รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Indecent Proposal (1993) ข้อเสนอที่รักนี้มิอาจกั้น

Worst-picture-best-picture-indecent-proposal-schindlers-list-1993

ลองนึกตามเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้นะครับ…

สมมติว่าคุณมีแฟนคนหนึ่ง ที่รักกันหวานหยด ไปไหนไปด้วยกัน แทบไม่อยากจะแยกจากกันแม้แต่นาทีเดียว

แต่คุณกับแฟน ไม่ได้ร่ำรวย… อันที่จริงมีเงินแค่พอใช้ให้รอดไปแต่ละเดือนเท่านั้น คุณสองคนจึงหวังว่าสักวันจะโชคดีมีเงินมีทองก้อนใหญ่หลุดมือเข้ามาบ้าง คิดว่าเงินก้อนใหญ่ๆ จะช่วยเติมฝันที่มีให้เต็ม ช่วยเติมบางส่วนในชีวิตรักที่ยังพร่องอยู่ให้สมบูรณ์ขึ้น

แล้ว จู่ๆ ก็มีมหาเศรษฐีคนหนึ่ง ยื่นข้อเสนอว่าจะให้เงินสด $1 ล้านเหรียญกับคุณ.. โดยแลกกับการนอนกับแฟนคุณหนึ่งคืน

คุณจะยอมไหมครับ?

และถ้าคุณยอม… คิดว่าไม่เป็นไรหรอก แค่คืนเดียว แต่เราได้เงินมาตั้งล้านแน่ะ… สมมติว่าคุณยอม… แล้วคุณจะรู้สึกกับคนรักของคุณแบบเดิมได้อีกหรือไม่?

สำหรับคู่ของเดวิด (Woody Harrelson) และไดอาน่า (Demi Moore) พวกเขาได้มอบคำตอบทั้งสองลงไปในหนังเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วครับ… Indecent Proposal… ข้อเสนอที่รักนี้มิอาจกั้น

เดวิดกับไดอาน่านั้น เป็นคู่รักที่คบหากันมานานตั้งแต่ยังเป็นเด็กด้วยซ้ำครับ พวกเขาแต่งงานด้วยความรักที่ท่วมท้นล้นหัวใจ ถ้าพูดถึงชีวิตคู่แล้วทั้งสองหวานจนน่าอิจฉาครับ แต่ในเรื่องการเงิน ทั้งคู่ก็มีแค่พอใช้ชีวิตไปได้เรื่อยๆ ไม่พอที่จะเอาไปขยับขยายลงทุนสร้างความมั่นคงได้มากกว่านี้

และเดวิดเองก็เป็นคนมีฝันครับ เขาอยากลงทุนทำสิ่งที่เขารัก แต่เงินทองก็ไม่ใคร่จะไหลมาทางเขาสักเท่าไร จนเขาและไดอาน่าตัดสินใจไปเสี่ยงโชคที่ลาส เวกัส แน่นอนว่าเดวิดก็ไม่สามารถได้เงินมาเติมฝันเช่นเคย

การมาเสี่ยงโชคที่เวกัส ทำให้ทั้งสองได้พบกับ จอห์น เกจ (Robert Redford) เศรษฐีเงินล้านที่ชอบไดอาน่าตั้งแต่แรกเห็น และเขาก็เสนอว่าจะให้เงินแก่พวกเขาหนึ่งล้านถ้าไดอาน่ายอมนอนกับเขาหนึ่งคืน…

เป็นข้อเสนอที่ทำให้เดวิดเดือดดาลในคราวแรกที่ได้ยิน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองก็เริ่มคิดครับ ว่าชาตินี้คงหาเงินล้านมาไม่ได้ง่ายๆ… ไดอาน่ายินยอมทำเรื่องนี้เพื่อเอาเงินมาเติมฝันให้เดวิด… ถ้าเดวิดอนุญาต

และในที่สุด เดวิดก็ยอมครับ คิดว่ามันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก แค่สัมพันธ์ชั่วคืน พอตื่นเช้าก็เหมือนฝัน และยังได้เงินล้านมาอีกด้วย…

แต่พวกเขาคิดผิดครับ เพราะหลังจากคืนนั้นเดวิดก็เปลี่ยนไป… เขามีความรู้สึกต่อไดอาน่าเปลี่ยนแปลงไปแบบที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้ เพราะเหตุมันเกิดไปแล้ว… เพราะภรรยาเขาไปนอนกับคนอื่นแล้วจริงๆ…

แล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองก็มาถึงทางแยก จากเดิมที่ทั้งคู่คิดว่าทำใจได้ และมันจะไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่ที่ไหนได้ ใจคนมันเกิดกระบวนการเปลี่ยน สมองคนเกิดคิดมาก ในที่สุดความรักที่ทั้งสองมีให้กันมานานก็สั่นคลอน ยิ่งเวลาผ่านไปแรงสั่นก็ยิ่งมากขึ้น มากขึ้น จนเกือบถึงจุดที่ไม่อาจเยียวยาได้….

ตัวหนังนั้นว่าตามจริงก็ไม่ได้ถึงขั้นเด็ดจนต้องตามดูให้ได้หรอกครับ จุดเด่นจริงๆ ต้องยกให้สามดารานำที่แสดงกันได้ดี ตั้งแต่ Harrelson ที่ระยะหลังๆ เหมือนแกจะถนัดบทรับเชิญหรือไม่ก็เล่นหนังฟอร์มกลางๆ เป็นสรณะก็ฝากฝีมือดีๆ ไว้ในเรื่องนี้ กับบทชายที่ต้องมานั่งเศร้าปนเจ็บแค้นกับทางแยกที่เขาก็มีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น, Moore ก็สวยมีเสน่ห์แบบสุดๆ ครับ สมัยก่อนนี่ใครไม่ตกหลุมรักเธอก็คงแปลกล่ะ น่ารักจริงๆ ในเรื่องเธอก็มีความเซ็กซี่เล็กๆ ปนอยู่ด้วย ไม่แปลกครับที่หนุ่มๆ ในเรื่องจะพากันหลงเสน่ห์เธอ

ส่วน Redford ก็โอเคครับด้วยมาดที่เชื่อได้ไม่ยากว่าแกรวย ทว่าด้านการแสดงอารมณ์อาจจะพร่องไปหน่อย เพราะไม่ค่อยชัดเท่าสองรายแรกว่าเขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร ก็เลยโดนสองรายแรกขโมยความเด่นไปหลายรอบเหมือนกัน

แม้หนังจะไม่ได้เด็ดมาก แต่ประเด็นในเรื่องก็น่าสนทีเดียวครับ กับคำถามว่า “จะเป็นอย่างไร ถ้าคนรักของเราได้ไปมีสัมพันธ์กับคนอื่น” ซึ่งคำถามนี้ก็แตกไปได้อีกหลายแบบครับ ไม่ว่าจะการไปมีสัมพันธ์กับคนอื่นก่อนคบกับเรา หรือเป็นแบบในหนังซึ่งแต่ละคนก็มีคำตอบหลากกันไปแน่นอนล่ะครับ ซึ่งก็คงไม่อาจฟันธงได้ว่าอันไหนถูกหรือผิด เพราะสภาวะความรู้สึกแต่ละคนย่อมต่างกันอยู่แล้ว

ส่วนในหนังก็ชี้ให้นึกถึงประเด็นความรักเป็นหลัก บทสรุปก็ลงเอยด้วยการสอนคนดูว่า อย่าให้ความผิดพลาดเพียงหนึ่งครั้งในชีวิตคู่มาทำลายความรักที่มีต่อกัน

คู่รักหลายคู่ครับที่เลิกทั้งๆ ที่รักกันเพราะไม่อาจให้อภัยในความผิดพลาดบางอย่าง… และหลายคู่อีกเหมือนกันที่ไม่ได้มีความสุขจากผลลัพธ์นั้นเลย

เวลาคนเราจะตัดสินใจอะไรมักอิงอยู่สองอย่างครับ อย่างแรกคือมาตรฐานทางสังคม กับอย่างที่สองคือมาตรฐานในจิตใจเรา

อย่างในเรื่องนี้เดวิดค่อยๆ หมดความไว้ใจในตัวคนรักก็เพราะเจ้าสองตัวนี้แหละครับ

ในสังคมก็มักบ่งบอกว่า เมื่อคนรักไปทำอะไรกับใคร มันคือสิ่งผิด

ในใจก็บอกตามว่า คนรักเราจะจบกับเจ้าคนที่ไปนอน (หรือคนที่เคยคบ) นั่นหรือยัง ซึ่งถามใจตัวเองไปเรื่อยๆ คำตอบที่มักจะได้ก็ค่อนไปทางลบมากกว่าบวก

ในที่สุดเดวิดก็ทนไม่ได้จนไดอาน่าก็ขอแยกออกมาเหมือนกัน

ของแบบนี้ไม่ต้องชี้ถูกผิด เพราะทุกคนมีทางเลือกและวิธีเลือกเฉพาะตน

ส่วนในหนัง ก็จัดแจงสรุปด้วยคำสั้นๆ คำเดียว “รัก” นั่นเอง

หลังจากเดวิดและไดอาน่าผ่านมรสุมจนแยกทางกันไป แต่เมื่อกลับมาถามใจตัวเองอีกทีว่ายังรักไหม ก็ตอบได้ว่ายังรักและยังอยากอยู่ด้วยกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นจะมัวให้อดีตมาทำลายปัจจุบันอยู่ทำไม

ไม่ใช่ว่าจะลืม เพียงแค่ไม่เอามันมาใช้ผิดประเภท

พวกเขาได้เข้าใจว่า การฝังใจเอามันมาแผดเผาตัวเองนั่นแหละใช้งานข้อผิดพลาดอย่างผิดประเภท

เพราะถ้าใช้ให้ถูกก็ต้องใช้มาสอนตัวเอง ทำปัจจุบันให้ดีขึ้น เตือนตัวเองว่าอย่าเห็นแก่เงินสำคัญกว่าความรักหรือความรู้สึกตนเองอีก

และเชื่อมั่นในรักที่มี อย่าสั่นเพราะจิตที่ชอบคิดลบจนทำลายความสุข

จำได้ว่าหนังทำเงินไป $100 ล้านได้ครับ ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงทำได้เยอะปานนั้น เพราะเนื้อหาหรือเพราะดารา หรือเพราะหนุ่มๆ อยากไปดู Demi Moore กับเลิฟซีนร้อนพอประมาณ

หนังทำเงินเพราะอะไรก็สุดแท้แต่ครับ แต่ขอให้เราๆ ท่านๆ ดูแล้วได้อะไรมากกว่าเลิฟซีนก็แล้วกัน

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements