเหมาะด้วยครับ (จำได้ใช่ไหมครับว่าภาคที่แล้ว เนธานอยากเลิกเป็นหมอ เพราะเขาผ่าตัดช่วยชีวิตคนไข้ไม่สำเร็จ… คนไข้คนนั้นนั่นเองครับที่เชื่อมเนธานมาสู่ครอบครัวแอดดิสัน)

ถือเป็นหนังชุดวันคริสต์มาสที่ทำออกมาได้น่าพอใจครับ ยังไม่ถึงกับยอดเยี่ยม แต่คนดูก็ได้ความรู้สึกดีๆ ติดปลายนวมกลับไปทุกที

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements