รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Hound of the Baskervilles (1939) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ผจญคำสาปหมาผลาญตระกูล

4d58d0e409638004a8e96d0b74336719

แล้วก็ได้เวลาเชอร์ล็อค โฮล์มส์ตอนที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเยี่ยมที่สุดครับ ทั้งในฉบับนิยาย คอหนังสือก็พร้อมใจกันยกนิ้วให้กับตอนนี้ว่าสนุกสนาน ตื่นเต้น ครบรสที่สุดในบรรดาการผจญภัยของโฮล์มส์ (และตัวกระผมเองก็ชอบตอนนี้สุดๆ ด้วยเช่นกัน)

ครั้นพอเอามาทำเป็นหนัง ฉบับที่ผมกำลังจะรีวิวให้ได้อ่านนี้ ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นโฮล์มส์เวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเวอร์ชั่นหนึ่งด้วยเช่นกัน

บอกได้ตรงนี้เลยครับว่า ถ้าคุณเป็นแฟนโฮล์มส์ หรือชอบหนังสืบสวนที่เข้มข้นเข้าขั้นแล้วล่ะก็ อย่าพลาดหนังเรื่องนี้เป็นอันขาดครับ

และอย่าดูถูกว่า มันเก่าขนาดนี้น่าจะเชย น่าจะอืดๆ เอื่อยๆ นะครับ ก็บอกได้อีกเช่นกันว่าไม่เลยครับ มันไม่อืด ไม่เอื่อย มีการเดินเรื่องที่ชวนติดตามได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ ขนาดผมอ่านนิยายมาหลายรอบแล้ว ยังรู้สึกเลยว่าการวางจังหวะ เล่าเรื่องมันทำได้ถึงเครื่องมาก

ก่อนลงที่เนื้อเรื่อง ก็มาเล่าที่มาที่ไปของหนังชุดนี้ก่อนนะครับ หลังจากโฮล์มส์ฉบับที่แสดงโดย Arthur Wontner ซึ่งเป็นผลงานสร้างโดยบริษัทจากฝั่งอังกฤษได้จบลง ทางฟากฮอลลีวู้ดก็เดินเครื่องทำโฮล์มส์เวอร์ชั่นมะกันขึ้นมาบ้างครับ โดยผู้สร้างก็คือค่ายจิ้งจอก 20th Century Fox ครับ

ส่วนคนมาสวมบทเป็นโฮล์มส์เวอร์ชั่นนี้ก็คือ Basil Rathbone ยอดนักแสดงมากความสามารถแห่งยุค และด้วยฝีไม้ลายมือในการสวมบทยอดนักสืบชื่อก้องคนนี้ได้อย่างโดดเด่น มีเอกลักษณ์ ทำให้นักดูหนังส่วนใหญ่ ถ้าจะนึกถึงคนแสดงเป็นโฮล์มส์ล่ะก็ มักจะนึกถึงเขาขึ้นมาเป็นคนแรกครับ (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ หลังจากดูหนังโฮล์มส์ที่พี่ท่านแสดงไปแค่สองตอนก็ติดตาขอสมัครเป็นแฟนโฮล์มส์สไตล์ Rathbone ทันที)

โฮล์มส์ในแบบฉบับของ Rathbone นั้นเด็ดอย่างไรน่ะเหรอครับ… อืมม์ มันก็เด็ดสุดๆ ตรงที่โฮล์มส์คนนี้มีทั้งความฉลาดและเสน่ห์ เป็นการผสมผสานระหว่างบุคลิกอันชาญฉลาด มีไหวพริบ ช่างสังเกต เวลาพูดจาแต่ละทีก็ดึงความสนใจคนดูได้ตลอดล่ะครับ คอนิยายน่าจะนึกอารมณ์ตอนฟังโฮล์มส์แกพล่ามเพื่อจุดประเด็นหรือไขคดีได้ ตอนนั้นมันจะชวนให้คิดตามตลอดว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร มาอย่างไร และจะไปทางไหน ฟังแล้วรู้สึกเลยว่าพี่ท่านน่ะรู้จริง เก่งจริง นั่นล่ะครับ อารมณ์ตอนดูโฮล์มส์เวอร์ชั่น Rathbone ก็ได้ประมาณนั้นเลย

เขาไม่ได้แค่แสดงเป็นโฮล์มส์ครับ แต่ยังถอดวิญญาณโฮล์มส์ฉบับนิยายใส่ลงมาโลดแล่น มีชีวิตจริงๆ ในหนังด้วย

นอกจากความฉลาด จ้อแล้วได้เนื้อแล้ว ยังพ่วงอารมณ์ขันแบบน่ารักๆ แทรกลงไปตลอดครับ เรียกว่าเล่นคนเดียวก็ครองหนังได้ทั้งเรื่องไปเลย

ส่วนคนมาแสดงเป็นดร.จอห์น วัตสันคู่กับ Rathbone ก็คือ Nigel Bruce ครับ ขานี้ก็เล่นเป็นหมอวัตสันได้น่ารัก อาจจะดูเป็นลูกไล่ของโฮล์มส์นิดๆ เป็นพระรองหน่อยๆ แต่ก็ดูเป็นลูกคู่ที่เสริมความเด่นให้ตัวเอกได้เป็นอย่างดีครับ ผมล่ะชอบตอนพี่ท่านต่อวาหรืองอนโฮล์มส์จริงๆ ดูฮากำลังเหมาะเลยล่ะครับ

เอาล่ะ รู้จักนักแสดงกันไปพอประมาณแล้วนะครับ มารู้จักเนื้อเรื่องกันบ้าง กับตอนแรกของหนังโฮล์มส์ฉบับ Rathbone ที่ได้จับเอานิยายเรื่องยาวลำดับที่ 3 ของโฮล์มส์มาถ่ายทอด The Hound of the Baskervilles หรือชื่อไทยว่า “หมาผลาญตระกูล” ที่ผมได้บอกสรรพคุณไปแล้วน่ะครับว่าได้รับการยกย่องขนาดไหน และหนังเรื่องนี้ก็ได้รับคำชมว่าดัดแปลงเป็นหนังได้อย่างอร่อยเหาะสุดๆ ด้วย

เรื่องราวก็เริ่มเมื่อ เซอร์ชาร์ลส บาสเกอร์วิลล์ ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน โดยที่ทุกคนในครอบครัวและแถบเดวอนไชร์นั้น เชื่อกันว่าเขาเสียชีวิตด้วยฤทธิ์แห่งคำสาป ที่มีคนสาปแช่งตระกูลบาสเกอร์วิลล์มาตั้งแต่ 100 ปีก่อน ซึ่งตามตำนานก็กล่าวกันว่า ทายาทตระกูลบาสเกอร์วิลล์ที่กล้าย่างกรายเข้ามาในคฤหาสน์บาสเกอร์วิลล์ จะต้องถูกหมาสีดำตัวมหึมาตามล่า และฆ่าอย่างอำมหิตที่สุด

และประจวบเหมาะว่า พื้นดินแถบที่มีการพบศพเซอร์ชาร์ลส ก็มีรอยเท้าสุนัขปรากฏอยู่จริงๆ ด้วย…

หรือมันจะเป็นคำสาปจริงๆ กันแน่…

หลังเกิดเรื่อง ในขณะที่ใครๆ พากันตื่นเต้น คุณหมอประจำตระกูลอย่าง ดร. เจมส์ มอร์ติเมอร์ (Lionel Atwill) ก็ตัดสินใจเดินทางไปขอคำปรึกษาจากยอดนักสืบแห่งกรุงลอนดอน เชอร์ล็อค โฮล์มส์ (Rahhbone) ให้ช่วยไขปริศนาของคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากอีกไม่กี่วัน เซอร์เฮนรี่ บาสเกอร์วิลล์ (Richard Greene) ทายาทที่ยังเหลืออยู่ของตระกูลกำลังจะกลับมารับมรดกที่คฤหาสน์แล้ว หากมันคำสาปจริงก็จะได้หาทางยับยั้งได้ทัน

ก็มาติดตามกันต่อนะครับ ว่าโฮล์มส์และหมอวัตสัน จะต้องเจอกับอะไรบ้างที่คฤหาสน์บาสเกอร์วิลล์… มันมีคำสาปจริงๆ หรือมีสิ่งอื่นแอบแฝงกันแน่

maxresdef741741ault

อย่างที่บอกไปข้างต้นครับ ตัวหนังน่ะทำออกมาได้ลงตัวอย่างยิ่ง แม้จะเก่าแก่แต่พอเอามาดูสมัยนี้ก็ยังสนุกออกรสไม่เสื่อมคลาย ซึ่งก็ต้องไล่ชมตั้งแต่ดารานำอย่าง Rathbone ที่เล่นได้ยอดเยี่ยมมากๆ เรียกว่าถ้าถอดการแสดงของเขาออก หนังคงลดความสนุกลงไปโขอยู่

ส่วนที่เยี่ยมต่อมาคือบรรยากาศในเรื่องครับ อันนี้ในฐานะคนชอบนิยายเรื่องนี้ ขอบอกว่าส่วนที่ผมชอบมากอย่างหนึ่งก็คือ บรรยากาศครับ Sir Arthur Conan Doyle ท่านสามารถเขียนเล่าสภาพบ้านเมืองได้แบบเห็นภาพ ตั้งแต่กรุงลอนดอนที่มีกลิ่นอายแห่งสายหมอก ไปจนถึงเขตชนบทที่อุดมด้วยทุ่งกว้าง และมีสายหมอกคลุมอยู่ทั่วเขตดาร์ทมัวร์ อ่านยังไง ตอนดูหนังก็ได้ยังงั้นเลยครับ ได้อารมณ์นัวร์ ลึกลับครบถ้วนจริงๆ

ด้านการเดินเรื่องก็เจ๋งครับ น่าติดตาม มีการทิ้งปมต่อปริศนากันตลอด ยิ่งตอนท้ายๆ ก็ยิ่งลุ้นขึ้นเรื่อยๆ ว่าโฮล์มส์จะไขคดีได้หรือไม่ จะช่วยชีวิตคนได้ทันเวลาหรือเปล่า แหม อารมณ์ลุ้นน่ะไม่แพ้หนังสมัยใหม่เลยครับ จะต่างก็แค่ไม่มี Effect มาช่วยเท่านั้นเอง

และที่ผมชอบสุดๆ ต้องยกให้อารมณ์ขันครับ มีมุขฮาๆ แทรกอยู่มากกว่าที่คิด เอ้อ อันนี้จริงนะครับ ฮาแบบไม่เลอะ เป็นความฮาด้วยอารมณ์ขันของโฮล์มส์น่ะครับ พอดีพอเหมาะ ใช้ได้จริงๆ ครบรสสุดๆ เลยล่ะครับ

เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นคอหนังสืบสวนล่ะก็ แนะนำเรื่องนี้เลยครับ Highly Recommended และการที่มันเป็นหนังขาวดำ ก็ทำให้มีเสน่ห์ไปอีกแบบนะครับ เข้ากับบรรยากาศความหม่นมืดกับสายหมอกกำลังดีเลยทีเดียว ลองลิ้มรสดูสิครับถ้ามีโอกาส (ย่องไปดูที่ Youtube มาแล้ว เสียดายจังที่ดันโดนลบออกไปหมดเลย เฮ่อ ถ้าจะหาแผ่นก็คงต้องวิ่งแถวๆ สีลมดูล่ะครับ หรือไม่ก็หาตามเว็บดูครับ)

ครับ ด้วยความเด็ดของหนังก็ทำให้ดังแบบสุดๆ จนส่งผลให้มีตอนต่อออกมาอีก 13 ตอน ใช่ครับ 13 ตอน ดูกันจนจมูกยาวเหมือนโฮล์มส์ไปเลย ฮ่าๆๆๆ ซึ่งผมก็จะเอามาเล่าตามระเบียบครับ แต่อาจไม่ครบนะฮะ อันนี้บอกไว้ก่อน เพราะผมยังหาดู 2 ตอนสุดท้ายไม่ได้น่ะครับ ยังไงก็จะพยายามนะครับ

ยอมรับนะครับ ว่าเนื้อหาในตอนนี้เยี่ยมมาก มีการวางเรื่องที่ดี และยังมีสาระดีๆ ชี้ชวนให้คนดูลองนำไปคิดใคร่ครวญ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ ซึ่งตีความได้หลายมุมครับ ในมุมหนึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามีพลังใจได้ ช่วยให้เรามีความเชื่อมั่นได้ แต่ในบางมุมก็ยังมีคนคอยเอาสิ่งเหล่านี้มาทำสิ่งเลวร้าย มาหลอกคน มาหาผลประโยชน์ใส่ตน ทำให้ความเชื่อเป็นดาบสองคมที่เราต้องพินิจมันให้ดี

ในขณะที่โฮล์มส์นั้น ผมยกให้เป็นจอมคิดนอกกรอบตัวพ่อน่ะครับ การสืบสวนของเขานั้น เขาจะมองหลายมุม มองไปยังจุดที่บางคนลืมที่จะมอง ซึ่งการมองแบบนี้แหละครับที่เรียกว่าให้ประโยชน์ต่อโลก

โฮล์มส์ว่าเก่ง แต่คนที่เก่งกว่าคงต้องยกให้ท่าน Sir Arthur Conan Doyle ครับ คิดตัวละครเด็ดขนาดนี้ คิดเรื่องเจ๋งขนาดนี้มาได้ สุดยอดมาก

สรุปว่าหนังเก่าเรื่องนี้ เก๋าจริง เป็นโฮล์มส์ที่ผมยกให้เป็นตอนสุดยอดตลอดกาล ทั้งฉบับนิยายและหนัง… ได้แต่รอดูว่าฉบับใหม่จะออกมาเด็ดขนาดไหน (คาดว่าน่าจะเด็ดครับ แต่อาจจะคนละแบบ)

สามดาวกำลังสวยครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements