รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Hot Rod (2007) ฮ็อต ร็อด สิงห์สตันท์บิดสะท้านโลก

1374989701

หนังฮาเนิร์ดๆ สไตล์หนังของ Judd Apatow หรือแบบ Pineapple Express น่ะนะครับ นั่นคือจะมีตัวละครล้นๆ เนิร์ดๆ มาเป็นตัวเอก ทำอะไรโก๊ะๆ ดูน่าหัวร่อสำหรับคนอื่น แต่ถึงจะโก๊ะหรือน่าขันแค่ไหน แต่พวกเขาก็มีความมุ่งมั่นพยายามทำในสิ่งที่ตนเองต้องการและใฝ่ฝัน จะเรียกว่าเป็นหนังสไตล์ “ชัยชนะของเด็กเนิร์ด” ก็คงจะได้น่ะครับ

ตัวเอกมีนามว่าร็อด คิมเบิล (Andy Samberg) ที่พยายามจะเป็นสตันท์มือหนึ่งให้ได้แบบเดียวกับที่พ่อผู้ล่วงลับเคยทำไว้ แต่พี่แกก็เป็นสตันท์ได้น่าหนักใจมากครับ ขับรถผาดโผนก็ล้มตั้งแต่ยังไปไม่ถึงไหน ทำอะไรเสี่ยงตายก็เล่นเอาเกือบตายไปหลายหน แล้วยิ่งกว่านั้นที่เขารำคาญที่สุดในชีวิตคือการต้องมาโดนพ่อเลี้ยงอย่างแฟรงค์ (Ian McShane) ดูถูกเหยียดหยามเป็นประจำ

แต่แล้วเมื่อแฟรงค์กำลังจะจากโลกนี้ไปด้วยโรคหัวใจ ร็อดก็ไม่รอช้าที่จะหาทางช่วยให้แฟรงค์ได้มีชีวิตต่อไป ที่ช่วยนี่ไม่ใช่เพราะกตัญญูนะครับ แต่ร็อดยังชนะแฟรงค์ไม่ได้ เขาเลยอยากให้แฟรงค์อยู่ต่อไปจนกว่าเขาจะคว่ำแฟรงค์ให้หมอบได้กับมือ แล้วทีนี้ยุทธการไต่เต้าไปสู่การเป็นยอดสตันท์เพื่อหาเงิน 50,000 เหรียญมาช่วยชีวิตคนที่เขาเกลียดที่สุดก็เริ่มต้น

เป็นหนังฮาแบบมะกันแบบที่บ้านเราอาจไม่คุ้นนักนะครับ ความสนุกจะเกิดได้หากคุณฮากับพฤติกรรมเนิร์ดๆ ขี้แพ้ๆ ของเหล่าตัวเอกที่ชอบทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน ส่วนมากก็จะเป็นการทำอะไรให้มันยาก ให้มันอ้อมเกินจำเป็น หรือไม่ก็คิดอะไรที่มันสาระได้ยากยิ่งน่ะนะครับ ซึ่งหากคุณเพลินกับตัวละครสไตล์นี้หนังเรื่องนี้ก็คงจะทำให้คุณฮาได้พอตัวครับ แต่หากคุณไม่ชินหรือไม่ชอบก็คงจะเฉยหรือไม่ก็งงว่าหนังมันพยายามจะเล่าอะไรกันแน่

ดาราในเรื่องถือเป็นขาประจำสำหรับหนังแนวนี้น่ะครับ ไม่ว่าจะ Bill Hader หรือ Danny McBride แล้วยังได้ Isla Fisher มารับบทน่ารักๆ แบบที่เข้ากับตัวเธออีกด้วย ในขณะที่ดารารุ่นเก๋าอย่าง McShane และ Sissy Spacek ก็หายห่วงได้เลยครับ แสดงดีอยู่แล้ว

หนังแบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนะครับ แต่จริงๆ แล้วทุกเรื่องน่ะมักแฝงประเด็นง่ายๆ ที่น่าจดจำอย่างเรื่อง “ความพยายาม” เอาไว้เสมอ ตัวเอกแม้จะขี้แพ้หรือดูเป็นตัวขำสำหรับคนมากมาย แต่เอาเข้าจริงพวกเขาน่ะมีความมุ่งมั่นเยอะครับ และยังเป็นคนคิดแหกคอกไม่เหมือนคนอื่น

ถ้าคิดในแง่ของโอกาสแล้ว การหวังจะประสบความสำเร็จในสนามที่มีคนเดินแข่งกันให้ควั่ก กับสนามที่มีคนเดินน้อย สนามอย่างหลังย่อมมีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นได้มากกว่า อาจจะไม่ง่ายกว่านะครับ แต่ก็ถือว่ามีโอกาสมากกว่า

ยังมีแง่คิดง่ายๆ อย่างการที่แฟรงค์ทำตัวโหดกับร็อด ก็เพื่อเทรนให้เขารับมือกับเรื่องยากๆ เพราะในอนาคตหากไม่มีเขาแล้วก็มีร็อดนี่แหละที่ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่งหากมองดีๆ แล้วจะพบว่าการที่ร็อดลุยไม่ยั้ง พยายามไขว่คว้าความสำเร็จแบบเต็มที่ส่วนหนึ่งก็มาจากแรงฮึดบนความกดดันที่แฟรงค์เป็นคนสร้างขึ้นนั่นแหละครับ นี่ก็เข้ากับหลักง่ายๆ อีกอย่างว่าหากเราเจอปัญหาก็เรียนรู้จากมัน ให้มันพัฒนาเรา อย่าให้มันกดขี่ทำลายความมั่นใจของเรา

ดูเอาสนุกก็ได้ (สำหรับคอหนังสไตล์นี้) หรือดูเอากำลังใจก็ไม่เลวครับ ส่วนผมดูแล้วก็โอเคพอเพลิน แต่ก็สารภาพแบบไม่อ้อมค้อมว่าก็ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังสไตล์นี้แบบเต็มตัวนักหรอกครับ เลยรู้สึกโอกับหนังในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงขั้นชอบหรือฮาอะไรกับมันมากมาย ส่วนที่ชอบกลับเป็นสาระประเด็นเดิมๆ ในหนังสไตล์นี้มากกว่า

แม้มันจะเดิมๆ แต่ในบางโอกาสมันก็เติมกำลังให้เราได้เหมือนกันครับ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

9c5422b8851a44c2887a75bb6857edda_compressed

โฆษณา