Action

This Means War (2012) ดิส มีนส์ วอร์ สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย

this-means-war.13964

ผมว่าหนังสไตล์นี้ทำยากเหมือนกันนะครับ เพราะมันต้องลงล็อคทั้งความโรแมนติกผสมฮา มาบวกเข้ากับแอ็คชั่นแนวสายลับ ซึ่งเรื่องก่อนที่พยายามเล่นสูตรนี้อย่าง Knight And Day ก็ถือว่าพอทำได้แบบเสมอตัว ไม่เลวแต่ก็ยังไม่โดนเต็มร้อย ก็แอบลุ้นก่อนดูเหมือนกันครับว่าแล้วเรื่องนี้จะเข้าท่าแค่ไหน

หนังเป็นเรื่องของ 2 สายลับ เอฟดีอาร์ ฟอสเตอร์ (Chris Pine) และ ทัค (Tom Hardy) ที่ร่วมงานกันประจำจนเป็นเพื่อนตายกัน แต่แล้วมิตรภาพนานปีก็มีอันต้องสั่นคลอน เมื่อทั้งสองดันไปจีบหญิงคนเดียวกัน ซึ่งก็คือ ลอเรน (Reese Witherspoon) สาวเสน่ห์แรงที่น่ารักสุดๆ

แม้จะเป็นเพื่อนตายกันมาแค่ไหน แต่ลองว่าเป็นเรื่องรักๆ ใครๆ แล้วล่ะก็ไม่มีใครยอมใครหรอกครับ ทั้งสองเลยมีอันต้องหยุดพักมิตรภาพไว้ชั่วคราว แล้วต่างคนต่างก็เดินหน้าเดินเกมชนะใจลอเรน แล้วในที่สุดใครจะสมหวังหรือผิดหวังอันนี้ลองไปดูกันในโรงนะครับ

ว่าตามจริงหนังยังไม่ลงตัวไปซะทั้งหมดหรอกครับ มีทั้งจุดเข้าท่าและจุดพร่อง แต่สำหรับผมแล้วรู้สึกจุดเข้าท่าออกจะมีเยอะกว่าจุดพร่องอยู่พอตัวครับ ทำให้ค่อนข้างเทคะแนนไปทางชอบหนังเรื่องนี้ มันดูสนุกเพลินๆ ดีน่ะครับ ว่างั้นเถอะ

จุดเข้าท่าอย่างแรกคือทีมดาราที่เล่นเข้ากันได้ดีครับ Pine ก็ดูเหมาะดีกับบทสายลับเจ้าเสน่ห์ เรียกได้ว่าถ้าพี่แกคิดจะเอาดีทางบทสายลับสไตล์เจมส์ บอนด์ก็น่าจะเล่นได้ (แบบนี้ยิ่งอยากเห็นเขาในบท แจ็ค ไรอัน มากเลยครับ น่าจะเหมาะ) แล้วลีลาตอนเขาจีบลอเรนนี่ก็เด็ดเอาเรื่องครับ ผมชอบฉากที่เขาเจอลอเรนเป็นครั้งแรกน่ะครับ เขาวาดลวดลายได้ยอดมาก ทั้งฉลาด เจ้าคารม และทำท่าเท่ห์ๆ ลื่นไปกับบทได้ดีมากๆ

ส่วน Hardy เองก็เข้ากับบททัคเหมือนกันครับ เพราะเขาต้องออกแนวสายลับแบบเชิงลุยๆ แล้วก็มีความเป็นแฟมิลี่แมนหน่อยๆ ตอนแรกผมก็เป็นห่วงนะว่า 2 คนนี้จะเล่นเข้ากันได้ไหม แล้วผลที่ได้คือดูแล้วเชื่อครับว่าสองรายนี้เป็นซี้กัน

Witherspoon นี่ก็นอนมาอยู่แล้วครับ กับบททำนองนี้ แค่แววตาท่าทางก็ชนะใจคนดูแล้ว เพราะเธอทำให้คาแรคเตอร์ของ ลอเรนดูมีชีวิตชีวา น่ารักกำลังดี แล้วยังมีสมองอีกต่างหาก อย่างตอนที่เธอตอกกลับ เอฟดีอาร์ที่พยายามจีบเธอด้วยหนัง Hitchcock น่ะครับ แสดงให้เห็นชัดดีว่าเธอสวยแบบมีสมองขนาดไหน

ดารานำ 3 คนเอาอยู่ครับ แต่นั่นก็ทำให้บทสมทบรายอื่นๆ ดูไม่เด่นนัก อย่าง Angela Bassett ที่มาเป็น คอลลินส์ หัวหน้าของ 2 สายลับ หรือ Chelsea Handler ในบท ทริช เพื่อนช่างยุของลอเรน จริงๆ ตามหลักบทพวกนี้น่าจะขโมยซีนได้น่ะครับ แต่กับเรื่องนี้แทบไม่ต้องเลย เพราะ 3 ดารานำครองหนังจริงๆ

คนที่พอจะแย่งซีนได้มีเพียง Rosemary Harris ที่คอหนังน่าจะคุ้นจากบทคุณป้าเมย์ของสไปเดอร์แมน (ฉบับ Sam Raimi นะครับ) มาเรื่องนี้เธอก็ยังใช้ความน่ารักแบบคนสูงอายุใจดีชนะใจคนดูได้อีกเช่นเคย แม้จะมาสั้นๆ แต่ก็น่าจดจำครับ ซึ่งบทของเธอจะว่าไปก็สำคัญนะ เพราะก็มีผลต่อการตัดสินใจ “เลือก” ของลอเรนอยู่ไม่น้อย

ดูหนังเรื่องนี้แล้วเหมือนได้ดูหนังโรแมนติกหลายๆ เรื่องผสมกันน่ะครับ เพราะเราจะได้เห็นเอฟดีอาร์จีบลอเรนในสไตล์ “หนุ่มหล่อจอมกวนกับยัยตัวร้าย” ส่วนทัคก็เข้าหาเธอด้วยสไตล์ “หนุ่มแฟมิลี่แมน” ซึ่งหนังก็เดินเรื่องพวกนี้ได้ไม่เลวครับ อันนี้ก็ขอชมผู้กำกับ McG ครับ คุมหนังได้ดีในระดับหนึ่ง ยังไม่ดีที่สุดนะครับ แต่ก็ถือว่าโอเคล่ะ จริงๆ ผมก็ไม่แปลกใจล่ะครับ เพราะพี่แกก็เคยทำ We Are Marshall เอาไว้ได้ดีเหมือนกัน

ด้านโรแมนติกผมว่าหนังเดินเรื่องได้ไม่เลวครับ อย่างน้อยก็วางเรื่องให้เราพอเดาได้ว่าสุดท้ายแล้วลอเรนจะเลือกใคร ต้องชมทั้งดาราและคนกำกับครับที่คุมโทนแบบกำลังเหมาะ ด้านความฮาก็จัดว่าหนังมีลูกบ้าแบบพอเหมาะครับ มุขฮาที่ผมกะแล้วว่ามันต้องมีก็มีจริงๆ อย่างการใช้เครื่องมือหรือทีมงานในหน่วยสายลับมาช่วยในการจีบสาวเนี่ย ทำออกมาฮาใช้ได้ครับ

ด้านแอ็คชั่นก็ไม่เลว แต่หนังก็ไม่เน้นเท่าไรครับ ส่วนมากจะเน้นฮาและโรแมนติกมากกว่า แต่ก็นับว่าโอเค อย่างน้อยช่วงท้ายที่หนังเชื่อมเข้าสู่เรื่องแอ็คชั่นนั้นก็นับว่าเนียนในระดับหนึ่ง ที่ผมดูๆ แต่บทสรุปในส่วนของเรื่องแอ็คชั่นนั้นอาจจะง่ายไปหน่อย ไม่ลุ้นมากอย่างที่คิด จริงๆ ช่วงบู๊ตอนท้ายถ้าจัดให้หนักกว่านี้ แล้วเติมประเด็นมิตรภาพลงไปหนังคงประทับใจกว่านี้น่ะครับ แต่นี่การสยบตัวร้ายง่ายไปหน่อยน่ะ

ว่าคร่าวๆ คือหนังดูเพลินครับ เอาขำเอาสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก แต่หนังเองก็ใช่ว่าจะไร้สาระนะครับ ผมว่าถ้าใครอยากจีบสาว (หรือชนะใจหนุ่มก็ตาม) น่าจะสังเกตรายละเอียดในหนังเรื่องนี้ดีๆ เพราะมันสอดแทรกวิชาชนะใจคนรักเอาไว้เยอะเหมือนกัน

สอนอะไรบ้างน่ะเหรอครับ อย่างแรกเลยก็คือ “อะไรที่ทำให้คนเกิดความรู้สึกรักขึ้นมาได้” อย่างเอฟดีอาร์ที่ตอนแรกอาจพยายามชนะใจลอเรนด้วยการหว่านเสน่ห์ ทำเท่ห์และน่ารัก แต่ถ้าถามว่าเขาชนะใจเธอได้แบบจริงๆ จังๆ ตอนไหน ก็บอกได้ครับว่าเป็นตอนที่่เขาฟังเธอด้วยใจ ตอนที่เขาวางตัวตนที่ทำเท่ห์ลง แล้วแสดงทีท่าว่าอยากเข้าใจเธอจริงๆ อยากรู้จักตัวตนจริงๆ และอยากช่วยเธอในการแก้ปัญหา

นี่แหละครับ หากคุณอยากชนะใจใคร อย่าเอาแต่แอ็คมาด วางท่า ทำเท่ห์ทำสวยเพียงอย่างเดียว เรื่องทางกายน่ะ ไม่ปฏฺเสธครับว่ามีผลต่อความประทับใจแรก แต่ถ้าจะทำให้ใครสักคนรู้สึกรักคุณ วางใจคุณ คุณก็ต้องเปิดโอกาสให้ใจคุณได้สื่อกับใจเขา ให้โลกสองใบได้หมุนไปพร้อมกัน นั่นต่างหากครับที่จะทำให้ความรักผลิบาน ทำให้ความสนใจต่อกันเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

หลายมุขที่หนังใส่ลงไปนั้นสามารถสะท้อนให้เราๆ ได้คิดครับ อย่างการที่สองพระเอกของเราเดินหน้าดักฟังว่านางเอกคิดอะไร พูดอะไร ชอบหรือไม่ชอบพวกเขาตรงไหนบ้าง แล้วจากนั้นก็เอามาปรับปรุงเปลี่ยนตัวเองให้เธอชอบพวกเขามากขึ้น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดแห่งการชนะใจคนรัก นั่นคือ เราต้องรู้จักปรับตัวเองเข้าหาเขาครับ บางอย่างที่เรามีอาจเป็นนิสัยไม่ดี อาจทำให้เขาไม่สบายใจ เราก็ควรเข้าใจและปรับเพื่อเขาหรือไม่อย่างน้อยที่สุดการกำจัดนิสัยไม่ดีของเราออกไป ก็คือการพัฒนาตนเองอย่างหนึ่งครับ

แม้ในที่สุดเราจะไม่อาจชนะใจคนรักได้ แต่อย่างน้อยเราก็จะได้ตัวตนคนใหม่ที่ดีขึ้น น่ารักขึ้น และครั้งหน้าถ้าเราจะชนะใจใคร มันก็ย่อมง่ายขึ้นไปโดยปริยาย เพราะจุดอ่อนจุดเสียที่เรามีนั้น เราได้พยายามกำจัดมันทิ้งไปแล้ว แบบนี้กำไรออกนะครับ

ขณะเดียวกันเขาชอบอะไรเราก็ควรใส่ใจ อะไรที่เขาไม่ชอบเราก็ควรจดจำเพื่อจะได้ไม่ทำ แต่จุดสำคัญคือเราต้องเปิดใจรับฟังเขาครับ ไม่ใช่ปิดหูปิดตาให้เขาฟังเราอย่างเดียว หรือมัวแต่มองเฉพาะหน้าตาความสวยความหล่ออย่างเดียว

ผมชอบประโยคที่ทริชพูดนะครับ “อย่าเลือกคนที่ดีกว่า แต่เลือกคนที่ทำให้เราอยากดีขึ้น” ความหมายก็คือ ระหว่าง 2 คนนี้ที่ลอเรนคบอยู่น่ะ ถ้าจะเลือกก็อย่าเลือกแค่ว่าใครดีกว่าใคร แต่ควรเลือกคนที่ทำให้ใจเราเต้น ทำให้เรายอมเปลี่ยนตัวเองแบบเต็มใจ ทำให้เราอยากเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเพื่อเขาจะได้มีความสุขตอนอยู่กับเรา เพราะนั่นย่อมแปลว่าเรารักเขาแบบเต็มร้อยครับ เราถึงยอมทำยอมเปลี่ยนเพื่อเขาขนาดนั้น… เป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจที่น่าสนใจดีนะครับ

และอีกหนึ่งสาระความรักที่หนังแทรกไว้ตอนจบก็คือเรื่องของทัคกับภรรยาครับ ในเรื่องนั้นทัคกับภรรยามีปัญหาแทบจะแยกกันอยู่แล้ว ส่วนสำคัญก็มาจากทัคไม่มีเวลาให้ แล้วนั่นยังไม่พอครับ แต่ทัคดันปิดบังไม่ยอมบอกว่าเขาทำอาชีพอะไร เลยทำให้ช่องว่างระหว่างเขาและภรรยา (Abigail Spencer) กว้างห่างกันขึ้นไปอีก

ความลับเล็กๆ น้อยๆ น่ะมีได้ครับ โลกส่วนตัวเราก็มีได้ หรือช่องว่างระหว่างเรากับคนรัก จริงๆ ก็ควรมีบ้าง เพราะถ้าใกล้กันเกินไป ชิดกันเกินไปก็รังแต่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างอึดอัด หายใจไม่ออกซะเปล่าๆ แต่กระนั้นก็ต้องตรวจสภาพครับ อย่าให้มันห่างเกินไปจนกลายเป็น “ห่างเหิน” ก็แล้วกัน

อย่างนี้ล่ะครับ หนังเรื่องนี้มันเน้นเรื่องความรักมากกว่า เลยมีประเด็นรักๆ เก็บตกเยอะไปหมด

ลองเข้าไปชมกันได้ครับ หนังรักผสมตลก ที่อาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร แต่ก็สนุกสนาน เพลินแบบเบาๆ ฮาพอได้แต่ก็ยังไม่สุดๆ (ยังฮาได้อีกน่ะครับ ถ้าทำดีๆ ล่ะก็) แต่อย่าคาดหวังแอ็คชั่นเชียวนะครับ เพราะมันแทบไม่มีเท่าไร ดูเอาสนุกครับ แต่คงไม่ถึงกับต้องดูซ้ำเท่าไร

สองดาวใกล้ครึ่ง พอได้ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements