รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Sherlock Holmes in Washington (1943) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ บุกวอชิงตัน

MV5BODA3NzcyNDA2MV5BMl5BanBnXkFtZTgwNjM5Njc0MjE@._V1_UX182_CR0,0,182,268_AL_

ขออนุญาตชื่นชมบูชาคนทำหนังสมัยก่อนเลยครับ (โดยเฉพาะคนทำหนังชุดนี้) ที่เก่งจริง แน่จริง

เพราะตามปกติหนังที่มากภาคต่อ มันมักจะมีการถดถอยทางคุณภาพไปตามจำนวนการสร้างน่ะครับ ถ้าทำมากตอน ไอ้ตอนหลังๆ ก็จะจืดลงๆ แต่สำหรับหนังชุดนี้ ยิ่งทำยิ่งอร่อย ยิ่งเข้าฝัก หรือถ้าจะมีการปรับแนว เปลี่ยนสไตล์เพื่อสร้างสรรค์ พวกเขาก็สามารถทำได้แบบกลมกล่อม พอดีพอเหมาะ

จนบอกได้เลยว่านี่เป็นโฮล์มส์สไตล์ต้านสงครามกึ่งสายลับที่ผมชอบที่สุดในบรรดา 3 ตอนที่ผ่านมา

ตอนเปิดเรื่อง ลีลาอาจจะออกแนวสายลับแบบเต็มตัว ดูเข้มๆ ซะหน่อยนะครับ แต่พอผ่านช่วงต้นเรื่องมา และมีหน้ามิสเตอร์โฮล์มส์แกขึ้นจอเมื่อไร โทนหนังมันปรับแนวให้พอดีได้แบบน่าปรบมือ มีครบทั้งการตามสืบสวน ความสนุก และอารมณ์ขันที่ภาคนี้ออกจะมากเป็นพิเศษซะด้วย

ภารกิจการสืบในภาคนี้ของโฮล์มส์ (Basil Rathbone) คือไขปริศนาการตายของสายลับอังกฤษครับ เขามีหน้าที่ทำเอาไมโครฟิล์มข้อมูลสำคัญส่งไปให้กับทางอเมริกา แต่เขากลับเสียชีวิตอย่างปริศนากลางรถไฟขบวนหนึ่ง

ทางการเลยขอให้โฮล์มส์กับดร.วัตสัน (Nigel Bruce) ช่วยสางคดี หาร่องรอยไมโครฟิล์มนั่น พร้อมส่งมันไปให้ถึงมือทางการอเมริกา อีกทั้งยังต้องรับหน้าที่หาตัวฆาตกรที่สังหารสายลับอังกฤษ ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนทำจะไม่ใช่แค่โจรกระจอกทั่วๆ ไปแน่นอน

ภาคนี้ถือว่าสนุกได้โล่ห์เลยครับ อาจเพราะแม้สไตล์มันจะยังมีกลิ่นอายหนังต้านสงครามแบบคราวก่อนๆ แต่ดีกรีความเคร่งเครียดลดลงครับ มันจะมาแนวเบาๆ มากขึ้น โฮล์มส์ก็อุดมอารมณ์ขันถึงขั้นปล่อยมุขเลยล่ะครับ โดยเฉพาะช่วงท้ายเมื่อเขาต้องเข้าไปสืบร่องรอยคนร้ายในร้านขายของเก่า ตามปกติถ้าเป็นหนังทั่วไป ก็อาจมีการใช้กำลังใช้ปืนใช่ไหมครับ ฮ่าๆๆ แต่ไม่ใช่กับโฮล์มส์ครับ พี่ท่านใช้วิธีปลอมตัวเป็นคนคลั่งของเก่า ของโบราณ แล้วก็ไปทำตัวป่วนๆ จนเจ้าของร้านมึน

ฉากที่ว่านี่เป็นไฮไลท์เลยครับ ผมล่ะนั่งขำยาวเลย โดยเฉพาะลีลาน้ำเสียงของพี่ท่านที่… ถ้าใช้ภาษาสุภาพก็คือ ดัดจริตครับ ฮ่าๆๆ ฟังดูเหลือเชื่อใช่ไหมครับว่าโฮล์มส์จะเป็นไปขนาดนั้น แต่เชื่อเถอะครับ มันเป็นไปแล้วน่ะ

และที่น่านับถือคือ ฮาขนาดไหนก็ไม่เลอะเทอะครับ ภาพตรงหน้ายังไงก็คือโฮล์มส์ผู้ฉลาดลุ่มลึกจริงๆ เพราะแต่ละการกระทำ ไม่ว่าจะแบบธรรมดาหรือออกแนวดัดจริต ล้วนเป็นการกระทำที่ผ่านการกลั่นกรองจากสมองมาแล้วว่า “ควรทำ” เพื่อให้การสืบคดีคืบหน้าที่สุด

ยกนิ้วให้ Rathbone เลยครับ เด็ดมากๆ

Sherlock-Washington

นี่จึงเป็นโฮล์มส์ภาคที่ผมโปรดอีกภาคหนึ่งครับ การสืบคดีตามหาไมโครฟิล์มก็ไม่เลวครับ แต่ที่ชอบสุดขีดก็คืออารมณ์ขันเบาๆ ที่ไม่ทำให้หนังเสียกระบวนนี่แหละครับ ตามด้วยบทสนทนาแฝงสาระในเรื่องประชาธิปไตยในมุมมองของโฮล์มส์กับวัตสันด้วย

ชอบในความกลมกล่อม อร่อยพอดี แต่สาระเนื้อหาอาจไม่ได้อุดมเท่าไรนัก ซับซ้อนก็ไม่เยอะ แต่มันลงตัวในแบบเบาๆ นี่แหละครับ

ผมว่าดีนะ เพราะผมดูโฮล์มส์ชุดนี้แบบยาวทีเดียวหลายๆ ตอน การได้ดูตอนเบาๆ แบบนี้สลับฉาก มันก็ได้รสชาติไปอีกแบบ เป็นโฮล์มส์ที่สนุกไม่ซ้ำตอนอื่นๆ ไม่น่าเบื่อและมีการพัฒนาทิศทางการสร้างหนังชุดนี้ดีอยู่เหมือนกัน

อย่าแปลกใจนะครับ ที่ชอบแต่ไม่ร่ายมาก เพราะมันชอบในความเบา ดูแล้วยิ้มออก สนุกและสุขใจ เหมือนดูโฮล์มส์สไตล์กึ่งพักร้อนที่ต่างประเทศ… แค่นี้ก็ลงตัวแบบพอดีคำแล้วล่ะ

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)

 

Advertisements