รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The American President (1995) ผิดหรือที่จะมีรักอีกสักครั้ง

1486074062_The-American-President-1995-Blu-Ray-Cover-Label_1

หนังรักในความทรงจำอีกเรื่องที่ผมยังคงชื่นชอบมาจนถึงทุกวันนี้

พล็อตก็ไม่ซับซ้อนครับ พระเอกคือประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานามว่า แอนดรูว์ เชพเพิร์ด (Michael Douglas) ที่ดำรงตำแหน่งดูแลประเทศด้วยสถานะพ่อม่ายลูกติด ไร้สุภาพสตรีหมายเลข 1 เคียงข้าง แต่แล้ววันหนึ่งบุพเพสันนิวาสก็ชักนำ ซิดนี่ย์ อัลเลน เวด (Annette Bening) สาวนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาในชีวิตของเขา ด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวของเธอ (อีกทั้งความโก๊ะในหลายวาระ) ทำให้เขาสนใจเธอ และเมื่อลองพบปะทำความรู้จักกันมากๆ เข้า ความรักก็ก่อตัวขึ้น

แต่ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่ ณ ช่วงเวลานั้นท่านปธน. กำลังจะหมดสมัยแรก และต้องเลือกตั้งใหม่อีกรอบในไม่ช้า ดังนั้นคนรอบตัวท่านเลยพากันเตือนและคัดค้าน เพราะหากพ่อม่ายอย่างท่านคิดมีแฟนใหม่ก็อาจทำให้คะแนนนิยมและคะแนนสงสารที่เคยมี (เนื่องจากเขาเสียภรรยาไป) สูญหายไปจนถึงขั้นสอบตกอดได้เป็นปธน. อีกสมัยก็ได้

แล้วเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ แอนดรูว์จะเลือกอะไร ระหว่างตำแหน่งอันสูงเกียรติแห่งสหรัฐ หรือผู้หญิงแสนดี แสนตรงไปตรงมาชนิดที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้ง่ายๆ

เรื่องออกแนวน้ำเน่าหน่อยๆ นะครับ แต่หนังน่ะดูสนุกเพลินมากๆ อันเนื่องจากพลังดาราที่แข็งปึ้ก Douglas ไปได้ดีมากครับกับบทท่าน ปธน. ตอนจริงจังก็ดูเป็นผู้นำ ครั้นพอถึงยามโรแมนติกเขาก็ดูน่ารักขึ้นมา ยิ่งตอนฮาเนี่ยพี่ท่านก็เนียนได้เรื่อยๆ กล่าวกันว่าแรกเริ่มเดิมทีผู้จะมารับบทนี้คือ Robert Redford ครับ แต่พอดีว่าเขามีปัญหาขัดแย้งกับ Rob Reiner ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ บทเลยตกเป็นของ Douglas แทน แต่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะอยู่ครับ

เช่นเดียวกับ Bening ที่ถนัดสุดขีดกับบทหญิงแกร่ง กล้าคิดกล้าพูดและกล้าวิจารณ์ไม่ว่าจะหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่ที่ผมชอบสุดๆ คือ Bening สามารถแทรกความเปิ่นโก๊ะของตัวละครนี้ลงไปได้แบบพอเหมาะมาก โดยเฉพาะตอนเธอเผลอด่าแอนดรูว์โดยไม่รู้ตัวตั้งสองรอบนั่น เล่นได้เนียนและฮามากจริงๆ ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่ผมบอกนั้นทำให้คู่นี้ดูเป็นคู่ที่น่ารักจริงๆ ครับ เหมาะกันจนคนดูอย่างผมอดไม่ได้ที่จะเชียร์ให้พวกเขาสมรสสมรัก ได้เคียงข้างกันไปเรื่อยๆ

ขณะที่ดาราสมทบก็มีระดับทุกครับ ไม่ว่าจะ Martin Sheen และ Michael J. Fox 2 คนนี้มาเป็นทีมงานช่วยท่าน ปธน. หาเสียงและวางแผนกลยุทธ์ (แน่นอนว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจ “รักก่อนเลือกตั้ง” ของท่าน) และ Richard Dreyfuss มารับบทท่านวุฒิฯ บ็อบ รัมซัน ที่ชอบปราศรัยโจมตีท่าน ปธน. อยู่บ่อยครั้ง พอมีเรื่องซิดนี่ย์เข้ามาก็ยิ่งเข้าทางครับ ยิงประเด็นตรวจสอบจนขาเก้าอี้ ปธน. ถึงกับสะเทือน

ในฐานะหนังรักถือว่าทำได้ดีครับ ดูเป็นโรแมนติกแบบผู้ใหญ่นั่นคือไม่ได้มากุ๊กกิ๊กหวานแหววมีเรื่องให้พ่อแง่แม่งอนอะไรแบบนั้น แต่มันคือความรักของคนสองคนที่มีการเติมเต็มระหว่างกัน อย่างแอนดรูว์เองเขาก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้ครับ เขาคือสุภาพบุรุษผู้นำประเทศคนหนึ่งที่ทำงานมานาน อยู่คนเดียวมาหลายปี ทั้งยังมีลูกสาวที่โตวันโตคืนโดยที่เขาก็ตระหนักอยู่ลึกๆ ว่าเขาไม่มีเวลาให้ลูกคนนี้เท่าที่ควร จนไม่แปลกอะไรที่เขาอยากได้เพื่อนคู่คิด อยากได้คนแบ่งปันความรู้สึกและช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า และจังหวะพอดีที่ซิดนี่ย์เข้ามาในชีวิต เขาเลยสนใจผู้หญิงเก่งที่มีมันสมองคนนี้ ที่กล้าพูดตรงๆ ยามเขาอยากฟังความจริง และรู้จักปลอบโยนให้กำลังใจ คอยรับฟังสิ่งที่อัดอั้นในใจยามที่เขาต้องการ ให้เขาได้ระบายและคลายความทุกข์ลงไปบ้าง

ส่วนตัวซิดนี่ย์นั้นก็เป็นหญิงวัยค่อนไปทางกลางคนแล้ว ลึกๆ เธอก็ต้องการผู้ชายดีๆ ที่มีความเป็นผู้นำมาร่วมชีวิต มาสนใจและให้ความสำคัญกับเธอที่ตัวตนและความคิด หาใช่รักเพียงหน้าตาเท่านั้น อีกทั้งผู้ชายแสนดีคนที่ว่าก็ต้องไม่กลัวเกรงความแกร่งและความเด็ดเดี่ยวของเธอ ไม่กลัวความตรงไปตรงมาและกล้าคิดกล้าทำอันเป็นบุคลิกประจำตัว ว่าง่ายๆ คือรับได้ในสิ่งที่เธอเป็นและไม่คิดจะเปลี่ยนเธอให้เป็นผู้หญิงคนอื่นไป

พอดูๆ ไปแล้วก็รู้สึกนะครับว่าแอนดรูว์และซิดนี่ย์เหมาะกันทีเดียว ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มให้กัน มันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องทางกายมาก เพราะมันคือเรื่องของจิตใจ เรื่องของความอิ่มเอมยามที่มีคนมาเสริมเติมในส่วนที่ขาดหายไป ซึ่งถือเป็นความรักที่มีฐานเริ่มต้นมั่นคงพอสมควรเลยครับ เนื่องจากเป็นรักบนความเข้าใจ รักท่ามกลางการผลัดกันให้และรับของคนสองคน

ยอมรับครับว่าบทของ Aaron Sorkin เขียนมาได้เข้าท่า มีประเด็นมากกว่าแค่หนังรักธรรมดา แต่มันคือหนังรักที่ดูแล้วชวนให้เราหันมาพิจารณาตัวเองว่าแล้วรักที่เรามีนั้นมันเป็นเช่นไร มันคือรักที่ทำให้เรารู้สึกเต็ม รู้สึกพอ รู้สึกอิ่มหรือเปล่า หากยังไม่ใช่แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเติมชีวิตแห่งรักให้มันสมบูรณ์สวยงาม เราต้องทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก และเราหมายมั่นจะให้คนรักโอบกอดความรู้สึกเราในแง่ใดบ้าง

ประเด็นชวนคิดต่อมาคือปมทางการเมืองครับ แม้แอนดรูว์และซิดนี่ย์จะรักกันอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่ด้วยจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะทำให้ต้นรักที่ทั้งคู่เริ่มปลูกต้องมาสั่นสะเทือนไป ซึ่งจริงๆ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยครับ แอนดรูว์ก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย (ก็ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกไม่ให้ ปธน. แต่งงานนี่ครับ) หรือตัวซิดนี่ย์ก็ไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีที่มาทำให้แอนดรูว์เสียงาน พวกเขาแค่รักกันเท่านั้น แต่เพราะแอนดรูว์อยู่ในสนามการเมือง ทำให้ความรักอันน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนกลายเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศไป คนที่เห็นด้วยก็มี คนที่ไม่เห็นชอบกับความรักนี้ก็มาก และที่สำคัญคือไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับความรักของพวกเขา คนเหล่านั้นก็จะมีเหตุผลรองรับเสมอ

