Action

Resident Evil: Afterlife (2010) ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส

szUA5nI2209cCQIv8iIP6tOw8Rf

ถ้าให้ว่ากันจริงๆ หนังที่สร้างจากเกม Resident Evil (หรือชื่อคุ้นเคยสำหรับบ้านเราว่า Bio Hazard) มันก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่าเดิม มันก็วนอยู่กับฝูงซอมบี้, ผีชีวะกลายพันธุ์, บริษัทอัมเบรลล่าที่เอาแต่จะทำกำไรทั้งที่โลกหายนะจนไม่รู้จะหายนะยังไงแล้ว, กลุ่มผู้รอดชีวิตที่มักจะเจอหายนะชุดใหญ่ทันทีที่เจ๊อลิซ (Milla Jovovich) นางเอกประจำเรื่องเฉียดกรายเข้ามาในชีวิต (ก่อนหน้านี้ก็อยู่กันดีๆ พอเจ๊แกมางานเข้าทุกรอบ 555)

สิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละภาคก็มีเพียงฉากใหม่ๆ ในฐานลับ (ที่ไม่เน้นวิจิตรพิสดาร แต่มักจะออกแนวขาวๆ โล่งๆ สไตล์ห้องทดลอง) มีโลเกชั่นที่ภาคก่อนๆ ยังใม่เคยไป แล้วก็ตัวร้ายบอสใหญ่ที่มีพิษสงมากขึ้นตามลำดับ รวมไปถึงเทคโนโลยีในการถ่ายทำ ที่เน้น 3 มิติกันแบบเต็มเหนี่ยว

ทว่าถึงแม้จะเดิมๆ แค่ไหนนะครับ แต่ผมก็ยังเพลินกับการตามไปดูเจ๊อลิซกับพรรคพวกกระซวกผีชีวะอยู่ดี ^^

Resident Evil: Afterlife ก็เข้าทางเดิมครับ อลิซบินหาผู้รอดชีวิต ไปเจอแคลร์ เรดฟิลด์ (Ali Larter) หนึ่งในตัวเอกจากภาคที่แล้วที่ยังรอดมาได้ แต่ก็ตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกจนอลิซสงสัยว่าเธอไปเจออะไรมา จากนั้นก็ไปเจอคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในปราการสูง แต่กระนั้นพอเจ๊อลิซมาเรื่องมันก็ต้องขมวดปมให้พวกเขามีเหตุต้องออกไปผจญกับซอมบี้ที่รายล้อมอยู่ด้านนอกจนได้

ภาคนี้มีการเปิดตัวคริส เรดฟิลด์ด้วยครับ แสดงโดย Wentworth Miller ส่วนตัวร้ายก็คืออัลเบิร์ต เวสเกอร์ (Shawn Roberts) ตัวร้ายจอมอึดกลายพันธุ์ที่คอเกมน่าจะจำได้ดี เพราะกว่าจะคว่ำแกได้นี่แทบบ้าตายกันมานักต่อนัก รวมไปถึงตัวละครอีกหนึ่งที่กลับมาในช่วง End Credits ซึ่งก็จะมีผลต่อเรื่องราวในภาคต่อไปน่ะนะครับ

อย่างที่บอกครับว่าหนังมาอีหรอบเดิม แต่มันก็ยังดูสนุกเพลิดเพลินอยู่ เพราะมีครบองค์ประกอบความสะใจสำหรับหนังแอ็คชั่นตะบันซอมบี้แบบนี้ มีฉากน่ากลัวโหดๆ ยามซอมบี้บุกเข้ามา มีเรื่องให้ลุ้นว่าใครจะรอดบ้าง ตัวประกอบรายไหนจะตายก่อนหรือตายน่ากลัวแค่ไหน มีการหาทางรอดในพื้นที่ปิดตาย หรือการบุกไปให้ถึงฐานทัพของบอสใหญ่ ไม่ใหม่แต่มันส์ดีครับ แต่ถ้าให้เทียบดีกรีแล้วภาคแรกออกจะเป็นอะไรที่เข้าท่าพอเหมาะที่สุดทั้งความน่ากลัวและความตื่นเต้น

อันนี้ยอมรับนะครับว่าสมัยก่อนผมออกจะเฉยๆ กับหนังชุดนี้ ตอนดูภาคแรกรอบแรกก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่พอระยะหลังเอามาดูยาวๆ ก็รู้สึกว่ามันเพลินดี ไม่ต้องคิดอะไรกับมันมากน่ะครับ เหมือนแวะเข้าบ้านผีสิงให้ติ่งความกลัวมันทำงานบ้างอะไรประมาณนั้น

Paul W.S. Anderson ผู้กำกับจากภาคแรกและคอยอำนวยการสร้างตอนต่อๆ มาก็กลับมานั่งแท่นกำกับอีกรอบ แล้วยังลงมือเขียนบทเองด้วย โดยอิงเค้าโครงดัดแปลงมาจากเกม Resident Evil Code: Veronica และ Resident Evil 5 ก็ยอมรับล่ะครับว่าภาคนี้สนุกไม่เลว แต่ถ้าให้เทียบแล้วก็ยังเป็นรองภาค 1 กับภาค 3 อยู่ รสชาติมันโอเคพอๆ กับภาค 2 น่ะครับ ดูเอาสาใจไม่ต้องสนเรื่องเหตุผลหรือความบังเอิญอะไรให้มาก เพราะในเรื่องมันมีอะไรบังเอิญเยอะเหมือนกันครับ

ด้านความสยองหรือฉากแอ็คชั่นก็จัดว่าพอเพลินแต่ไม่ได้เด็ดเต็มที่ อย่างตอนลุยบนเรือของเวสเกอร์นั่นก็ยังไม่เต็มที่นะ ออกจะมีอะไรให้ลุ้นน้อยกว่าที่คิด ยังตีกันไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไร แต่ก็พอเดาได้น่ะครับว่าทีมงานคงเก็บของไว้ร่ายอีกทีในภาค 5

สำหรับภาคนี้ถือว่าเป็น Resident Evil ตอนแรกที่ได้ฉายใน IMAX แล้วยังถือว่าเป็นหนังที่สร้างจากเกมเรื่องแรกที่ได้รับการทำเป็น 3 มิติด้วยครับ

สรุปว่าเป็นหนังแอ็คชันปนสยองที่ดูเอาเพลินดีตามเคย

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Untitled04262