รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Scarlet Claw (1944) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ปะทะปีศาจกรงเล็บอำมหิต

2077558

เพื่อนๆ ท่านใดที่ติดตามอ่านรีวิวเชอร์ล็อค โฮล์มส์ของผมมาโดยตลอด คงทราบดีนะครับ ว่าหนังชุดนี้ตอนที่ผมยกให้เป็นที่สุด ก็คือ The Hound of the Baskervilles ภาคแรกของโฮล์มส์ เวอร์ชั่น Basil Rathbone ด้วยความเด็ดของเนื้อเรื่อง การถ่ายทอดบรรยากาศที่ชวนขนลุกได้อย่างน่าปรบมือ

นอกจากตอนนั้นแล้ว ที่ผมยกให้เป็นสุดๆ อีกหนึ่งก็คือตอนนี้แหละครับ The Scarlet Claw ซึ่งทีมงานก็นำเอาเค้าโครงเรื่องตอน The Hound of the Baskervilles มาตกแต่งเสียใหม่ แล้วก็ใส่เนื้อเรื่องที่คิดใหม่ทั้งหมดลงไป โดยเน้นให้เรื่องราวเกี่ยวกับคำสาป เรื่องเหนือธรรมชาติ และบรรยากาศอึมครึม คละคลุ้งไปด้วยหมอกควัน

ผลที่ได้ก็คือ นี่เป็นอีกหนึ่งเชอร์ล็อค โฮล์มส์ที่ได้รับการขนานนามว่าเด็ดขาดที่สุด ซึ่งผมก็เห็นด้วย 100% ครับ

หนังเปิดเรื่องมาก็น่าสนสุดๆ แล้วครับ เรื่องเกิดที่เมืองลา มอร์ รูจ เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบในแคนาดา ในขณะที่พวกชาวเมืองกำลังนั่งพักผ่อน ดื่มกันในบาร์ยามค่ำ จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังดังมาจากหอคอยประจำเมืองครับ ซึ่งทุกคนก็แตกตื่นกันล่ะ เพราะเวลานั้นไม่มีใครไปเคาะระฆังแน่ อีกทั้งเมืองยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปีศาจที่สิงอยู่ในเมือง วันดีคืนดีมันก็จะออกมาฆ่าคนด้วยกรงเล็บอันแข็งแกร่งของมัน… ทุกคนจึงไม่กล้าแม้แต่จะออกไปดู

และในเวลาต่อมา ก็มีคนพบศพเลดี้ลิเลียน เพนโรส (Gertrude Astor) ภรรยาของท่านลอร์ด เพนโรส (Paul Cavanagh) ผู้มีหน้ามีตาประจำเมือง… เธอถูกฆ่า โดยมีรอยกรงเล็บตรงลำคอ…

ขณะเดียวกันนั้นเองลอร์ด เพนโรสก็กำลังสัมมนาเรื่องการสืบสวนที่เมืองใกล้ๆ และที่นั่นก็มีเชอร์ล็อค โฮล์มส์ (Rathbone) กับหมอวัตสัน (Nigel Bruce) ร่วมงานอยู่ด้วย พอท่านลอร์ดทราบข่าวก็รีบตรงกลับไปยังเมืองครับ ส่วนโฮล์มส์เองก็ได้รับโทรเลขที่ส่งมาโดยเลดี้เพนโรส ว่าขอให้ช่วยเหลือเธอด้วย เนื่องจากเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง… แต่โฮล์มส์ได้รับมันช้าไป…

โฮล์มส์จึงตัดสินใจเลื่อนการเดินทางกลับลอนดอนครับ ไปยังเมืองลา มอร์ รูจแทน เพื่อหาความจริงและยับยั้งไม่ให้เกิดการฆาตกรรมต่อไปอีก พร้อมทั้งไขปริศนาว่าเจ้าปีศาจตัวเรืองแสดงแห่งเมืองลา มอร์ รูจนั้น คือคนหรือปีศาจกันแน่

… เจ๋งครับท่านทั้งหลาย เป็นโฮล์มส์ตอนที่เจ๋งมาก เปิดเรื่องก็อย่างที่บอกครับ อุ่นเครื่องให้คนดูสงสัยว่าตกลงเลดี้เพนโรสตายเพราะกรงเล็บปีศาจจริงหรือ ด้านการสืบสวนก็มีอะไรให้คิดตามตลอดครับ เพราะทีท่าของชาวเมืองหลายคนก็น่าสงสัย ทั้งลอร์ดเพนโรสเองก็ไม่ชอบหน้าโฮล์มส์เท่าไร หรือ เอมิล เจอร์เน่ต์ (Arthur Hohl) เจ้าของโรงแรมก็ดูจะมีประวัติที่มาอันแสนลึกลับ ตามด้วยผู้พิพากษาบริสสัน (Miles Mander) ที่เก็บตัวอยู่กับบ้าน ไม่ยอมออกไปไหน ไม่ต้อนรับใครมาหลายปี ซ้ำยังมีลูกซองติดมืออยู่ตลอดเวลา

โครงเรื่องนั้นจะคล้ายกับสไตล์หนังนักสืบยุคใหม่ใช่ไหมครับ ที่เริ่มเล่นกับความสงสัยของคนดู ว่าคนนี้น่าจะเป็นฆาตกรหรือไม่ หรือนายคนนี้มีเบื้องหลังชีวิตอย่างไร ซึ่งหนังก็ทำได้ดีครับ ชวนติดตามได้ตลอดจริงๆ

ด้านบรรยากาศความลึกลับก็เรียกได้ว่าเด็ดมากครับ เอาแค่ฉากตอนต้นที่ชาวเมืองนิ่งกันสนิทตอนได้ยินเสียงระฆังก็สร้างความตื่นเต้นได้อย่างดีแล้วล่ะ ไหนจะตอนที่โฮล์มส์ตัดสินใจเดินฝ่าความมืดไปคนเดียว จนพบเจ้าปีศาจเรืองแสงนั่น ก็ได้อารมณ์น่ากลัวดีครับ

ด้วยพล็อต การวางเรื่องถือว่าเป็นตอนที่แน่นมากครับ ไม่มีช่วงว่างให้น่าเบื่อเลย ดาราก็เล่นกันได้ดีทุกคน จังหวะเหมาะ ดนตรีดี ภาพบรรยากาศก็ถึงอารมณ์… ผมว่าเป็นหนังสืบสวนที่สมบูรณ์แบบมากๆ อีกเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ

โฮล์มส์นี่เป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา และนักคิดนอกกรอบตัวยงเลยนะครับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นอมตะมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาคิดไม่เหมือนใคร แต่มีหลักการ มีเหตุผล ซึ่งสิ่งต่างๆ ในโลกที่ก้าวไกลมาได้ก็เพราะการคิดนอกกรอบ หาสิ่งใหม่ๆ นี่แหละครับ เช่นเดียวกับการไขคดี ที่ถ้าการคิดแบบเก่าๆ ทำอะไรไม่ได้ แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ต้องคิดแบบทื่ไม่มีใครเคยคิดกันเพื่อไขปริศนาให้ออก แบบนี้แหละครับที่เรียกว่าฉลาดแท้

จากประเด็นพวกนี้ ทำให้ผมยอมรับว่าแปลกใจเหมือนกัน เพราะจากเรื่องราวของโฮล์มส์นั้น โฮล์มส์เป็นคนเชื่อในเหตุผล และไม่ค่อยเชื่อในเรื่องปาฏิหาริย์หรือเรื่องเหนือธรรมชาติเท่าไรนัก เขามักพิสูจน์ความจริงด้วยความจริง แต่ตัวท่าน Sir Arthur Conan Doyle ผู้ประพันธ์และให้กำเนิดเชอร์ล็อค โฮล์มส์ กลับมีชีวิตบั้นปลายที่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ เทวดา ภูติผีแบบจริงจัง จนถึงขั้นที่เรียกว่าหมกมุ่นเลยทีเดียว… อะไรทำให้ท่านเปลี่ยนแนวคิดได้ขนาดนั้นนะ… นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจเหมือนกันนะครับ

เอาล่ะ ผมชักจะนอกเรื่อง ไม่ใช่นอกกรอบซะแล้ว กลับมาที่หนังนะครับ เอาเป็นว่ามันเจ๋งมาก สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม วางปมได้แน่น และคลายปมได้พอดีพอเหมาะ ผมก็ชอบมากครับ ถึงขนาดไล่ล่าหามาเก็บเลยล่ะ ซึ่งก็ขอชม Roy William Neill ผู้กำกับภาคนี้ ที่กำกับหนังโฮล์มส์ชุดนี้หลายตอนที่สุด (แกทำไป 11 ตอนน่ะครับ) เรียกว่าฝีมือเข้าฝักสุดๆ ในตอนนี้ล่ะครับ

ตอนนี้ผมก็ชักจะแอบหวังโฮล์มส์ เวอร์ชั่นใหม่เหมือนกันนะครับ เพราะดูจากแนวเรื่องแล้ว เหมือนโฮล์มส์ภาคนี้จะออกโรงไขปมแนวเหนือธรรมชาตินิดๆ น่าจะได้กลิ่นอายเรื่องสไตล์แบบนี้นะ…

สรุปว่าเด็ด ห้ามพลาด

สามดาวสถานเดียวครับ

Star31

(8/10)

Advertisements