Action

The Poseidon Adventure (1972) เรือนรก

Poseidon-Adventure

วันก่อนพูดถึงตึกนรกไปแล้วนะครับ วันนี้ถึงตา “เรือนรก” หรือ The Poseidon Adventure หนังภัยพิบัติกลางทะเลที่คลาสสิกและดูสนุกมากๆ อีกเรื่องหนึ่ง

ว่าตามลำดับ เรื่องนี้ฉายก่อน The Towering Inferno 2 ปีครับ และสร้างโดย Irwin Allen เหมือนกัน และ Allen ก็แอบมากำกับในฉากแอ็กชันบางฉากเช่นเคย (แต่ไม่ลงในเครดิต)

เป็นเรื่องราวของเรือสำราญโพไซดอนที่เจอคลื่นยักษ์ซัดอย่างแรง จนส่งผลให้เรือคว่ำครับ คว่ำจริงๆ นะครับ คือใต้ท้องเรือชี้ขึ้นฟ้า ส่วนด้านบนก็จมลงใต้น้ำ ทำให้ผู้ที่รอดชีวิตต้องพยายามหนีไปที่ท้องเรือให้เร็วที่สุด ก่อนน้ำจะท่วมมิดและพากันจมลงก้นมหาสมุทร

หนังสนุกครับ แม้จะเก่าแต่ก็ยังสนุกและตื่นเต้น ช่วงต้นก็มีแนะนำตัวละครนิดหน่อย ก่อนจะเข้าเรื่องหลังเกิดหายนะ ทีนี้ล่ะครับเรื่องมันส์ๆ ก็เกิดตามมาเพียบ โดยงานสร้างถือว่าลงทุนทีเดียวครับ เพราะแต่ละฉากก็เนรมิตขึ้นมาได้เหมือนอยู่ในเรือของจริง แต่เป็นสภาพกลับหัวนะครับ คือพื้นกลายเป็นเพดาน เพดานกลายเป็นพื้น อะไรพวกนี้ถือว่าทำออกมาได้สมจริงอย่างยิ่ง

ในส่วนของฉากตื่นเต้นก็ตื่นเต้นได้ใจครับ เวลาน้ำทะเลมันทะลักมาทีนี่มันลุ้นนะครับ เรียกว่าพอๆ กับโรสและแจ็คผจญภัยหนีน้ำบนเรือไททานิคตอนก่อนจมเลยล่ะครับ ลุ้นและสนุกจริงๆ

และจุดเด่นอย่างหนึ่งของหนังคือมีการสอดแทรกประเด็น “ความแตกต่างและหลากหลายของความคิดกับอารมณ์คน” คือในเรื่องนี่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะคล้อยตามแล้วก็รีบพากันที่ท้องเรือนะครับ แต่จะมีคนที่เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยเกิดขึ้น

เช่น พวกพระเอกที่นำโดยท่านสาธุคุณสก็อตต์ (Gene Hackman) ก็เชื่อว่าต้องไปที่ใต้ท้องเรือ (ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดเดียวที่เรือสูงพ้นน้ำ) แต่อีกพวกก็บอกว่าอยู่ตรงนี้แหละดีแล้ว เดี๋ยวพวกกู้ภัยจะได้มาช่วยถูกที่ นี่แหละครับ เราจะได้เห็นการถกกัน การแสดงทิฐิใส่กันอยู่เนืองๆ แม้ในกลุ่มพระเอกก็ตามก็ยังมีทะเลาะกันระหว่างทาง เรียกว่าสะท้อนแง่มุมของมนุษย์ยามเกิดวิกฤติได้ดีทีเดียว

แต่กระนั้นสิ่งที่ช่วยถ่วงดุลไม่ให้หนังดูหนักหรือ Dark เกินไป (เพราะถ้ามีแต่คนทะเลาะกันหนังก็คงเครียดมากแน่ๆ) บทหนังเลยมีการแทรกอารมณ์ขัน แทรกประเด็นของมิตรภาพ การให้กำลังใจ การเกื้อกูลกัน การเสียสละ อีกทั้งความผูกพัน ทั้งหมดก็ถูกผสมลงไปอย่างพอเหมาะครับ เลยทำให้หนังมันดู Real ในระดับหนึ่ง เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้รักกันสามัคคีกันตลอด แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีวาระแห่งความห่วงใยให้กันอยู่ด้วย

หนังเลยกลมกล่อมครับ ดูเอาสนุกตื่นเต้นหนีตายก็จัดว่าสนุก ดูเพื่อสังเกตความเป็นคนยามเกิดปัญหา ก็ได้อีกเช่นกัน

โดยส่วนตัวแล้วออกจะชอบกว่าตึกนรกอยู่นิดๆ ครับ เพราะเรื่องนี้มันไม่ยาวมาก และมันดู Real กว่าในแง่ของตัวละคร แม้สถานการณ์จะดูเหลือเชื่อมากๆ (จนอาจไม่น่าเชื่อสำหรับหลายคน) ก็ตาม

หนังเรื่องนี้มีภาคต่อในปี 1979 ว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งไปล่าสมบัติที่เชื่อกันว่าซ่อนอยู่ในซากเรือโพไซดอนลำนี้ จากนั้นก็มีการรีเมคอีก 2 ฉบับ ในปี 2005 ทำเป็นหนังทีวีรอบหนึ่ง และทำเป็นหนังใหญ่ในปี 2006 ซึ่งฉบับหนังใหญ่นั้นก็ยังสู้ฉบับเก่าไม่ได้ครับ

แล้วฉบับเก่านี้ประสบความสำเร็จไหม? ต้องบอกว่าอย่างสวยงามครับ เพราะหนังลงทุนราว $5 ล้านเหรียญ แต่ได้คืนมา $85 ล้าน ซึ่งหากตีค่าเงินให้เป็นปัจจุบันและตีราคาตามค่าตั๋วในยุคนี้แล้ว หนังจะทำเงินถึง $447 ล้านเลยทีเดียว

อีกหนึ่งหนังภัยพิบัติที่ยังดูสนุกจนถึงวันนี้ครับ (แม้อายุอานามจะปาไป 42 ปีแล้วก็ตาม)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements