รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Kentucky Fried Movie (1977), มหกรรมยำฮา หนังเพี้ยนบ้ารวมมิตร

MV5BOGRjZTJiMjYtNjkyZS00NTgwLWI3ODAtMDRlODdkMjQ2YjY3XkEyXkFqcGdeQXVyNjE5MjUyOTM@._V1_

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับที่จะแนะนำให้คุณๆ ได้รู้จักกับหนังสุดฮาแน่นไปด้วยลูกบ้าเรื่องนี้ เพิ่งดูไปสดๆ เมื่อวานนี้เอง หลังจากควานหามานานนับ 10 ปี เลยคาบมาบอกเล่าตามระเบียบ

The Kentucky Fried Movie ถือกำเนิดขึ้นมาจากความพยายามของ 3 หน่อ David Zucker, Jim Abrahams และ Jerry Zucker ที่อยากทำหนังยำสุดเพี้ยน ที่ไม่เหมือนหนังตลกเรื่องอื่นๆ เพราะมันไม่มีเนื้อเรื่องใดๆ ไม่มีพระเอกนางเอกหรือผู้ร้าย แต่เป็นการเอาฉากล้อเลียนโฆษณา, รายการข่าว, ตัวอย่างหนัง, หนังเกรดบี, สารคดี, รายการทีวีมายำต่อกัน อันละ 3 -5 นาที อารมณ์เหมือนเรานั่งดูทีวีตอนไม่มีอะไรทำน่ะครับ ดูไปเรื่อยๆ รายการนั้นบ้าง รายการนี้บ้าง เพียงแต่ว่าแต่ละรายการมันแฝงมุขฮาๆ ไว้ตลอด บางอันก็ฮาจงใจ บางอันก็ฮาหน้าตาย ซึ่งพวกพี่ท่านก็สร้างสรรค์ทำออกมาได้เพี้ยนดีแท้

ดังนั้นถ้าจะเรียกว่ามันเป็นหนังแนวหรือหนังเฉพาะกลุ่ม (Cult) ก็พอได้น่ะครับ ผมจึงค่อนข้างแน่ใจว่าคงมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบหนังเรื่องนี้ อย่างผมเนี่ยชอบครับ ในความเพี้ยน ความฮาและมุขล้อเลียนที่ค่อนข้างขำ ช่วงแรกๆ ของหนังจะเรื่อยๆ ครับ ไม่ถึงกับขำอะไร ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะตอนแรกๆ เราจะยังไม่ชินกับลีลาเพี้ยนๆ ของหนัง ต้องดูไปสัก 10 นาทีน่ะครับ ถ้าคุณปรับตัวเข้ากับหนังได้ อีกชั่วโมงกว่าๆ ต่อจากนั้นจะกลายเป็นความขำขันแบบเต็มเม็ดไปเลย

แต่หากคุณไม่ค่อยชอบหนังแนวล้อๆ ยำๆ หรือหนังที่ไม่มีพล็อตแบบนี้แล้วล่ะก็ ไม่แปลกครับที่คุณจะเฉยๆ ดีไม่ดีอาจไม่ชอบด้วย เพราะมันไม่ใช่ “หนัง” ตามนิยามปกติของเราๆ ท่านๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากแนะนำให้ลองทำใจโล่งๆ ไม่คิดมากตอนดูครับ คุณอาจสนุกสนานกับความเพี้ยนสไตล์นี้ก็ได้

หลายคนอาจคุ้นชื่อ David Zucker, Jim Abrahams และ Jerry Zucker ใช่ไหมครับ ก็พวกเขานี่แหละที่สร้างหนังตลกล้อเลียนฮาขั้นเทพอย่าง Airplane!, Top Secret! แล้วก็ตามด้วยหนังชุดปืนเปลือย The Naked Gun ส่วนหนังเรื่องนี้คือผลงานแจ้งเกิดครับ ซึ่งกว่าจะได้สร้างออกมานั้นก็ต้องใช้ความพยายามและอดทนอย่างมาก เนื่องจากในตอนแรก พวกเขาลองเอาโปรเจคท์นี้ไปเสนอกับสตูดิโอใหญ่ๆ หลายเจ้า หวังว่าจะได้โอกาส แต่ปรากฏว่าโดนเซย์โนหมดทุกที่ครับ ทุกเจ้ามองว่าหนังยำๆ มั่วๆ แบบนี้ไม่น่าจะมีอนาคตและไม่น่าจะมีใครมาดู

MV5BYWVhMTVkZjEtYTFkYi00YzgxLThmNDItOGY4ZWQzNjRkMWVlXkEyXkFqcGdeQXVyNjUxMjc1OTM@._V1_SX1777_CR0,0,1777,949_AL_

ในที่สุดพวกเขาก็ต้องควานหาทุนกันเอาเองครับ ได้มาประมาณ 650,000 เหรียญ แม้จะไม่มาก แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ครับ ถ่ายทำสร้างมันจากเงินแค่นี้แหละ จนสำเร็จออกมาได้ ส่วนผู้กำกับนั้นก็ได้ John Landis ที่ยังหน้าใหม่ในขณะนั้นมาช่วยคุมหนัง

และแล้วหนังเล็กๆ ที่สตูดิโอใหญ่ๆ พากันส่ายหน้าก็สามารถทำเงินทำทองได้กว่า 20 ล้าน ไหนจะตอนออกวีดีโอก็ยังทำยอดเช่ากว่า 7 ล้านอีกต่างหาก เรียกว่าดังกำลังเหมาะ จนส่งให้ David Zucker, Jim Abrahams, Jerry Zucker และ Landis เป็นที่สนใจในวงการหนังฮาขึ้นมาทันที

ชอบครับ ชอบ ไม่มีสาระ ฮาต่อเนื่อง แต่ถึงจะไม่มีสาระ ก็ใช่ว่าจะไม่มีกึ๋นนะครับ เพราะผมว่าหนังฮาแบบนี้ก็ไม่ได้ทำออกมาง่ายๆ ยิ่งทำแล้วขำนี่ต้องถือว่ามีฝีมือไม่น้อย เพราะถ้าคนทำไม่มีจังหวะ ไม่ลงมุขให้พอดี และเรียบเรียงแต่ละคลิปได้ไม่ลงตัวเนี่ย หนังจะออกมามั่วสุดๆ ยิ่งถ้าไม่ขำด้วยเนี่ย ยิ่งชวนหงุดหงิดเลยล่ะครับ

แต่ถ้าถามว่าขำมากๆ จนห้ามพลาดเลยไหม ก็คงต้องบอกแบบเผื่อๆ ไว้นะครับ ว่ามันขำอยู่ แต่อาจจะไม่ถึงกับฮาแตกเท่าหนังบ้าอย่าง Airplane! ส่วนหนึ่งคงเพราะนี่เป็นผลงานเรื่องแรกๆ ของพวกเขาน่ะครับ การวางจังหวะอะไรต่างๆ แม้จะดี แต่ก็ยังไม่ถึงกับดีมากเท่างานฮาเรื่องถัดมาที่ฝีมือเริ่มเข้าฝักมากกว่า

ส่วนดาราในเรื่องก็จับฉ่ายครับ ที่ดังๆ ก็มีอย่าง Bill Bixby ที่ช่วงนั้นกำลังดังจากบท เดวิด แบนเนอร์แห่ง The Incredible Hulk, George Lazenby อดีตเจมส์ บอนด์ และ Donald Sutherland ที่มาสั้นๆ แต่ฮาใช้ได้เลยครับ

ตัวผมเองก็ชอบหลายๆ ตอนในหนัง ที่ชอบที่สุดคือช่วงรายการสัมภาษณ์ สไตล์ ตีสิบ ทไวไลท์ โชว์น่ะครับ ตอนนั้นน่ะฮามาก คนเล่นก็หน้าตายแต่ขำโคตรๆ แล้วก็โฆษณาหนังตัวอย่าง Catholic High School Girls In Trouble ที่แรกๆ ก็ไม่มีอะไรครับ แต่พอถึงประโยค “Show me Your nuts” เท่านั้นล่ะ ผมฮาแตกเลย แล้วก็ตอนสุดท้ายที่บ้ามากๆ ครับ ไอ้คุณพี่แต่ละคนที่มาเล่นก็สุดยอด (ซึ่งพวกเขาก็คือ 3 หน่อคนเขียนบทน่ะแหละครับ มาบ้าปิดท้ายได้เต็มบาทามาก)

ถือเป็นหนังแนวที่ไม่ค่อยมีมาให้่เราเห็นบ่อยๆ ครับ สนุก ฮา ติงต๊อง เบาสมอง ดูแล้วสมองเบา แต่ผมว่าคนทำน่ะ สมองไม่เบาหรอกนะครับ ต้องเก่งต้องเจ๋งและมีไอเดียพอ ไม่งั้นหนังคงจืดกันพอดี

แล้วแต่นะครับ ผมก็อยากให้ลองดูน่ะ มันอาจเป็นหนังตลกที่ทำให้คุณมีความสุขไปอีกหลายวันก็ได้… อ้อ ถ้าคุณดูแล้ว เกิดชอบและอยากหาหนังแบบนี้ดูอีก ผมยังมีอีก 2 เรื่องจะมาแนะนำครับ อย่าลืมตามมาอ่านกันล่ะ

ส่วนเรื่องนี้ สองดาวครึ่งแบบแนวๆ ครับ

Star22

(7/10)

Advertisements