รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Winning London (2001), คู่แฝดซน ตะลุยลอนดอน

1375245358

ส่วนเรื่องนี้ก็เป็นหนังลงวีดีโออีกเช่นเคยนะครับ โดยส่วนตัวแล้วผมออกจะสนใจหนังเรื่องนี้มากอยู่ เพราะหนังว่าด้วยเรื่อง Model United Nations (MUN) หรือการประชุมสหประชาชาติจำลองครับ

สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับ MUN ผมก็ถือโอกาสอธิบายให้เข้าใจคร่าวๆ นะครับ ว่า MUN เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยแต่ละประเทศจะทำการคัดเลือกเยาวชนไปเข้าร่วม แล้วจากนั้นเยาวชนแต่ละชาติก็จะได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของชาติต่างๆ ในโลก ซึ่งจุดน่าสนใจอยู่ตรงนี้ล่ะครับ เพราะเยาวชนทั้งหลายจะไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศตัวเองนะครับ แต่จะต้องเป็นตัวแทนให้กับประเทศอื่น

เช่น ถ้าเป็นคนไทยไปก็อาจได้รับมอบให้เป็นตัวแทนประเทศญี่ปุ่น ถ้าเป็นคนอเมริกันก็อาจได้เลือกให้เป็นตัวแทนอังกฤษ ซึ่งเมื่อผู้เข้าร่วมได้รับมอบหมายแล้วก็ต้องคอยศึกษาข้อมูล เรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ ตามแต่หัวข้อประชุม ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ฯลฯ ซึ่งถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่กระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมรู้จักใช้ความคิด การวิเคราะห์ ใช้วาทศิลป์ อีกทั้งยังทำให้เยาวชนแต่ละชาติได้เข้าใจเพื่อนร่วมโลกชาติอื่นๆ มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

และ Winning London เรื่องนี้ก็จับกิจกรรมที่ว่ามานำเสนอครับ กับเรื่องของ โคลอี้ (Mary-Kate Olsen) และ ไรลี่ย์ (Ashley Olsen) พี่น้องคู่แฝดตระกูลลอว์เรนซ์ ที่ได้รับคัดเลือกให้ไปร่วมในงาน Model United Nations ที่ประเทศอังกฤษ และพวกเขาก็ได้รับมอบให้เป็นตัวแทนอังกฤษครับ เลยต้องมีการตระเวนไปทั่วลอนดอนเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนและทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมในแดนผู้ดีแห่งนี้ ซึ่งระหว่างทางพวกสาวๆ ก็ได้พบกับหนุ่มหล่ออีกเช่นเคย ขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องทำหน้าที่ตัวแทนอังกฤษให้สมเกียรติด้วย

ครับ ผมชอบแนวคิดเพราะการจับเอากิจกรรม MUN มาเป็นฉากหลังนี้ถือว่าเปิดโอกาสให้คนทำนำประเด็นสาระสารพัดใส่ลงมาได้เพียบ ขณะเดียวกันตัวหนังก็จะกลายเป็นเครื่องที่ช่วยทำให้คนดูรู้จักลอนดอนมากขึ้นได้ด้วย แต่ก็นั่นล่ะครับหนังออกจะเน้นเรื่องรักหนุ่มสาวกับมุขตลกประปราย เน้นความบันเทิง (ที่ไม่ค่อยมากนัก) แทนที่จะใส่ทั้งสาระและบันเทิงลงไปให้สมดุล

หนังจะมามีประเด็นดีๆ ก็ตอนคำพูดของเหล่าตัวละครในช่วงท้ายๆ น่ะครับ อย่างเช่นประเด็นที่ว่า “การติประเทศตนเองแบบติเพื่อก่อนั้น ไม่ได้แปลว่าไม่รักประเทศตัวเอง แต่เพราะว่ารักและเป็นห่วงจึงต้องติบ้าง ปรามบ้าง และป้องกันไม่ให้เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีก” ซึ่งเป็นประเด็นง่ายๆ ที่น่าคิดดีเหมือนกันครับ การอยู่ในประเทศโดยไร้ซึ่งการสังเกต เสนอแนะ และติเพื่อก่อก็เหมือนการอยู่บ้านแล้วปล่อยให้บ้านรก สกปรกรุงรัง และการตินั้นก็ไม่ได้แปลว่าเรามีเจตนาที่ไม่ดี แต่เพราะเราอยากให้บางสิ่งได้รับการแก้ไขจึงต้องเอ่ยปากออกมา โดยส่วนตัวแล้วนั่นก็ถือเป็นความกล้าประการหนึ่งเหมือนกันครับ

แต่ก็ต้องยอมรับว่าประเด็นแกนหลักของหนังนั้นจะออกแนว จะเทไปที่การ “จิกกัดชาติอื่น” เยอะหน่อย ซึ่งก็เข้าใจได้ครับเพราะเป็นหนังตลก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหนังเน้นไปที่เรื่อง “การอยากเข้าใจชาติอื่น” มากกว่า “กัดชาติอื่น” ตัวหนังก็คงจะดูมีอะไรมากกว่านี้

สรุปว่าหนังดูเพลินครับ แต่ยังไม่ถึงขั้นน่าจดจำ จริงๆ หนังเกือบจะมีจุดดีอีกอย่างคือการได้เที่ยวไปตามสถานที่สำคัญในลอนดอน มีมุมดีหลายอันเชียวครับ ถ้าอยากดูหนังที่ท่องลอนดอนล่ะก็ เรื่องนี้นับว่าไม่เลว (แต่ยังไม่เด็ดแบบเต็มที่นะครับ ใช้วิวเยอะอยู่ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นคุ้ม)

สองดาวครับ

Star21

(6/10)