Action

Resident Evil: Retribution (2012) ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก

1359965835

บอกตรงๆ ว่าผมนับถือพี่ Paul W.S. Anderson แกจริงๆ เพราะแกสามารถเดินหน้าสร้างหนังชุดนี้ออกมาขายได้เรื่อยๆ แม้รายได้จะไม่ล้นและคนดูจะไม่ถึงกับรัก แต่ด้วยความที่พี่แกขยันทำ และตอนทำแต่ละตอนออกมา แม้จะเบาพล็อตแต่ก็ยังตอบสนองความต้องการของคนดูกลุ่มหนึ่งได้ดีพอสมควร เรียกว่าแม้หนังจะไม่ถึงกับยอด แต่ดูแล้วพอจะสะใจบ้าง พอสยองบ้างคนดูกลุ่มนั้นก็พร้อมจะตามไปดูได้เรื่อยๆ

และบังเอิญเหลือเกินที่ผมเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้นพอดี

ยอมรับครับว่า Resident Evil: Retribution มีหลุม ร่อง และช่องโหว่เยอะมาก พอดูจบผมบอกกับตัวเองเลยว่าผมค่อนข้างรู้สึกเฉยกับผีชีวะภาคนี้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นรู้สึกไม่ชอบรุนแรง จัดว่าพอดูได้ แต่จบแล้วจบกันไม่รีรันดูซ้ำ ในขณะที่ภาคก่อนหน้านี้ ผมยังโอเคที่จะเอามาเปิดซ้ำยามกระหายภาพเจ๊อลิซและกลุ่มเกลอมาเจอกับซอมบี้

พล็อตก็เหมือนหนังฉายซ้ำน่ะครับ เจ๊อลิซ (Milla Jovovich) ตื่นมาคนเดียวในสภาพผ้าเตี่ยวหุ้มตัว โดนจับขังไว้ในห้องโล่งๆ ตามด้วยการหลบหนีออกมา แล้วก็จะได้เจอกับพันธมิตร (สำหรับภาคนี้ก็คือ เอด้า หว่อง รับบทโดย หลี่ปิงปิง) จากนั้นก็เข้าสู่โหมดฝ่าด่านนรก รบรากับเหล่าซอมบี้และผีชีวะหลากสายพันธุ์ (ที่ไม่เคยฆ่าเจ๊แกได้สักที!) แล้วเรื่องก็จะดำเนินไปถึงไคลแม็กซ์ ตีกับบอสใหญ่ ก่อนจะจบลงแบบทิ้งเชื้อให้เราตามไปดูต่อภาคหน้า

ว่าแบบไม่อ้อมค้อม มันก็เหมือนดู 4 ภาคแรกซ้ำอีกรอบ ซึ่งมันก็ยังพอตอบสนองคอหนังแอ็กชันปนสยองซัดกับซอมบี้ได้ไม่เลว อย่างฉากที่เจ๊อลิซแกลุยเดียวสู้กับฝูงซอมบี้ในห้องสีขาวนั่นน่ะครับ ลีลาทำออกมาได้ตื่นเต้นกำลังดี แต่ฉากบู๊นอกจากนั้นก็ออกแนวเรื่อยๆ แม้แต่ฉากบู๊ไคลแม็กซ์ก็ยังออกมาไม่เร้าใจมากมายดังที่คาดไว้ แต่จุดที่ยังไว้ใจได้คืองาน Effect ที่ถือว่าเนี๊ยบนิ้งเหมือนเดิม

ส่วนที่หนังพยายามเพิ่มเข้ามาอย่างการเอาตัวละครที่น่าจะตายไปในภาคก่อนๆ กลับมาโลดแล่นอีกรอบ หรือการเอามุกเดิมๆ (อย่างอลิซมีหลายคน เพื่อการทดลอง) มาเล่าซ้ำ มันกลับทำให้อะไรๆ ดูเยิ่นเย้อเกินไป เหมือนพี่ Anderson แกพยายามเขียนบทเอาของเก่ามาเขย่าแล้วขายใหม่ แต่ยังไงๆ มันก็คือของเก่าอยู่ดี หรือการเอาพวกเรนกลับมาก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะกระตุ้นความสนใจ สู้เอาตัวละครใหม่มาจัดเต็มต่อเหมือนภาคแล้วๆ น่าจะโอเคกว่า

ครับ แม้ผมจะออกแนวบ่น แต่ก็ยังดูต่อไป ตอนนี้ผมชักจะมอง Resident Evil เป็นศุกร์ 13 หรือ Halloween แล้วล่ะครับ คือทำออกมาก็กล้าดู ทั้งที่พอรู้ว่ามันก็เดิมๆ และจะออกทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่ถ้าเปรียบภาคแรกเป็นชายฝั่งภูเก็ต ภาคนี้ก็น่าจะไปไกลถึงสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าแล้วล่ะครับ มันช่างลอยไปไกลเหลือเกิน

เอาเถอะครับ อย่างน้อย Jovovich ก็ยังไว้ใจได้ในบท เจ๊อลิซ, หลี่ปิงปิงก็ไม่เลวกับบทเอด้า เรียกว่าสวยมั่นใช้ได้ แต่บทกลับน้อยกว่าที่คิดแฮะ, Sienna Guillory ในบทจิลล์ วาเลนไทน์ฉบับโดนอัมเบรลล่า ครอบงำก็ลดสีสันความน่าสนใจลงไปเยอะ ไม่เหมือนตอนเล่นภาค Apocalypse ที่ดูน่าสนใจและเฉี่ยวกว่าเยอะ

ส่วนหน้าเก่าที่เน่าไปแล้วแต่ได้กลับมาใหม่อย่าง Michelle Rodriguez ในบทเรน, Oded Fehr ในบทคาร์ลอส และ Colin Salmon ในบทเชด ก็ไม่ได้ชูรสให้หนังเท่าไร ยอมรับว่าตอนเห็นพวกเขาในตัวอย่างผมสนใจนะครับ คิดว่ามันน่าจะมีอะไรซับซ้อนและน่าดูขึ้นมากสำหรับภาคนี้ แต่ไปๆ มาๆ กลับไม่มีอะไรเกินคาดเลย เหมือนบทอยากจะให้พวกเขากลับมาก็ใส่กลับมาเสียอย่างนั้น แต่มันเป็นการกลับมาที่ไม่ได้สร้างผลกระทบที่น่าสนใจสักเท่าไร นอกจากส่งเข้ามาตายและส่งเข้ามาตีกับชาวบ้านเท่านั้น

ผมว่าหนังชุดนี้คงอยู่ได้อีกเรื่อยๆ ล่ะครับ ขอเพียงรักษามาตรฐานและจุดขายไว้ให้เหมาะ และไม่แหวกไปนำเข้า “พล็อตที่ดูเหมือนจะน่าสนใจ และไอเดียสร้างสรรค์ที่ไม่สร้างสรรค์เท่าที่ควร” ใส่ลงไป ก็เชื่อว่าน่าจะทำเป็น 10 ภาคเท่าหนังศุกร์ 13 ได้น่ะครับ

ก็คิดในแง่ดีครับ อย่างน้อยเงินทองของพวกเราก็มีส่วนให้สถานะครอบครัวของผู้อยู่เบื้องหลังหนังเรื่องนี้มีความมั่นคงขึ้นตามลำดับ ให้สามี (Paul W.S. Anderson) กำกับ แล้วภรรยา (Milla Jovovich) เล่นนำไปเรื่อยๆ…

ช่างเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่น่ารักจริงๆ

น้อยกว่าสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

Advertisements