MV5BYzE1MDFjYmQtMDM4ZS00NzcyLTljODItODYzMDgyYjVmNDkwXkEyXkFqcGdeQXVyNDcxNzU3MTE@._V1_

อย่างคนที่เห็นด้วยก็มองว่าคนจะรักกันทำไมจะทำไม่ได้ ยิ่งท่าน ปธน. ทำงานดีขนาดนั้นแล้ว ทำไมเราจะไม่ยินดียามเขามีความสุข แต่กับคนที่เห็นตรงข้ามก็ตั้งธงว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องหากผู้นำประเทศจะมีภรรยาใหม่ทั้งที่ลูกสาวของภรรยาเก่าก็ยังอยู่ บางคนก็อาจคิดยาวไปว่าผู้นำประเทศควรทำงานเป็นหลัก ไม่ใช่แบ่งเวลาไปปลูกต้นรักแบบนี้

อันไหนถูก อันไหนใช่ ย่อมแล้วแต่ว่าเราจะมองแบบไหน มองจากมุมไหน มองจากฐานะไหน และมองจากพื้นฐานชีวิตแบบไหน…

แต่หนังก็ทำสำเร็จครับที่ชี้นำให้เราอยากเอาใจช่วยให้รักของพวกเขาสมหวัง อันนี้ก็ต้องชื่นชม Rob Reiner ผู้กำกับมือดีที่ทำหนังเจ๋งๆ มามากมายไม่ว่าจะ Stand by Me, A Few Good Men, Misery และ When Harry Met Sally… ผมยอมรับครับว่าพี่แกเร้าอารมณ์คนดูได้แม่นพอตัว ซึ่งกับเรื่องนี้เขาอาจจะไม่ได้เร้าเราจนรู้สึกโดนแบบเป๊ะๆ เหมือนงานชิ้นเด่นๆ ก่อนหน้า แต่ก็ถือว่าดูแล้วยังอิน และรู้สึกชอบพระนางคู่นี้

ผมชอบการแก้ปัญหาของแอนดรูว์ในตอนท้ายนะครับ เขาสมกับเป็นชายที่ซิดนี่ย์หลงรัก อีกทั้งยังสมกับเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งทางออกที่ว่าคือการเปิดเผย พูดตามตรง และแจงเหตุผลให้ชัด เพราะจริงๆ ความรักของเขามันอาจเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของคนไม่กี่คน แต่เมื่อเขาตระหนักว่าเขาคือประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ ซึ่งประชาชนทุกคนคือนายผู้ว่าจ้างเขาเข้าไปดูแลประเทศ ดังนั้นหากเกิดกระแสหรือข้อคำถามเขาก็พร้อมชี้แจง ขณะเดียวกันเขาก็พร้อมจะโต้กลับคนที่ใส่สีตีไข่ ขยาย “เรื่องจริง” ให้กลายเป็น “เรื่องเกินจริง” เพราะแอนดรูว์ก็ถือเป็นหน้าที่ของเขาเหมือนกัน ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องทั้งหมดอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ตีขลุมสรุปเอาเอง หรือมีคนจัดแจงตัดต่อข้อมูลบางส่วนเพื่อพลิกเรื่องดีหรือเรื่องปกติให้กลายเป็นเรื่องร้ายไป และแน่นอนครับว่าเขาต้องออกมาพูดเอง จัดการเอง และยืนยันเอง

เป็นหนังรักอีกเรื่องที่อยากให้ลองดูกันครับ ต้องบอกก่อนว่ามันไม่ใช่รักซึ้งๆ นะครับ เป็นรักแบบผู้ใหญ่อย่างที่ผมบอกไปน่ะครับ พลังดาราถือว่าดี และที่ขาดไม่ได้คือดนตรีถึงอารมณ์ของ Marc Shaiman ที่ท่วงทำนองแต่ละบทนั้นสื่ออารมณ์ “ความรักของผู้นำประเทศ” ได้อย่างสวยงาม

อีกอย่างครับ ชื่อไทยตั้งได้เหมาะมาก เพราะมันคือประเด็นหลักของเรื่องเลย “ผิดหรือที่จะมีรักอีกสักครั้ง” ใช่ครับ มันผิดอย่างนั้นหรือ กับการมีรักอีกครั้งของประธานาธิบดีเนี่ย

ผมเชื่อว่าการดูหนังเรื่องนี้แล้วลองหาคำตอบตามมี่หนังได้ตั้งคำถามไว้ น่าจะทำให้ท่านได้ข้อคิดเกี่ยวกับความรัก อีกทั้งการวางตัวและการใช้ชีวิตได้อีกพอสมควรทีเดียวเชียวครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements