รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

*batteries not included (1987) อภินิหารซอย 8

MV5BM2JlMDgxOTYtNmI2My00YzY1LWIyZTgtYzY0MjY3Y2RiZmY2L2ltYWdlL2ltYWdlXkEyXkFqcGdeQXVyNTI4MjkwNjA@._V1_
แรกเริ่มเดิมทีพล็อตของหนังเรื่องนี้จะเป็นตอนหนึ่งของซีรี่ส์ที่ชื่อ Amazing Stories หรือที่บ้านเราอาจจะคุ้นเคยในชื่อว่า พิสดาร นั่นเองครับ… ถ้าใครไม่คุ้นเคยก็จะนำมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วกัน

Amazing Stories คือ ซีรี่ส์ที่อำนวยการสร้างโดย Steven Spielberg ครับ โดยแต่ละตอนก็จะนำเอาเรื่องราวแนวพิลึกมาบอกเล่า สไตล์คล้าย The Twilight Zone แต่ส่วนมากจะออกแนวตลกร้ายหรือไม่ก็ดูเอาสบายใจมากกว่าจะเป็นเรื่องสยองพองขน (แต่ตอนที่สยองก็เล่นเอาขนลุกได้เหมือนกัน) ซึ่งพล็อตเรื่อง *batteries not included นี้ที่เขียนขึ้นโดย Mick Garris ก็ได้รับการวางแผนให้เป็นตอนหนึ่งในซีรี่ส์ครับ แต่พอ Spielberg อ่านเข้าก็ถูกใจ ยอมไฟเขียวให้สร้างเป็นหนังใหญ่ได้เลย เพราะแนวทางมันน่าสนุก แล้วก็น่าจะสร้างความประทับใจให้คนดูได้ไม่น้อย ส่วนหน้าที่กำกับก็ตกเป็นของ Matthew Robbins ซึ่งรู้จักมักจี่กับ Spielberg มาตั้งแต่สมัยแกทำ The Sugarland Express แล้วก็ยังได้กำกับ Amazing Stories ตอน The Main Attraction ที่ว่าด้วยเด็กชายคนหนึ่งที่เปลี่ยนจากหนุ่มหงอกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน หลังจากโดนฝนดาวตกกระแทกใส่ อันส่งผลให้เขากลายเป็นไอ้หนุ่มแม่เหล็ก

เนื้อเรื่องง่ายมากครับ ว่าด้วยชุมชนคนในอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งหนึ่ง ที่พอดีว่าตึกนั้นกำลังจะโดนยึดและทุบทิ้ง จนชาวบ้านส่วนใหญ่พากันย้ายหนี แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมไปไหน ยินดีอยู่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง และในขณะที่พวกเขากำลังสิ้นหวังนั่นเองก็มีเจ้าหุ่นจิ๋วเดินทางมาหาพวกเขา แล้วก็หาทางช่วยยับยั้งไม่ให้ที่อยู่ของพวกเขาต้องโดนทุบทิ้งไป แล้วความสัมพันธ์อันแสนน่ารักระหว่างหุ่นจิ๋วปริศนากับชาวอพาร์ตเมนต์ก็เริ่มต้นที่ตรงนี้นี่แหละครับ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าหนังเหมาะจะทำเป็นตอนสั้นๆ ใน Amazing Stories จริงๆ น่ะแหละครับ เพราะมันไม่ได้มีอะไรมากมาย เนื้อหาก็มีแค่เท่าที่ผมเล่านั่นแหละ แล้วก็เสริมด้วยปมของตัวละครแต่ละคนลงไปอีกนิด แต่เผอิญว่าบทที่เสริมลงไปนั่นยังไม่แน่นพอ และผู้กำกับยังทำได้ไม่เข้าที่เต็มร้อยนัก หนังก็เลยมีช่วงให้หาวอยู่บ้าง

ความประทับใจจริงๆ ก็มีเยอะครับ แต่ก็นั่นแหละ โดนช่วงยืดๆ ดึงไปหมดเลย คนดูที่ความอดทนไม่สูงก็อาจจะเบื่อจนเฉยกับบทสรุปที่น่าประทับใจของหนังก็ได้ ลึกๆ ผมก็เสียดายอยู่ล่ะครับ เพราะมันก็มีดีของมันเหมือนกัน แต่ถ้าหนังทำให้สั้นกระชับแค่ไม่เกิน 50 นาที (หรือไม่ก็สัก 90 นาทีก็ยังดี) อะไรๆ ก็คงจะน่าประทับใจกว่านี้มาก มันจะพอดีคำน่ะครับว่างั้นเถอะ แต่เท่าที่เป็นในหนังนี่ก็คือ พอทานได้ แต่เคี้ยวนานไปหน่อยจะย่อยลงท้อง

ดาราน่ะแสดงได้ดีทั้งนั้นล่ะครับ โดยเฉพาะ Hume Cronyn กับ Jessica Tandy ในบทสามีภรรยา แฟรงค์ และ เฟย์ ไรลีย์ที่แสนน่ารัก ซึ่งทั้งสองก็เป็นคู่สามีภรรยากันในชีวิตจริงด้วยนะครับ ทำให้ความน่ารักของคู่นี้แทบไม่ต้องพูดถึงล่ะ ดูแล้วน้ำตาลจะขึ้นจอเอา แสดงได้หวานแบบสูงอายุหน่อยๆ (นั่นคือหวานแบบไม่เลี่ยนจนเว่อร์) หรือตอนที่จะแสดงฉากซึ้งก็เกือบจะเรียกน้ำตาคนดูได้เหมือนกัน ส่วนดาราเจ้าอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ก็อย่างที่บอกน่ะแหละ มันอืดไปนิด ช้าไปหน่อย และอภินิหารของเจ้าหุ่นจิ๋วนั่นก็ยังไม่มากเท่าที่คาด ลูกเล่นไม่เยอะ ทำให้อะไรที่น่าจะเข้าท่าๆ น่าจะได้ที่กลับเป็นว่าเริ่มดี แววดี แต่ทำได้ไม่สุดซะนี่

งาน Special Effects ก็วางใจได้ครับ เนี๊ยบพอดูสำหรับยุคนั้น… คิดๆ อยู่ว่าเนื้อเรื่องมันก็ดีนะครับ มันออกแนว E.T. แนวถนัดของ Spielberg แกเลยล่ะ แต่พอดีว่าแกไม่ได้กำกับเอง และบทที่ยังขาดนิดขาดหน่อย ทำให้เนื้อเรื่องที่น่าจะเจ๋งไม่เจ๋งดังคาดหมาย เสียดายนิดๆ ครับ แต่กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าหนังแย่มากจนต้องส่ายหน้านะครับ หนังมันก็มีดี เพียงแต่ยังดีได้อีกเยอะเท่านั้นเอง ดีไม่สุดน่ะ

เอาเป็นว่าถ้าคุณสนใจเรื่องประทับใจแบบต่างดาวตัวจิ๋ว กับอยากเห็นการแสดงคู่รักสูงอายุที่น่ารักสุดๆ ล่ะก็ เรื่องนี้แนะนำครับ แต่อย่าคาดหวังมากก็แล้วกัน

แถมท้ายอีกนิด สาเหตุที่ชื่อไทยของหนังเรื่องนี้เป็น “อภินิหารซอย 8” ก็เพราะ ตอนหนังมาเข้าบ้านเรานั้น ชื่อได้ถูกเปลี่ยนนิดหน่อยครับ เป็น Miracle on 8th Street ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ตอนฉายนอกอเมริกานั่นเอง แต่พอทำออกมาเป็น VDO แล้วก็แผ่น หนังก็กลับมาใช้ชื่อเดิมครับ

ไม่เลว แต่ก็ไม่ยอด

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements