Action

The Grey (2012) ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก

MV5BNDY4MTQwMzc1MV5BMl5BanBnXkFtZTcwNzcwNTM5Ng@@._V1_

ว่าตามจริงหนังเรื่องนี้ถือเป็นประเภท “สัตว์โลกน่ารัก” นะครับ ประเภทว่าตัวละครโชคร้ายกลุ่มหนึ่งต้องผจญกับสัตว์ร้ายที่สามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างโหดเหี้ยม (ในที่นี้พวกมันคือ “ฝูงหมาป่า” ครับ) ทำให้พวกเขาต้องหาทางรอด แต่ก็ต้องมีคนโดนขย้ำบ้างประปราย แล้วก็ต้องมีคนพูดจากวนโอ๊ยชาวบ้าน อวดดีอะไรบ้าง ในขณะที่พระเอกก็จะต้องฉลาดที่สุด คอยนำเหล่าผู้รอดชีวิตหนีจากพวกสัตว์ร้าย

เนี่ยครับ ฝ่าฝูงเขี้ยวสยองโลก เรื่องนี้ลงสูตรหนังสัตว์โลกน่ารักชัดๆ… แต่รู้อะไรไหมฮะ หนังมันออกมาแจ่มมาก!

The Grey ถือเป็นข้อพิสูจน์แบบเต็มๆ ครับว่าสูตรหนังสัตว์โลกน่ารักที่หลายคนบอกว่าตันแล้ว ทำให้สนุกไม่ได้แล้ว หรือทำได้แค่หนังเกรดบีเท่านั้นน่ะ มันไม่จริงแต่อย่างใด เพราะสูตรนี้นะครับถ้าทำดีๆ ใส่รายละเอียดให้เหมาะ เลือกดารามาเล่นดีๆ กำหนดบทแบบใส่ใจไม่ใช่เขียนแบบมั่วๆ บทสนทนาก็ต้องฟังแล้วชวนคิดไม่ใช่ชวนง่วง แล้วก็ต้องหมั่นสร้างความตื่นเต้นให้โดนๆ แค่นี้เราก็จะได้หนังสัตว์ทำร้ายคนที่ดูแล้วใจหายใจคว่ำ และชวนดูซ้ำมาอีกเรื่องแล้ว

พระเอกของเรื่องมีนามว่า อ็อตเวย์ (Liam Neeson) ครับ เป็นหนึ่งในพนักงานบริษัทน้ำมันที่ต้องทำงานอยู่แถบอลาสก้าโน่น แล้วในวันหนึ่งเครื่องบินที่เขาและเหล่าพนักงานนั่งเกิดอุบัติเหตุครับ เครื่องตกลงมาคนก็ตายเกือบหมด เหลือเพียงเขาและเพื่อนร่วมอาชีพอีก 6 คนเท่านั้น

จริงๆ คนที่รอดน่าจะสบายใจได้ที่ไม่ตายตอนเครื่องตกน่ะนะครับ ที่เหลือก็แค่พยายามเดินไปขอความช่วยเหลือให้ได้ก็พอ แต่ปัญหาก็คือ จุดที่เครื่องตกนั้นมันมีฝูงหมาป่าสุดโหดอาศัยอยู่ แล้วมันก็ไม่รอช้าที่จะไล่ล่าเขมือบมนุษย์ทุกผู้ที่กล้ารุกล้ำเข้ามาในดินแดนของมัน

อย่างที่บอกครับ ตามสูตรพระเอกต้องเก่ง ซึ่งหนังก็กำหนดให้อ็อตเวย์เป็นนักล่าที่มีพิษสง เขาเลยเดาใจพวกหมาป่าและหาทางหลบเร้นพวกมันเท่าที่จะทำได้ ซึ่งบอกได้เลยครับว่าลุง Liam เหมาะกับบทนี้จริงๆ พี่ท่านเป็นยอดฝีมืออยู่แล้วครับ ดูเก๋าเก่งและมีสมอง พร้อมทั้งสุขุมในระดับหนึ่งด้วย

จริงๆ ผมก็ไว้ใจหนังเรื่องนี้มาแต่แรกแล้วล่ะครับ เพราะหนังของลุง Liam ที่ฉายในช่วงต้นปีน่ะ ดูได้ทุกเรื่อง ไล่มาตั้งแต่ Taken, The A-Team, Unknown มาเรื่องนี้ก็ออกมาดีเช่นกัน ก็ต้องชม Joe Carnahan ผู้กำกับด้วยล่ะครับที่คุมหนังได้อยู่หมัด มีครบทั้งความตื่นเต้น การเร้าอารมณ์ และที่สำคัญคือเขาไม่ละเลยที่จะเพิ่มความมีเลือดมีเนื้อของตัวละครลงไป ซึ่งเขาก็เคยร่วมงานกับลุง Liam มาแล้วใน The A-Team นั่นแหละ มาเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าฝีมือเด็ดขึ้นอีกขั้น เพราะแม้หนังจะไม่ได้อุดมแอ็คชั่น แต่ความน่าติดตามนั้นเยอะเอาเรื่อง

สัตว์ร้ายในเรื่องอย่างหมาป่านั้นก็ร้ายจริงครับ การจู่โจมของมันก็ฉับไว ตื่นเต้นจนน่ากลัว มาแต่ละทีได้เลือดทุกรอบ และที่ยอดมากคือ หนังทำให้เราสะเทือนใจได้สำเร็จครับ ทุกครั้งที่มีคนต้องเสียชีวิตหนังสามารถขยี้ใจคนดูให้อึ้งหรือสะอึกได้ หรือเรื่องมิตรภาพระหว่างผู้รอดชีวิตก็พูดได้เต็มปากครับว่าดูน่าเชื่อเอามากๆ ดูไปก็เชื่อน่ะครับว่าพวกเขาซี้กันมากขึ้นๆ จากตอนที่ช่วงต้นๆ แต่ละคนจะไว้ฟอร์มหรือไม่ก็พยายามทำตัวข่มกัน แต่พอเวลาผ่านไปพวกเขาก็เริ่มเลือกที่จะร่วมมือกันมากกว่าขัดขากันและกัน เพราะตระหนักได้ครับว่าในเวลาแบบนั้น ความสามัคคีคือกุญแจสำคัญแห่งการรอดครับ

อย่างตอนก่อกองไฟพูดเรื่องชีวิตกัน หรือตอนที่ตัวละครหนึ่งบอกว่า “ฉันไม่ไปไม่ไหวแล้ว ให้ฉันขอนั่งตรงนี้เถอะ” ฉากที่น่าจะดูยืดเยื้อเยิ่นเย้อ กลับทำออกมาได้ได้ ว่าง่ายๆ คือนอกจากประเด็นว่าพวกเขาจะรอดหรือไม่ อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้หนังน่าสนใจก็คือ พวกเขามีปมอะไรในใจกัน หนังค่อยๆ เผยเรื่องพวกนี้ออกมานี่ทำให้ตัวละครมีมิติและน่าติดตามไปในตัวน่ะครับ ครบเครื่องจริงๆ

ขนาดกระเป๋าสตางค์ยังเร้าอารมณ์ได้เลยน่ะครับ เลยต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

2012_the_grey_007

ความตื่นเต้นลุ้นระทึกก็ถือว่ามาในระบบ Surround ครับ กล่าวคือมันมาทุกทิศทาง มาเมื่อไรก็ไม่ทันตั้งตัว แล้วไม่ได้มีแค่หมาป่าเท่านั้นที่อันตรายครับ มันยังมีอันตรายตามธรรมชาติอีกหลายแบบที่ช่วยเพิ่มอุปสรรคการรอดชีวิตขึ้นอีกเยอะ แล้วแต่ละครั้งก็ชวนใจหายใจคว่ำจริงๆ ครับ (โดยเฉพาะตรงหน้าผานั่น) แล้วที่สำคัญ ฉากไหนที่ตัวละครเหนื่อยนะครับ คนดูก็พลอยเหนื่อยตามไปด้วย ความลุ้นมันได้โล่ห์จริงๆ หนังเรื่องนี้

ดาราในเรื่องนอกจากลุง Liam แล้ว รายอื่นก็ไม่คุ้นหน้านอกจาก Dermot Mulroney ที่เมคอัพจนชราไปเลยก็ต้องยอมรับครับว่าดาราทุกคนแสดงกันได้ดี ยิ่งในซีนที่มีใครต้องจากไปนี่ ได้อารมณ์สลดไม่น้อยเลยล่ะครับ

อยากดูหนังสัตว์โลกน่ารักยอดๆ ไหมครับ ถ้าอยากล่ะต้องยกให้เรื่องนี้เลย ทั้งสนุก ลุ้น ตื่นเต้น ตัวละครก็มีมิติ แอบใส่ดราม่าลงไปแบบพอเหมาะ พอดูแล้วหนังก็สะท้อน “คนในยามเผชิญความกลัว” ได้ดีครับ อย่างบางคนก็จะเสียขวัญโวยวายไปเลย หรือบางคนก็ทำตัวกร่าง ทำตัวแน่หาเรื่องใครไปทั่วเพื่อปกปิดความกลัวที่มี ซึ่งหนังก็สอนเราไปในคราวเดียวครับว่า เราอาจจะตกใจ ตื่นกลัว โวยวาย ใช้อารมณ์ ยังไงก็เถอะครับ แต่ในที่สุดแล้วต้องไม่ลืมดึงสติให้กลับมา ดึงตนเองมาสู่ปัจจุบันและความสุขุม เพราะยิ่งเตลิดเท่าไร โวยวายเท่าไร อันตรายนอกจากจะไม่หายไปแล้ว มันอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก หรือไม่การใช้อารมณ์ของเราก็อาจเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาตัวใหม่ก็ได้

ผมชอบบทสรุปของเรื่องนะครับ มันดูพอดี (ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้มีฉากซ่อนหลังเครดิตนะครับ คุณจะได้รู้ชะตากรรมสุดท้ายที่แท้จริง) สื่อถึงคนเราเมือ่ถึงที่สุดแล้ว มันก็ต้องพยายามให้เต็มที่ สู้ดูซักตั้งอย่าเพิ่งยอมแพ้อะไรง่ายๆ ลองดูก่อนครับ เราอาจแพ้แต่ก็ดีกว่าแพ้โดยที่ไม่ทันได้ทำอะไร เพราะไม่แน่ว่าเราอาจชนะก็ได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เถอะครับ ลองดู ลองสู้ ดูสิว่าเราจะไปได้ถึงไหน ลองทำให้เต็มที่

อยากบอกว่าชอบหนังเรื่องนี้ครับ ตอนแรกก่อนดูผมก็นึกถึงหนังอย่าง The Edge ไม่แน่ใจว่าเคยได้ดูกันไหมนะครับ Anthony Hopkins เล่นกัน Alec Baldwin แต่เรื่องจะคล้ายๆ กัน ว่าด้วยคนที่ไปเครื่องบินตกกลางป่า แล้วก็ต้องหาทางเอาตัวรอดกัน โดยนอกจากจะต้องระวังภัยจากธรรมชาติแล้ว ยังต้องระวังกันเองอีกด้วย หนังเรื่องนั้นก็สนุกครับ จนผมยกให้เป็นหนังท่องป่าชวนระทึกที่เข้าท่ามากอีกเรื่อง แต่ตอนนี้คงต้องยกให้ The Grey เหนือกว่าหน่อยแล้วล่ะครับ

ถ้าชอบหนังแนวนี้ (เข้าป่าไปเจอภัยร้าย) ผมแนะนำเรื่อง The Edge แล้วก็ Deliverance ครับ เรื่องหลังนี่เข้าขั้นคลาสสิคเลยล่ะ

ไม่รู้ใครคิดเหมือนผมไหมนะครับ เห็นลุง Liam แกเล่นบทคนเก่งๆ เก๋าๆ แบบนี้ทำให้แอบนึกไปว่า “หรือนี่จะเป็นหนังที่ภาคก่อนหน้าของ Batman ที่บอกเล่าจุดกำเนิดแห่งราส์ อัล กูล!!!!!!!” ก็เห็นลุง Liam ในบทแบบนี้ กลางหิมะแบบนั้นมันเลยนึกถึงน่ะครับ 5555

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements