รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Jet Lag (2002) ยุ่งนักรักซะเลย

1372823406

ชื่อหนังภาษาฝรั่งเศสคือ Décalage horaire

เฟลิกซ์ (Jean Reno) นักธุรกิจอาหารที่กำลังเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ นอกจากมีปัญหากับคนรักแล้วเที่ยวบินของเขายังโดนเลื่อนเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยเสียอีก แล้วเขาก็ได้มาเจอกับโรส (Juliette Binoche) ช่างเสริมสวยที่ขยันหาเรื่องมาพูดได้แบบไม่มีเบรค และจากคนแปลกหน้าสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็มีโอกาสได้สนทนาแลกเปลี่ยนกัน แล้วมันก็ค่อยๆ กลายเป็นความคุ้นเคย ความเข้า ก่อนจะเป็นสายใยนำพวกเขาไปสู่คำว่า “รัก”

ชวนให้นึกถึงหนังรักข้ามคืนที่ผมชอบอย่าง Before Sunrise ขึ้นมาเลยครับ ชายหนึ่งคนหญิงหนึ่งคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนได้พบหน้ากันระหว่างการเดินทาง แล้วก็สนทนากัน ก่อนจะตัดสินใจใช้เวลาด้วยกันทั้งคืนเพื่อเรียนรู้กัน แต่ดีกรีความสวยงามและน่าติดตามนั้นเรื่อง Jet Lag ยังสู้ Before Sunrise ไม่ได้ครับ หลายส่วนของหนังยังไม่ลึกซึ้งเท่า บทสนทนาก็ยังไม่จับใจเท่า รวมถึงบรรยากาศต่างๆ ก็ยังไม่โรแมนติกเท่า เพราะเรื่องนั้นมีโลเกชั่นสวยๆ และหลากหลายในขณะที่เรื่องนี้เดินเรื่องกันแค่ที่สนามบินและโรงแรมเป็นหลักเท่านั้น

แต่ก็ยอมรับว่าหนังดูเพลินในระดับหนึ่งครับ ด้วยพลังของดารานำอย่าง Reno และ Binoche นั้นหายห่วงได้ Reno ก็ดูน่ารัก มีเสน่ห์จนน่าประหลาดใจ เพราะปกติเราจะได้เห็นเขาในบทโหดๆ หรือไม่ก็ตำรวจสายลับเน้นแอ็กชันอะไรแบบนั้น แต่กับเรื่องนี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นครับว่าบทรักๆ ก็เล่นได้ ส่วน Binoche ก็คล่องกับบททำนองนี้อยู่แล้วครับ สองดารานำช่วยหนังไว้ได้มากจริงๆ

ส่วนเนื้อเรื่องก็นับว่าไม่เลวครับ โครงน่ะประมาณเดียวกับ Before Sunrise แต่ในส่วนของรายละเอียดยังไม่มากพอที่จะจับใจเราได้ แม้บทสนทนาจะน่าสนใจอย่างประโยคที่ผมชอบมากๆ เช่น ที่โรสพูดว่า “เครื่องสำอางค์สำหรับฉันก็เหมือนเสื้อผ้า ฉันรู้สึกโป๊ถ้าไม่มีมัน” หรือที่เฟลิกซ์พูดว่า “สิ่งที่ทำให้ผมกลัวน่ะเหรอ… ผมกลัวพ่อครัวฝีมือปานกลางที่ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง จนลงเอยด้วยการทำให้ห้องครัวเป็นหายนะน่ะ” ประโยคพวกนี้สื่อตัวตนของพวกเขาออกมาได้ดีทีเดียวครับ แต่ด้านบทสนทนาที่ก่อให้เกิดสายใย ความผูกพัน หรือการเติมเต็มกันอาจยังไม่มากพอที่จะทำให้คนดูซาบซึ้งไปกับหนึ่งคืนที่มีความหมายของพวกเขาได้

Danièle Thompson ที่รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท (ร่วมกับ Christopher Thompson ลูกชายของเธอ) ซึ่งตอนแรกเธอตั้งใจจะนำบทนี้ไปเสนอกับบริษัททำหนังของฮอลลีวู้ด แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ได้ดังหวังจนต้องกลับมาทำหนังในฝรั่งเศสที่เธอคุ้นเคย

สำหรับเธอคนนี้ก็มีผลงานเขียนบทมากมายในฝรั่งเศสครับ อย่างงานที่ผมชื่นชอบก็เช่น La boum ทั้ง 2 ภาค ยอมรับว่าเธอเก่งมากในเรื่องการสร้างบทสนทนาที่สื่อตัวตนของตัวละคร แต่ด้านการสร้างบรรยากาศให้เราคล้อยตามนั้นก็ดีเป็นเรื่องๆ ไปครับ แต่สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่ายังดีได้อีกน่ะครับ

แต่กระนั้นหนังก็ออกแนวโรแมนติกผสมตลกที่ดูได้เรื่อยๆ ครับ ความยาวก็ไม่มากเกินไป แค่ 80 นาทีนิดๆ เอง ถ้าชอบหนังแนวนี้หรือชอบสองดารานำก็น่าจะโอเคกับหนังอยู่ครับ ผมเองก็ยังชอบเลยครับ เพียงแต่ยังไม่ชอบมากเท่า Before Sunrise เท่านั้นเอง

สองดาวกว่าๆ บวกๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements