Action

The Running Man (1987) มนุษย์เหล็ก 2019

1388131594

หนึ่งในหนังมันส์สะใจของ Arnold Schwarzenegger ครับ บอกได้ตรงนี้เลยว่าสนุกมาก ดูเพลินมาก ถ้าท่านเป็นคอหนังแอ็กชันระทึกขวัญนิดๆ และมีฉากหลังเป็นโลกอนาคตล่ะก็ ขอแนะนำให้หามาดูเลยครับ

เรื่องเริ่มต้นในปี 2017 ครับ โดยพี่บึ้ก Arnold รับบท เบน ริชาร์ดส์ ตำรวจตงฉินที่โดนใส่ความว่าสังหารหมู่ประชาชนจนต้องถูกจองจำอย่างไม่เป็นธรรมอยู่ถึง 2 ปี กระทั่งเขาและพรรคพวกได้แหกคุกหนีออกมา ทว่าจนแล้วจนรอดก็โดนจับกลับไปอีกครั้ง

แต่คราวนี้เบนไม่ได้ถูกโยนเข้าคุกครับ เขาถูกจับไปเล่นเกมเรียลลิตี้ยอดฮิตแห่งอนาคตที่ชื่อ The Running Man ที่ดำเนินรายการโดย เดมอน คิลเลียน (Richard Dawson) พิธีกรขวัญใจประชาชน (แต่เบื้องหลังแสนจะโสมม) โดยเกมที่ว่านี้คือการจับเอานักโทษโยนลงไปในเมืองขนาดย่อม ก่อนจะโดนนักล่าสุดโหดคอยตามฆ่า ซึ่งเบนและผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องลุยกับพวกมันให้หมดเรียบ ไม่เช่นนั้นเขานั่นแหละที่จะต้องตายเอง

หนังสร้างจากนิยายแนวไซไฟระทึกขวัญของ Richard Bachman ซึ่งจริงๆ แล้วคือชื่อปลอมของ Stephen King ครับ โดย King ใช้เวลาเพียง 72 ชั่วโมงในการประพันธ์นิยายเรื่องนี้ครับ

นิยายวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ปี 1982 และได้รับความนิยมพอสมควร แล้วมันก็ไปเตะตานักสร้างหนังอย่าง Rob Cohen เขาเลยไปติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์มาดัดแปลงเป็นหนังแอ็กชันไซไฟ ว่ากันว่า Cohen เองก็ไม่รู้ครับว่า Bachman จริงๆ แล้วคือ King ทำให้ตอนไปติดต่อ Cohen ก็เอ๋อรับประทานเหมือนกันเมื่อรู้ความจริง

สำหรับผู้กำกับนั้นตอนแรก Cohen ได้เล็ง George P. Cosmatos แห่ง Rambo: First Blood Part II เอาไว้ แต่พอ Cosmatos บอกว่าเขาจะเปลี่ยนฉากหลังจากเกมเรียลลิตี้เป็นห้างสรรพสินค้าแทน Cohen ก็บอกศาลาทันที แล้วก็ไปเล็งผู้กำกับอีก 3 คน ได้แก่ Carl Schenkel, Ferdinand Fairfax และ Andrew Davis แต่ก็ไม่มีใครทำงานได้ลงตัวสักคน

สุดท้ายเก้าอี้กำกับจึงตกเป็นของ Paul Michael Glaser ผู้กำกับที่คุ้นเคยมากับงานหนังทีวี และเขายังเป็นนักแสดงด้วยนะครับ เคยรับบทเป็นสตาร์สกี้ใน Starsky & Hutch ฉบับทีวีอันเป็นภาคต้นฉบับด้วย แต่ว่ากันว่าพี่บึ้ก Arnold ไม่ไว้ใจในฝีมือของ Glaser เท่าไร แต่ในที่สุดผลงานที่ออกมาก็ถือว่าน่าพอใจครับ

ช่วงต้นๆ เรื่องหน้งอาจดูไม่มีอะไรนัก แต่ความสนุกจะเริ่มไหลมาเมื่อเบนถูกจับอีกรอบแล้วก็โดนจับโยนเข้าสู่ The Hunger Games เอ้ย The Running Man น่ะนะครับ (5555) ช่วงถัดจากนี้จะสนุกมาก และสนุกใน 2 ส่วนไปพร้อมๆ กันครับ

ส่วนแรกคือแอ็กชันครับ ทำได้สนุก น่าติดตาม และมันส์เกินคาด พี่บึ้ก Arnold ต้องจัดการกับศัตรูทีละตัวๆ ซึ่งแต่ละตัวก็มีฝีมือมีเอกลักษณ์น่าเกรงขามทั้งนั้นอย่างซับซีโร่ จอมหวดสุดโหด (Professor Toru Tanaka), บัซซอว์ (Gus Rethwisch) ไอ้มือเลื่อยอำมหิต, ไดนาโม (Erland van Lidth) ไอ้ตัวปล่อยไฟฟ้า แล้วก็ไฟร์บอลล์ (Jim Brown) ไอ้โหดพ่นเพลิง

คือมันเหมือนเกมจริงๆ น่ะครับ ต้องปราบบอสไปทีละตัว แต่ละด่านก็มีฉากไม่เหมือนกัน บอสก็มีพลังไปคนละแบบ ดูสนุกดีครับ ตื่นเต้น ลุ้นกำลังดี ซึ่งความดีความชอบนอกจากพี่บึ้ก Arnold และดาราที่มาเล่นเป็นนักล่าแต่ละตัวแล้วก็มี Maria Conchita Alonso นางเอกของเรื่องที่ไม่เชื่อว่าเบนเป็นผู้บริสุทธิ์ในตอนแรก แต่พอมาเจอกับตัวเธอจึงรู้ว่าโลกที่เธออยู่นั้นเต็มไปด้วยเรื่องหลอกลวงขนาดไหน, Yaphet Kotto และ Marvin J. McIntyre มารับบทเพื่อน 2 คนที่ช่วยเบนแหกคุกมาในตอนเริ่มต้น ซึ่ง 2 คนนี้เล่นได้ดีและขโมยซีนได้ในหลายวาระครับ

และคนที่เล่นได้สุดยอดเหนือกว่าใครต้องยกให้ Dawson ที่รับบทพิธีกรจอมเจ้าเล่ห์ได้สุดยอดมาก พี่แกทั้งน่ารำคาญและดัดจริตแบบเนียนๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ถือเป็นสีสันชั้นดีครับ และแสดงได้น่ารังเกียจจนคนดูอย่างเราๆ ก็อยากให้พี่แกได้รับผลกรรมโดยไว เล่นได้ถึงเครื่องมากๆ ครับ

1388140720

ครับ แอ็กชันมันส์ตื่นเต้นและเร้าใจ ฉากในเกมก็โอเคนะครับ มันให้อารมณ์ลึกลับ ไซไฟ และบางฉากก็น่ากลัวดีครับ ดาราเล่นกันก็ดี และส่วนที่สองที่ผมชอบคือเรื่องราวด้านนอกเกมครับ

คืออย่างนี้ครับ พล็อตหลักก็คือเบนต้องเข้าไปในเกมและต่อสู้กับนักล่าเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะเดียวกันหนังก็จะเล่าถึงเหตุการณ์ในห้องส่ง ใช่ครับ ก็นี่มันคือเกมน่ะ มันจะมีโซนห้องส่งที่มีคนดูนั่งอยู่เต็มอัฒจรรย์ มีพิธีกรพูดพากย์และคอยเร้าอารมณ์ผู้ชม และผู้ชมในห้องส่งก็ยังสามารถร่วมสนุกได้โดยการเลือกนักล่าไปฆ่าเบน พร้อมได้รางวัลติดมือกลับบ้านด้วย… คือถ้ามีการรีเมคเป็นหนังสมัยนี้คงมีส่ง SMS และให้โหวตทางโทรศัพท์น่ะครับ 555

ส่วนในห้องส่งนี้ผมว่ากัดสังคมมนุษย์หลายอย่างเลยล่ะครับ อย่างแรกคือเรื่องสื่อที่เหมือนสะกดจิตผู้ชม ยัดข้อมูลสารพัดเพื่อชวนเชื่อคนดู สโลแกนที่ฟังแล้วจี๊ดมากๆ คือ “ทุกท่านจงเชื่อในสิ่งที่เห็นเสมอนะคะ” คือทั้งเมืองและทีวีพล่ามสโลแกนทั้งวัน แล้วคนก็เชื่อกันนะครับ อย่างนางเอกของเรื่องตอนแรกก็เชื่ออย่างนั้น พอทางทีวีบอกว่าเบนคือฆาตกรโหดที่สังหารประชาชนที่ไร้อาวุธเธอก็เชื่อ ทั้งที่ความจริงตอนต้นเรื่องเขาพยายามต่อต้านไม่ให้เพื่อนตำรวจคนอื่นๆ ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตามที่เบื้องบนสั่งแท้ๆ แต่แล้วพอเธอเจอความจริงก็สายไปครับ เพราะเธอก็โดนเบื้องบนเมคข้อมูลมาใส่ความเต็มไปหมดเหมือนกัน ซึ่งอันนี้ขอแอบฮา เพราะตอนเธอโดนใส่ความนี่ประโยคแรกๆ ของการใส่ความคือ “ผู้หญิงคนนี้โกงข้อสอบตั้งแต่เด็ก” 555 คือมันใส่ความกันแบบขุดข้อมูลแวดล้อม (ที่แสนหลอกลวง) ขึ้นมาเลยน่ะครับ เรียกว่าพยายามหาเรื่องให้คนดูเชื่อเต็มพิกัด

ดังนั้นสังคมในหนังก็ถูกครอบงำครับ สื่อรายงานตามคำสั่งของเบื้องบน รายการทีวีทั้งหมดเบื้องบนผลิตทั้งสิ้น โดยไม่มีรายการที่เปิดโอกาสให้คนดูได้คิดเองเลยครับ มีแต่รายการล้างสมองและชวนเชื่อล้วนๆ จนผู้คนทั้งหมดเหมือนโดนสะกดจิตและเชื่อในทุกคำที่มาจากสื่อ ถือเป็นการจิกกัดที่สาแก่ใจมากๆ ครับ

โดยรวมหนังจึงสนุกแบบสาแก่ใจทั้งในแง่แอ็กชันและการเสียดสีสังคม แม้จะเป็นหนังเก่าอายุอานาม 25 ปีเข้าไปแล้ว แต่ยังดูสนกุได้อยู่ครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

maxres24245245245default

Advertisements