รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Adventures of Sherlock Holmes (1939) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ผจญภัย ตอน พิชิตแผนร้ายของมอริอาตี้

MV5BMTAwMTY0MTY3MTdeQTJeQWpwZ15BbWU4MDM4NDA4MjEx._V1_

ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างสวยงามครับ จนมีการทำตอนต่อออกมา ซึ่งเนื้อหาและความเยี่ยมก็ถือว่าเด็ดไม่แพ้ภาคที่แล้วเหมือนกัน แล้วก็ยังได้ Basil Rathbone และ Nigel Bruce กลับมาแท็กทีมเล่นเป็นโฮล์มส์และหมอวัตสันเหมือนเดิมอีกด้วย

สำหรับพล็อตนั้นไม่ได้นำมาจากนิยายหรือเรื่องสั้นใดๆ ครับ แต่เป็นการเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยเอาโครงเรื่องว่าด้วยการเผชิญหน้าระหว่างเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ยอดนักสืบกับวายร้ายคู่อาฆาต ศาสตราจารย์มอริอาตี้ โครงที่ว่านี้ก็มาจากบทละครเวทีของ William Gillette แต่สำหรับด้านเนื้อหานั้น Edwin Blum และ William Drake นำมาแต่งเติมต่อใหม่ทั้งหมดครับ

เขาว่าหนังดีกันน่ะนะครับ แต่ผมก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อยในทีแรก เผื่อใจไว้พอสมควร แต่พอดูฉากเปิดเรื่องเท่านั้นล่ะครับ ดีกรีความน่าดูก็พุ่งจนติดเพดาน จนไม่อยากลุกไปไหนเลยล่ะครับ

หนังเปิดเรื่องมาในศาลครับ เป็นการตัดสินคดีของศาสตราจารย์มอริอาตี้ ที่ได้ก่ออาชญากรรมไว้ แต่ปัญหาคือไม่มีหลักฐานเอาผิดเขาได้เลย หยานก็ไม่มี แม้ทุกคนในศาลจะรู้อยู่แก่ใจว่ามอริอาตี้เป็นคนทำแน่ แต่พอไม่มีหลักฐาน ไม่มีสิ่งยืนยัน ทั้งลูกขุนและศาลก็ได้แต่กัดฟันยอดปล่อยมอริอาตี้ไป

แล้วในขณะที่คดีกำลังจะยุตินั้นเอง เชอร์ล็อค โฮล์มส์ก็ก้าวเข้ามาอย่างเท่ห์เลยครับ พร้อมตะโกนบอกศาลว่าให้รอก่อน โปรดให้เวลาเขา แล้วเขาจะไขปริศนาให้ฟังว่ามอริอาตี้ก่ออาชญากรรมที่ไร้หลักฐานนี้ได้อย่างไร

แต่กระนั้น ศาลก็ยังจำใจต้องปล่อยตัวมอริอาตี้ครับ เพราะในทางกระบวนการยุติธรรม ถือว่าคดีสิ้นสุดลงแล้ว

แต่สำหรับโฮล์มส์ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นครับ เพราะเขาหมายมั่นที่จะเล่นงานมอริอาตี้ให้อยู่หมัดให้ได้ ส่วนมอริอาตี้เองก็ไม่กลัวครับ ซ้ำยังกล้าขึ้นรถม้าคันเดียวกับโฮล์มส์เพื่ออวดศักดาว่า “คุณทำอะไรผมไม่ได้ และไม่มีทางทำอะไรผมได้หรอกคุณโฮล์มส์ แต่ผมกล้าบอกคุณเลยว่า ผมกำลังจะดำเนินแผนอาชญากรรม แผนที่จะเป็นที่กล่าวขานไปเป็นศตวรรษ โดยที่คุณไม่สามารถหยุดยั้งผมได้!”

แหม เปิดเรื่องแบบเข้มข้นขนาดนี้ จะไม่ให้นั่งดูต่อได้ไงล่ะครับ

จากนั้นหนังก็เริ่มเล่าแบบเล็กๆ น้อยๆ ว่ามอริอาตี้กำลังจะทำอะไร ขณะเดียวกันโฮล์มส์เองก็เจอกับคดีลึกลับเข้าระหว่างการตามสืบเรื่องของมอริอาตี้ คดีนั้นคือคดีขู่ฆ่าครับ มีหญิงสาวชื่อ แอนน์ แบรนดอน (Ida Lupino) มาขอความช่วยเหลือจากโฮล์มส์ เพราะเธอได้รับโน้ตประหลาด เธอเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับพี่ชายของเธอ…

ครั้งนี้โฮล์มส์และหมอวัตสัน จึงต้องร่วมมือกันไขปริศนาแห่งโน้ตลึกลับ ช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ให้ทัน และยังต้องตามสืบด้วยว่าแผนร้ายแห่งศตวรรษของมอริอาตี้คืออะไร

MV5BYWY5Y2I5NjUtMjQ3MC00MmRjLWIzMGQtYzE3ZmI1MzMzMTQxXkEyXkFqcGdeQXVyMDI2NDg0NQ@@._V1_SY1000_CR0,0,1332,1000_AL_

ตัวหนังถือว่าทำได้ถึงฟอร์มครับ ไม่แพ้ตอนแรกเลยล่ะ ช่วงต้นก็ดึงดูดให้ดูต่อ แม้ช่วงกลางจะผ่อนๆ ลงไปสักหน่อย แต่พอปมเริ่มขมวดความสนุกก็เริ่มไหลมาครับ ตัวผมเองด้วยความที่ดูหนังสืบสวนมาเยอะ เลยพอจะเดาทางอะไรได้บ้าง แต่กระนั้นความอร่อยของหนังก็ไม่ได้ลดลงไปเลยครับ เพราะจังหวะการเดินเรื่องเผยปมมันพอเหมาะพอเจาะ ชวนให้ลุ้น ชวนให้ติดตามไปได้เรื่อยๆ อันนี้ก็ต้องชมทั้งคนเขียนบทและผู้กำกับ (Alfred L. Werker) ที่ช่วยกันปรุงหนังเรื่องนี้ได้อย่างเจ๋งสุดๆ

เรื่องฝีมือดาราก็หายห่วงล่ะครับ Rathbone คือโฮล์มส์แท้ๆ อย่างไร้ข้อกังขา ยังมีสมองพ่วงด้วยอารมณ์ขันตามเคย เช่นเดียวกับ Bruce ที่ยังคงเป็นหมอวัตสันผู้น่ารัก ส่วนเจ้าของบทมอริอาตี้ก็ได้แก่ George Zucco ยอมรับครับว่าในตอนแรก ผมว่าเขาดูเป็นคนดีมากกว่าจะเป็นคนร้ายใจโหดอย่างมอริอาตี้ได้ แต่พอดูๆ ไปก็ทึ่งล่ะครับ เพราะรายนี้ก็สวมวิญญาณมอริอาตี้ได้จริงๆ เช่นกัน

ก็ได้ตอนแรกที่ดูยังไง ผู้ชายคนนี้ก็ดูเป็นคนดีมากกว่าคนร้ายน่ะ ก็เพราะตามบทมอริอาตี้ต้องแสร้งทำเป็นผู้บริสุทธิ์ตอนอยู่ต่อหน้าศาลไงครับ ซึ่ง Zucco แกก็แสดงออก ทั้งสีหน้าและแววตาดูเป็นคนดีได้จริงๆ แต่พอออกจากศาลกลับมาบ้านเท่านั้นล่ะ แกเป็นอีกคนไปเลยครับ กลายเป็นจอมวางแผน นโปเลียนแห่งอาชญากรรม ศจ. มอริอาตี้แบบเต็มร้อย… ขอบูชาเลยครับผม เล่นกันเก่งจริงๆให้ตายเถอะ

Ida Lupino ตัวเอกฝ่ายหญิงประจำตอนก็แสดงได้ดีเช่นกันครับ เพียงแต่ความเด่นอาจสู้เหล่าผู้ชายไม่ได้

เอาล่ะ ไม่ร่ายยาวไปกว่านี้ล่ะนะครับ นอกจากยืนยันว่าหนังทำได้สนุก ออกรสออกชาติ เข้มข้น และไม่ตกยุคครับ แม้หนังจะเก่าแต่ก็ได้ทำได้ดี ร่วมสมัยไม่แพ้หนังใหม่ๆ ส่วนแผนการของมอริอาตี้นั้น ก็นับว่ายิ่งใหญ่พอดูสำหรับสมัยนั้นนะครับ แน่นอนว่ามันไม่ใช่แผนวางระเบิดหรือใช้อาวุธพิฆาตครองโลกแบบหนังแอ็กชันสมัยปัจจุบันหรอก แต่แผนที่ว่า ถ้าเกิดจริงๆ ผมก็มั่นใจครับว่ามันต้องสะเทือนระดับตำนานบนเกาะอังกฤษแน่นอน

แต่จุดที่ผมชอบสุดๆ ต้องยกให้ฉากที่แอนน์ แบรนดอนไปงานเลี้ยง แล้วก็เจอกับนักร้องเพลงประจำงานน่ะครับ อันนี้ต้องดูเอง แล้วคุณจะทึ่งในความสามารถของคนที่แสดงเป็นนักร้องประจำงานที่ว่านี่

อ้อ แล้วก็เกร็ดเล็กๆ นะครับ ว่าประโยคติดปากของโฮล์มส์อย่าง “Elementary, my dear Watson.” ก็ได้รับการโหวตให้ติดอันดับที่ 65 ของ 100 ประโยคเด็ดในหนังตลอดกาลด้วยครับ ของเขาแรงทีเดียวล่ะ

สามดาวอีกสักทีจะเป็นไรไปเน้อะ

Star31

(8/10)

Advertisements