รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Christmas Blessing (2005), พรแห่งวันคริสต์มาส

1387879946

นี่คือเรื่องราวต่อจาก The Christmas Shoes นะครับ สร้างจากนิยายเล่มถัดมาของ Donna Van Liere เป็นเหตุการณ์หลายปีให้หลังของเนธาน แอนดรูว์ส (Neil Patrick Harris) เด็กชายผู้พยายามหารองเท้าไปมอบให้กับแม่ที่กำลังจะตายเมื่อคราวก่อน ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มและได้เป็นแพทย์สมความตั้งใจ

แต่ทีนี้คนไข้รายล่าสุดกลับมาเสียชีวิตไปในขณะที่เขากำลังผ่าตัดให้ นั่นทำให้เนธานรู้สึกหมดสิ้นซึ่งความมั่นใจในการเป็นหมอ เขาเลยตัดสินใจลาพักกลับบ้าน มาช่วยพ่อของเขา (Hugh Thompson) ทำงานอยู่ที่อู่ซ่อมรถแทน โดยที่ลึกๆ แล้วเขาก็อยากลาออกจากการเป็นหมออยู่เหมือนกัน

ที่นั่นเองเขาได้พบกับเมแกน ซัลลิแวน (Rebecca Gayheart) คุณครูผู้ร่าเริงที่มีความฝันว่าจะสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระบรรดาคุณแม่ที่บ้างก็ต้องทำงาน บ้างก็ต้องอยู่คนเดียวโดยไร้สามีเคียงข้าง แต่เรื่องทุนรอนนั้นเองคือปัญหาสำคัญที่เธอก็ยังคิดไม่ตกว่าจะหาทางออกอย่างไรดี

ขณะเดียวกันเนธานก็ได้รู้จักกับชาลี (Angus T. Jones) เด็กน้อยผู้สูญเสียแม่ไปเหมือนเขา และตอนนี้กำลังป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ

ภาคนี้ก็มาแนวภาคที่แล้วน่ะครับ เนื้อเรื่องว่าด้วยความสูญเสียและความหวังที่เกิดในวันคริสต์มาส ถ้าว่ากันโดยตัวหนังแล้วก็ยังคงดูได้เรื่อยๆ ตามสูตรหนังครอบครัวน่ะครับ เพียงแต่ความกินใจและความซึ้งยังไม่มากเท่าคราวก่อน

ดาราที่คัดมาแสดงในเรื่องนั้นนอกจาก Harris และ Rob Lowe ที่กลับมารับเชิญในบทโรเบิร์ต เลย์ตันแล้ว คนอื่นๆ รู้สึกว่าบทจะยังไม่ใช่สักเท่าไร คือเล่นน่ะเล่นดีครับ แต่รู้สึกว่าน่าจะมีตัวเลือกที่เหมาะกับบทมากกว่านี้ อย่าง Gayheart ในเมแกนที่แม้เธอจะแสดงได้ไม่เลว แต่บุคลิกและหน้าตาเธอดูไม่เข้าคู่กับ Harris สักเท่าไร (พอจะเดาได้ใช่ไหมครับว่าสุดท้ายสองคนนี้ต้องมาลงเอยกันในที่สุด)

โดยรวมแล้วภาคนี้อยู่ในระดับดูได้ครับ แต่ยังไม่รู้สึกอิ่ม รู้สึกซึ้ง หรือทำเอาเราน้ำตาไหลเหมือนคราวก่อน ซึ่งอยากจะบอกว่าในนิยายนั้นมีอะไรมากกว่าในหนังพอสมควรครับ ทั้งความซึ้งหรือบทสนทนาที่ชวนให้เราใคร่ครวญเรื่องชีวิตของตน แต่อะไรเหล่านี้กลับปรากฏในหนังไม่มากเท่าไร

1387897915

แต่แง่คิดดีๆ จากหนังก็ยังคงมีให้เราเก็บไปขบคิดเพื่อเสริมสารอาหารทางความคิดอยู่หลายอันครับ เช่นการที่เนธานหมดความมั่นใจหลังจากไม่สามารถช่วยคนไข้ได้นั้น ว่าตามจริงมันก็คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะเนธานพยายามช่วยเต็มที่แล้ว แต่พอถึงจังหวะตื่นเต้นเขาก็เกิดเกร็งขึ้นมา อึ้งไปบ้าง ซึ่งมันเกิดได้กับทุกคนและทุกอาชีพครับ เพียงแต่ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรหลังจากนั้น เราจะหันหลังและยอมแพ้ แล้วปล่อยให้เรื่องนั้นกลายเป็นสิ่งยอกอกบ่งใจเราให้เจ็บช้ำ เราเลือกที่จะเรียนรู้จากมัน เข้าใจมัน และพยายามแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดซ้ำอีก

แต่อันว่าส่วนสำคัญที่ทำให้เนธานมีพลังใจกลับคืนมานั้น คนรอบข้างถือว่าสำคัญครับ อันนี้ถือเป็นหัวใจของหนังที่ว่าด้วยวันคริสต์มาสหลายๆ เรื่องเลยนะครับ เพราะยามเรามีปัญหาเหนื่อยล้าอ่อนแรง การจะฟื้นกำลังด้วยตนเองอาจไม่ใช่ของง่าย ไหนจะเจ้าความคิดในสมองที่ทำงานไม่เคยหยุดและมักจะชวนให้เราคิดในเชิง “ทำลายพลังใจที่แทบไม่มีอยู่แล้วให้หดหายไปจนหมดดังนั้นหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ใครสักคนบรรเทาความคิดมาก ก็คือใครอีกสักคน (หรือมากกว่าหนึ่งคน) มาช่วยพูดคุย อาจจะช่วยในการระบายความในใจ (ซึ่งถือเป็นการขับพิษแห่งความคิดมากได้ดีวิธีหนึ่ง) หรือใครสักคนที่ช่วยให้คำปรึกษา เผื่อจะหาทางออกที่เจ้าตัวไม่สามารถคิดได้เองในตอนนั้นจนเจอระหว่างการสนทนา

หรืออย่างน้อยก็ให้กำลังใจครับ ตบไหล่เบาๆ กอดด้วยความหวังดีสักครั้ง นั่นก็ถือเป็นยาวิเศษเลิศล้ำสำหรับคนที่กำลังหมดแรงได้ดีอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกันนอกจากเรื่องของเนธานแล้ว ก็มีเรื่องของตัวละครอื่นๆ ที่สูญเสียคนที่รักไป ซึ่งนอกจากเขาจะเสียใจแล้ว เขายังหันไปมีพฤติกรรมที่ไม่ดีเกิดขึ้นตามมา ซึ่งก็เป็นภาวะปกติชนิดหนึ่งของคนที่เสียใจครับ เมื่อคนเราเสียศูนย์การจะทำสิ่งผิดด้วยความหมดอาลัยหรือเพราะประชดชีวิตสามารถเกิดขึ้นได้ แต่สำหรับคนที่ทำเช่นนั้นก็ต้องลองให้เวลาในการถามตัวเองสักนิดล่ะครับ ว่าการปล่อยให้ตนเองเป็นแบบนั้น มัน “ใช่” ไหม

ถ้าคนที่เขาจากไปรับรู้ได้ล่ะก็ เขาคงเสียใจอย่างแน่นอน

การมีสติอยู่กับปัจจุบันจึงเป็นของดีที่ช่วยเราให้ผ่านเรื่องเศร้าได้ครับ ดูว่าตอนนี้เรายังมีชีวิต เรายังหายใจ เรายังมีใครต้องดูแลอีกไหม และหากเราทำสิ่งไม่ดีแบบนั้นแล้วเรื่องเกิดแดงขึ้นมา ทำให้เราต้องเดือดร้อน อย่างนั้นคนรอบข้างเราจะต้องเดือดร้อนตามไปด้วยไหม

เราเลือกได้ครับว่าเราจะนึกถึงคนที่จากไปแล้วเครียด โกรธ เศร้า ทำลายโน่นนี่ หรือเราจะเลือกทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้น ลองนึกถึงคนที่จากไปว่าหากเขายังอยู่ เขาจะทำสิ่งดีๆ แบบไหนบ้าง เราก็ทำแทนเขาไป แบบนั้นจะเหมือนกับกายเขาจากไป แต่จิตใจยังอยู่ครับ… อยู่เป็นส่วนหนึ่งกับตัวเรานั่นเอง

เอาล่ะนะครับ โดยสรุปคือชอบภาคที่แล้วมากกว่าครับ และชอบฉบับนิยายมากกว่าหนังด้วย แต่กระนั้นสาระดีๆ ที่หนังมีก็ทำให้เราไม่รู้สึกเสียเวลาในการรับชมครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements