รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Devil (2010) ปีศาจ

1309159089

หลายคนมักคาดหวังว่าหนัง พี่มาโนช (M. Night Shyamalan) ต้องสยอง ระทึก และมีอะไรหักมุม… ผมเองก็เคยคาดหวังลักษณะนั้นเหมือนกัน เลยทำให้เคยรู้สึกผิดหวังยามดู Unbreakable หรือ The Village ในรอบแรก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป สนิทกับพี่แกมากขึ้น ถึงได้เข้าใจว่าหนังของผู้ชายคนนี้ มีลีลาหวือหวา+ความสยองระทึกและการหักมุมเป็นเพียงของแถม ส่วนแกนหลักจริงๆ ที่พี่ท่านตั้งใจให้คนดูคือ “สิ่งที่เขาอยากเล่า”

เรื่องเล่าใน Devil ก็เป็นพล็อตจากไอเดียของ พี่มาโนช เอง (และเป็นเรื่องแรกในโปรเจคท์ The Night Chronicles) เล่าถึงคนแปลกหน้า 5 คนที่ต้องมาติดอยู่ในลิฟต์เดียวกัน และในเวลาไม่นานความสยองก็ค่อยๆ เริ่มต้น จนทำให้คนในลิฟต์เริ่มระแวงกันเอง ส่วนเจ้าหน้าที่ประจำตึกก็พยายามหาทางช่วย ซึ่งระหว่างนั้นเองก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ ปรากฎบนจอ จนเจ้าหน้าที่เองยังอดผวาไม่ได้… แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ว่ากันถึงแนวหนังสไตล์ลึกลับ+พื้นที่ปิดตายนั้น ก็ไม่ใช่ของใหม่อะไรครับ ปิดตายกันมาหลายเรื่องแล้ว อย่าง Cube หรือ Saw เป็นต้น ซึ่งถ้าพูดกันในฐานะหนังสยองสักเรื่อง ลีลาความน่ากลัวของ Devil ก็ถือว่าอยู่ในระดับเรื่อยๆ ชวนให้สะดุ้งบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากเป็นพิเศษ

อดคิดไม่ได้ว่าถ้า พี่มาโนช แกลงมากำกับเอง อะไรๆ จะเร้าระทึกกว่านี้ไหมเพราะ เรื่องนี้แกให้ John Erick Dowdle แห่ง Quarantine หรือ REC ฉบับรีเมคมานั่งเก้าอี้ครับ (อันนั้นก็สยองปิดตายอีกเหมือนกัน) ซึ่งลีลาก็ออกมาโอเคบ้างในบางจังหวะ แต่โดยรวมๆ แล้วก็รู้สึกว่ายังทำได้น่ากลัวกว่านี้

แต่ก็อย่างที่บอกครับ สำหรับหนังที่มีพี่มาโนชมาเกี่ยวข้อง จะไปดูแค่หน้าหนังหรือความสยองอย่างเดียวเดี๋ยวจะไม่คุ้ม เพราะพี่แกชอบทำอะไรมานำเสนอให้กับคนดูมากกว่าแค่ที่ตาเห็นหรือหูได้ยิน

กับเรื่องนี้ก็ผมชอบตรงแนวคิดหลายๆ อย่าง อย่างทฤษฎีต่างๆ ที่พี่ท่านสอดแทรกลงไป เช่น ถ้าที่ไหนมีความชั่วร้ายหรือปีศาจอยู่ใกล้ ที่นั่นจะมีโอกาสเกิดเหตุร้ายมากขึ้น หรือความบังเอิญหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น (หรือจะเป็นปีศาจจัดสรรก็แล้วแต่) ทำให้รู้สึกว่าพี่มาโนชแกช่างคิด โยงเรื่องต่างๆ เข้าหากันได้น่าสนใจ เหมือนสมัยแกทำ The Happening น่ะครับ ผมชอบนะกับแนวคิดในเรื่อง ถือว่าเขาเป็นคนจินตนาการล้ำมากคนหนึ่งทีเดียวล่ะ (แต่จะน่าเชื่อมากน้อยแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่อง)

 

แม้ตัวหนังและบทสรุปของเรื่องจะเดาได้ แต่ก็จัดว่า Devil ยังพอมีอะไรให้พูดถึงบ้าง… พูดถึงแล้วก็อาจสปอยล์นะครับ เอาเป็นว่าใครยังไม่ดูอย่าเพิ่งอ่านที่ผมจะเขียนใต้ดอกจันก็แล้วกัน

**********************

ประเด็นสำคัญของหนังคือเรื่องการสำนึกผิด สำนึกในบาปที่ทำ กับเรื่องการให้อภัยครับ ซึ่งก็ออกแนวความเชื่อสไตล์พี่มาโนชนั่นแหละ เอาพุทธผสมกับคริสต์ แต่ที่ผมชอบอีกอย่างคือบทสรุปที่ชวนให้คิดว่า แม้ปีศาจจะอยู่ที่ไหน และความชั่วตั้งใจจะล่อลวงคนยังไงก็เถอะ แต่หากใจเราตั้งมั่นในความดี ปีศาจก็จะมาล่อลวงเราไม่ได้ง่ายๆ อย่างการตัดสินใจของพี่ตำรวจในตอนท้ายน่ะครับ แสดงให้เห็นเลยว่าถ้าเรามีความดีในใจ เรานี่แหละที่สามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดได้ ไม่ว่าสถานการณ์รอบตัวจะดีหรือแย่แค่ไหน

อำนาจในการกระทำไม่ได้อยู่ที่ปีศาจหรือแม้แต่เบิ้องบนครับ มันอยุ่ที่เรานั่นเอง ว่าจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร

ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ อย่าโยนอะไรที่ไม่ดีๆ ให้ปีศาจซะหมดนะครับ เพราะเรานี่แหละคือผู้รับผิดชอบตัวจริงในการกระทำของตนเอง

**********************

ก็เพลินๆ ครับ ไม่ได้ยอดเยี่ยมแต่ก็มีอะไรติดหัวตามสไตล์พี่มาโนช อยากรู้จังว่าแกจะเล่าอะไรให้เราฟังอีก

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

devil_movie_image-4

Advertisements