รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Session 9 (2001) ตึกผีเฮี้ยน

MV5BMTkyNDQ4OTYwOF5BMl5BanBnXkFtZTYwNzQ4ODc5._V1_SY1000_CR0,0,647,1000_AL_

Brad Anderson เป็นคนทำหนังและเขียนบทภาพยนตร์ที่อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงดังนักนะครับ เขาเป็นหลานของ Holland Taylor ดาราเจ้าบทบาทที่มีงานดีๆ อย่างในหนังเรื่อง Spy Kids 2 กับ 3 แล้วก็ Legally Blonde ส่วนผลงานที่พอจะเป็นที่รู้จักบ้างคือ Next Stop Wonderland นอกนั้นก็ยังไม่มีงานอะไรแจ้งเกิดแบบเต็มตัว

แต่หนังเรื่องนี้ผมว่าน่าจะแจ้งเกิดให้แกได้นะ

Anderson สร้างหนังเรื่องนี้โดยได้แรงบันดาลใจจากโรงพยาบาลสถานบำบัดจิต Danvers State Hospital ที่เขาต้องขับรถผ่านทุกวันตอนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งมันถูกปิดไปตั้งแต่ปี 1992 พอผ่านมากๆ เข้าเขาก็เลยเกิดอยากลองทำหนังสยองที่มีฉากหลังเป็นโรงพยาบาลเก่าขึ้นมาบ้าง

เขากับ Stephen Gevedon เลยเขียนบทขึ้นมาพร้อมถ่ายทำด้วยงบไม่เยอะ ว่าด้วยผู้ปรับปรุงอาคารห้าคนที่ได้รับงานให้ดูแลฟื้นฟูสถานบำบัดทางจิตแห่งหนึ่งให้กลับมามีสภาพเรียบร้อย ซึ่งพวกเขาก็ต้องทำงานไปท่ามกลางบรรยากาศวังเวงสุดแสน เพราะที่นั่นมันปิดร้างมานานกว่าสิบปีไงครับ สภาพกำแพงก็เหมือนวังปีศาจที่มีคราบจับจนดูเหมือนเป็นรูปคน อีกทั้งตามซอกหลืบก็มีแต่ความมืดปกคลุม แหม แค่นึกก็น่ากลัวแล้วล่ะครับ

แต่เรื่องเริ่มมาน่ากลัวหนักตอนที่พวกเขาเริ่มหายไปทีละคนๆ … หรือสถานที่แห่งนี้จะมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ หรือมันจะมีผีสิงจริงๆ อย่างที่คำร่ำลือกล่าวเอาไว้?

ลองหาคำตอบกันดูนะครับผม ว่ามันมีอะไรอยู่ที่นั่น

ว่ากันถึงดาราแล้วก็ไม่ใช่กระจอกนะครับ ได้ David Caruso หรือพี่โฮราจิโอ้แห่ง CSI:Miami มารับบท ฟิล หัวหน้างานกับ Paul Guilfoyle ที่เล่น CSI ต้นฉบับมาแสดงเป็นบิลล์ บริ๊กส์ เพื่อนร่วมงานแล้วยังได้ Josh Lucas จาก Sweet Home Alabama และ Hulk มารับบทเป็นแฮงค์อีกหนึ่งคนงานที่มาร่วมเจอเรื่องสยองด้วย

ตัวหนังเองถ่ายในฟิล์มสไตล์โฮมวีดีโอ ภาพคมๆ คล้ายใน The Blair Witch Project น่ะครับ เลยได้อารมณ์สยองพองขนพอประมาณ ดูสมจริงมาก เพราะหนังไปถ่ายกันที่ Danvers State Hospital ของจริง ซึ่งก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามีอะไรแปลกๆ ยามค่ำมืด แต่ก็ไม่ได้มีตำนานรุนแรงมากมาย ทีมงานเลยกล้าไปลองถ่ายดู ซึ่งผลที่ได้ผมว่าก็ดีครับ บรรยากาศสยองดี ก็ แหม บรรยากาศโรงพยาบาลร้างมันก็ไม่น่าเดินเล่นนักหรอกครับ ขนาดโรงพยาบาลไม่ร้างบางแห่งเรายังไม่อยากไปเดินเลย ชวนขนหัวลุกออก

บทหนังก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก แต่เน้นบรรยากาศที่น่ากลัวแบบสมจริง เหมือนเราดูเขาถ่ายสารคดีบ้านผีสิงอย่างนั้นแหละ มีฉากหนึ่งครับที่เล่นเอาผมหลอนไปเลยคือตอนที่กล้องมันแพนถ่ายแทนสายตาตัวละครหนึ่ง ที่เดินลึกลงไปยังห้องใต้ดินของโรงพยาบาล ไอ้ฉากนี้นี่ให้อารมณ์เหมือนเราลงไปเดินกะมันเลยครับ แล้วคิดดู ข้างล่างก็มืด ความสว่างมาจากแสงไฟไม่กี่แหล่งเท่านั้นเอง อีกทั้งด้วยความที่กล่องมันแทนสายตา เราก็เลยจ้องตรงไปข้างหน้า ซึ่งข้างหน้าก็มีแต่ความมืด … แล้วความมืดมันมีอะไรอยู่ล่ะ … พอลงๆ ไปก็หวิวๆ ว่าอาจจะเจอฉากแฮ่ แล้วปรากฏว่า… ลองดูเองเถอะครับ ไม่อยากเล่าไปมากกว่านี้ แต่ฉากนี้สมจริงมากจนลืมไม่ลง (เป็นผมล่ะไม่ลงไปข้างล่างนั่นหรอก บรื๋อ )

โดยรวมๆ หนังเลยเป็นแนวสยองแบบขายบรรยากาศครับ ใครอยากได้อารมณ์เหมือนเดินเล่นในอาคารร้างที่น่าจะมีบ่งสิ่งบางอย่างแฝงตัวอยู่ล่ะก็ลองดูได้เลยครับ น่าจะโอเค

ส่วนที่ผมเกริ่นไว้ว่าดาราเจอดี… มันอย่างนี้ครับ คนที่เจอก็ไม่ใช่ใคร เขาคือ David Caruso หรือพี่โฮราจิโอ้นี่แหละ

Caruso เล่าว่าระหว่างการถ่ายทำ เขามองออกไปนอกหน้าต่างห้อง ปรากฏว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าต่างนั่นแหละ ลักษณะเหมือนเงาคน ก่อนจะค่อยๆ หายไป เหมือนไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย

พี่แกก็คิดว่าคงเป็นคนทั่วไปมั้ง แต่ก็ไม่น่ามีเพราะมันเป็นโรงพยาบาลร้าง ครั้นพอเดินไปสำรวจแถบหน้าต่างก็ไม่มีวีแววมนุษย์คนไหนอยู่ตรงนั้นเลย

แต่แกก็เงียบไว้กลัวกองถ่ายแตกตื่น จนพอพักกองออกมาข้างนอกถึงได้เล่าให้ฟัง ซึ่งทีมงาน (ที่มีอยู่ไม่เยอะ) ก็ออกปากว่าไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นแน่ๆ และก็ไม่ได้เห็นคนแปลกปลอมเข้ามาคลุกคลีในกองถ่ายเลยนะ ยิ่งตอนถ่ายทำนั้น ทุกคนก็อยู่ในห้องครบ ไม่มีใครไปทำอะไรข้างนอกสักหน่อย

… แล้ว … เงานั่น … ใคร?

อาจเป็นการตาฝาดก็ได้ครับ สุดแท้แต่จะเดา ส่วนใครอยากลองของก็เสียใจ เพราะที่นั่นถูกทุบไปเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อไม่นานมานี้เอง เอาเฉพาะเรื่องหนังดีกว่า หนังสยองดีครับ ไม่ได้แหวะแหวกไส้พุงนะครับ มันสยองแบบมืดๆ น่ากลัวๆ แต่กล้องไม่ได้ส่ายจนมึนหัวแบบ The Blair Witch Project

อีกหนึ่งแรงเสริมที่ทำให้มันสยอง ก็คือดนตรีครับ ไม่ได้วิจิตรพิสดารอะไร แค่เสียงเปียโนติงติงติง … แต่ทำให้วังเวงขึ้นมาจับใจ

อยากลองสยอง ก็ลองเรื่องนี้ได้ครับ

สองดาวกว่าๆ ใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements