รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Bird with the Crystal Plumage (1970), เชือดคลั่งกรุงโรม

1372353105

ชื่ออิตาลีคือ L’uccello dalle piume di cristallo

Dario Argento คือนักสร้างหนังชาวอิตาลีที่ถือว่าเป็นระดับตำนานอีกคนหนึ่งครับ โดยเฉพาะในกลุ่มหนังแนวสยองขวัญ-ระทึกขวัญนี่ Argento มีงานเจ๋งๆ เฉียบประดับวงการมากมาย แม้งานชิ้นหลังๆ อย่าง Dracula ที่ออกฉายในปี 2012 จะไม่ค่อยโอนักก็ตาม แต่อย่างน้อยงานเก่าๆ ของเขาก็ไว้ใจได้ในความสยองและความน่าติดตามครับ

Argento เริ่มต้นการทำงานเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ในฐานะนักวิจารณ์และเขียนบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ครับ จากนั้นก็ลองลิ้มบทบาทของคนเขียนบท หนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่างมหาศาลก็ต้องยกให้การเขียนบทหนังเรื่อง Once Upon a Time in the West ผลงานอมตะของ Sergio Leone โดยเขาร่วมคิดบทกับ Leone และ Bernardo Bertolucci (ผู้กำกับหนังออสการ์อย่าง The Last Emperor ในเวลาต่อมา)

หลังจากฝึกงานเขียนบทจนเริ่มเข้าฝัก เขาก็ตัดสินใจจะลองทำหนังของตัวขึ้นมาสักเรื่อง พอคิดได้ดังนั้นก็จัดการเขียนบทขึ้นมา ก่อนจะเดินไปขอทุนจาก Salvatore Argento พ่อของเขาซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการหนังมานาน แล้วก็ไปขอทุนเพิ่มอีกเล็กน้อยจาก Artur Brauner ผู้อำนวยการสร้างที่มีประสบการณ์อีกท่านหนึ่ง พอได้ทุนครบถ้วนเขาก็เริ่มถ่ายทำทันที

The Bird with the Crystal Plumage คืองานกำกับชิ้นแรก ซึ่งบทที่พี่ท่านเขียนขึ้นนั้นก็ได้แรงบันดาลใจมาจากนิยาย The Screaming Mimi ของ Fredric Brown หนังว่าด้วยเรื่องของแซม ดัลมัส (Tony Musante) นักเขียนหนุ่มชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ที่กรุงโรม อยู่กับจูเลีย (Suzy Kendall) แฟนนางแบบสาวสวยของเขา ชีวิตเขาก็ปกติดีล่ะครับจนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้เห็นฉากฆาตกรรมต่อหน้าต่อตา เมื่อมีหญิงสาวเคราะห์ร้ายถูกฆาตกรในชุดดำเอามีดแทง เขาทำอะไรไม่ได้เพราะมีกระจกขวางกั้นทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปในห้องนั้นเพื่อช่วยเธอได้ แต่ยังดีครับที่ไม่นานก็มีตำรวจมาและเธอคนนั้นก็ยังไม่ตาย

ด้วยเหตุนี้ทางตำรวจเลยพยายามกันแซมไว้ให้เป็นพยานเพื่อตามจับตัวฆาตกรโหดรายนี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีหญิงสาวอีกมากถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม และล่าสุดก็ดูเหมือนว่าเป้าหมายรายหลักของเจ้าฆาตกรจะเป็นเขาและจูเลียด้วย นั่นทำให้แซมต้องแข่งกับเวลาเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าฆาตกร ก่อนที่มันจะลงมือทำร้ายแฟนสาวของเขาให้หมดลมหายใจเหมือนเหยื่อรายอื่นๆ

ตัวหนังออกมาดีมากครับ จุดแรกที่ดีคือบทครับ บทนั้นไม่ได้เป็นแค่หนังฆาตกรโรคจิตไล่ฆ่าคน แต่มันมีความซับซ้อนกว่านั้น การเดินเรื่องถือว่าน่าสนใจตลอดครับ มีประเด็นหรือปมมาทำให้เราเพลิดเพลินไปกับหนัง ไม่ว่าจะปมปริศนาของเจ้าฆาตกร หรือการลงมือของมันที่ถือว่าลงมืออย่างฉลาด (จนน่ากลัว) ไม่ใช่แค่ดักรอแล้วแทง แต่มันมีจังหวะการลงมือในยามที่เหยื่อแต่ละรายเผลอ หรือกำลังทำอะไรสักอย่างติดพันจนไม่มีสมาธิแบ่งเป็นสนใจสิ่งรอบข้าง ถ้าเหยื่ออยู่ในสภาวะนั้นเมื่อไรเจ้าฆาตกรก็จะลงมือทันที

Untitiled04944

การตามปมของพระเอกก็ทำได้น่าติดตามครับ และที่ดีเกินคาดก็คือความรักความโรแมนซ์ระหว่างแซมกับคนรักที่ดูหวานและน่ารักในหลายๆ ตอน ดูเป็นคู่รักกันจริงๆ น่ะครับ เลยพลอยทำให้เราเอาใจช่วยให้พวกเขาแคล้วคลาดจากเรื่องเลวร้ายนี้โดยปลอดภัย

ดนตรีของ Ennio Morricone ก็ถือว่าสอดรับกับหนังลึกลับแบบนี้ครับ ให้อารมณ์ผวาได้เอาเรื่อง และที่ผมค่อนข้างชอบเป็นพิเศษคือการถ่ายภาพและมุมกล้องของ Vittorio Storaro ที่แม่นทั้งช็อตมุมกว้าง อย่างตอนเก็บรายละเอียดให้คนดูได้เห็นสภาพโดยรอบของสถานที่ต่างๆ และมุมแคบ อย่างตอนฆาตกรลงมือหรือกำลังจะลงมือ มุมกล้องมันจะดูกดดันขึ้นมาทันตาเห็นเลยครับ

ผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ มันดูลึกลับ ตื่นเต้น สยองขวัญแบบพอเหมาะ ไม่ได้เยอะจนเลอะเทอะเกินรับ เรียกว่ากำลังอร่อยสไตล์ลาบเลือด ภาพการลงมือของฆาตกรก็ชวนให้เราใจหายใจคว่ำได้ ฉากที่ผมชอบมากต้องยกให้ฉากแรกที่พระเอกไปเห็นเหตุการณ์ครั้งแรกสุดน่ะครับ ออกแบบมาได้กดดัน แต่ก็เป็นความกดดันที่เปิดโล่งอยู่ในที เพราะพระเอกอยู่ข้างนอก แต่ไม่อาจเข้าไปช่วยเหยื่อได้เพราะเธออยู่ข้างในหลังกำแพงกระจกใส แต่เขาก็เห็นเต็มตาว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ถือเป็นฉากที่ช่างคิดจริงๆ ครับ

ไม่น่าแปลกใจที่หนังจะแจ้งเกิดให้กับ Argento ได้ทันทีและยังประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล แต่กระนั้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ว่า Argento เคยเกือบโดนถอดออกจากการกำกับหนังเรื่องนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนนั้นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารของหนังเรื่องนี้ (แม้จะไม่มีการระบุชื่อชัด แต่คนที่กินตำแหน่งนี้มีอยู่คนเดียว นั่นก็คือ Brauner) เกิดไม่พอใจหนังหลังจาก Argento ลองตัดคร่าวๆ มาให้ดูหนังถ่ายไปได้สักระยะ พอเรื่องถึงหู Salvatore Argento เขาก็เดินทางไปกะจะพูดคุยรอมชอมให้ลูกชายได้กำกับต่อ แต่ระหว่างเขากำลังรอเข้าพบอยู่ที่หน้าห้องนั่นเอง Salvatore สังเกตเห็นเลขาหน้าห้องกำลังตัวสั่นมือสั่นอยู่ เขาเลยถามด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่สบายหรือเปล่า ปรากฏว่าคำตอบของเลขาก็คือ เธอกลัวครับ เนื่องจากเธอมีโอกาสได้เห็นหนังที่ Argento ตัดคร่าวๆ นั่น และมันน่ากลัวจนเธอผวา และออกอาการสั่นไม่เลิก

เท่านั้นล่ะครับ Salvatore จัดแจงพาคุณเลขาคนนี้ไปพบผู้อำนวยการสร้างคนนั้น พร้อมทั้งให้เธอยืนยันว่าหนังเรื่องนี้มันน่ากลัวจริงๆ ซึ่งคุณเลขาถึงกับยืนกรานว่าไม่มีใครเหมาะจะทำหนังเรื่องนี้มากไปกว่า Dario Argento อีกแล้ว

อยากบอกคุณเลขาท่านนั้นจริงๆ ว่า “หมื่นทิพเห็นด้วยทุกประการ!”

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)