Adventure

Sherlock Holmes and the Secret Weapon (1943) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ พิชิตอาวุธมหาประลัย

maxresde242fault

แล้วก็มาถึงการผจญภัยสืบสวนลำดับที่ 4 ของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ฉบับ Basil Rathbone แล้วนะครับ โดยแนวทางของเรื่องราวก็ยังเป็นสไตล์ต่อต้านสงคราม ชวนให้รักชาติอยู่เช่นเคย และความสนุกก็ยังนับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับเมื่อตอนก่อนด้วย

ตอนเปิดเรื่องมาโฮล์มส์ของเรา (Rathbone) ก็แสดงความสามารถสไตล์สายลับซะด้วยล่ะครับ เพราะภารกิจของโฮล์มส์คือการไปพาตัว ดร.ฟรานซ์ โทเบล (William Post Jr.) นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์อาวุธที่โดนพวกเยอรมันจับตาคุมตัวอยู่ ให้หลบหนีลี้ภัยมายังประเทศอังกฤษโดยปลอดภัย เพราะอังกฤษก็ต้องการตัวเขาให้มาช่วยทำอาวุธน่ะครับ

ดังนั้นช่วงแรกๆ โฮล์มส์จะมาแนวเจมส์ บอนด์เลยครับ มีการปลอมแปลงตัว หลอกล่อพวกฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะซ้อนแผนพา ดร. โทเบลออกมา เรียกว่ากลิ่นอายหนังจารบุรุษเนี่ยเต็มตัวกันไปเลยครับ แล้วก็ทำออกมาได้สนุกไม่น้อยด้วย

และแน่นอนครับว่าโฮล์มส์ทำได้ พาตัว ดร.โทเบลมายังอังกฤษสำเร็จ แต่ก็เกิดเหตุอีกจนได้ เมื่อมีคนร้ายจ้องจะจับตัวดร. โทเบลไป… และคนผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครครับ นอกจากคู่อาฆาตเจ้าเก่า ศจ. เจมส์ มอริอาตี้ (Lionel Atwill) ที่มีแผนร้ายในการใช้ความรู้จากสมองของดร. โทเบล ในทางร้าย ตามด้วยแผนล้างแค้นยอดนักสืบแห่งอังกฤษอย่างโฮล์มส์ โดยครั้งนี้มอริอาตี้กะจะเล่นถึงตายเลยทีเดียวล่ะครับ

อย่างที่บอกครับ หนังภาคนี้ความสนุกพอๆ กับตอนก่อน เพราะแนวทางจะคล้ายกันครับ พ่อเชอร์ล็อค โฮล์มส์ของเรามาในสไตล์นักสืบผสมสายลับ โดยมี ดร.วัตสัน (Nigel Bruce เจ้าเก่า) คอยให้ความช่วยเหลือ จนพอจะบอกได้ว่าถ้าชอบสไตล์เชอร์ล็อค โฮล์มส์แบบต้านสงครามผสมสายลับ ก็น่าจะสนุกกับเรื่องนี้น่ะครับ แต่ถ้าชอบสไตล์สืบสวนแบบดั้งเดิมก็อาจจะต้องปรับสักหน่อย ทำใจรับสไตล์นี้ให้ได้ ก็จะพบว่ามันสนุกไปอีกแบบครับ

ด้านนักแสดงก็ไหลลื่น ไม่มีปัญหาทั้งโฮล์มส์และหมอวัตสัน โดยเฉพาะ Rathbone ครับ ที่แสดงได้เด็ดเกินร้อย โดยเฉพาะตอนที่โฮล์มส์ปลอมตัวเนี่ย ฮามาก เนียนมากไม่ว่าพี่ท่านจะปลอมตัวเป็นอะไรก็เถอะ ซึ่งผมชอบน่ะครับ มันขำนะ แต่ก็ไม่ได้เลอะเทอะจนเสียภาพลักษณ์โฮล์มส์ ตรงกันข้ามครับ มันทำให้โฮล์มส์คนนี้มีบุคลิกเด่นหลากหลายมากขึ้นจริงๆ

พอชมโฮล์มส์ ไม่ชมหมอวัตสันที่ Bruce แสดงก็กระไร เพราะพวกเขาเข้าคู่กันได้ดีครับ ช่วงแรกๆ หมอวัตสันก็มีฮาอยู่เหมือนกัน ประมาณว่ายิ่งอยู่กับโฮล์มส์ไป เจ้าเพื่อนคนนี้จะทำอะไรก็รับได้หมด กลายเป็นความน่ารักระหว่างเพื่อนไปเลยล่ะครับ

ส่วน Atwill ที่เคยแสดงใน The Hound of the Baskervilles ในบทคุณหมอประจำตระกูล ก็จัดแจงโกนหนวดเสียใหม่มารับบทมอริอาตี้ ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่เลวครับ ดูเหี้ยมแบบผู้ดีใช้ได้ ตอนเผชิญหน้ากับโฮล์มส์ก็มีการสื่อด้วยสายตาได้ดีครับว่าพี่แกอาฆาตโฮล์มส์ขนาดไหน

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ สารวัตรเลสเตรด ในหนังชุดโฮล์มส์เวอร์ชั่นนี้น่ะครับ ซึ่งรับบทโดย Dennis Hoey ที่ผูกขาดบทนี้ไปอีกหลายตอนทีเดียว ซึ่งขานี้แสดงได้ดีเช่นกันครับ สามารถทำให้เลสเตรดเป็นสารวัตรจอมโวนิดๆ ได้กำลังดีทีเดียว

และอีกหนึ่งนักแสดงประจำหนังชุดนี้ที่กระผมดันลืมพูดถึงไปเมื่อสามตอนก่อนก็คือ มิสมาร์ธา ฮัดสัน เจ้าของบ้านเช่าเลขที่ 221B ถนนเบเกอร์ สตรีทที่โฮล์มส์และหมอวัตสันเช่าอยู่ด้วยกัน แสดงโดย Mary Gordon นักแสดงหญิงอีกคนที่มักจะรับบทแม่ผู้ใจดีหรือไม่ก็แม่บ้านในหนังยุค 30 ก็หายห่วงอีกคนครับ แสดงได้น่ารักสไตล์คนแก่เจ้าระเบียบนิดๆ

สรุปว่าโฮล์มส์ภาคนี้ออกรสสนุกตามสไตล์กึ่งสายลับ กึ่งต้านสงครามครับ การสืบตามปมอาจไม่มีอะไรนัก มันจะมาโอเคตอนโฮล์มส์ขับเคี่ยวกับมอริอาตี้นี่แหละ

ดูได้ไม่ผิดหวัง

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements