รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Horror of Dracula (1958), เปิดตำนาน แดร็กคูล่า

5f85b0430a097d32d2be3d9f8cc4141d

ได้เวลาสำหรับการร่ายหนังชุดสยองขวัญเก่าๆ แบบยาวๆ อีกแล้วนะครับ และเรื่องนี้มีหลายภาคให้พูดถึงแน่นอนกับตำนานแดร็กคูล่าฉบับ Hammer Films อันเป็นฉบับที่มีคนรู้จักและชื่นชมมากที่สุดรองจากฉบับที่ Bela Lugosi เคยแสดงไว้

สำหรับชื่อหนังแล้ว จริงๆ มันชื่อว่า Dracula ธรรมดานี่แหละครับเมื่อตอนฉายที่อังกฤษและที่อื่นๆ แต่พอเข้าไปฉายในอเมริกา ผู้สร้างก็ตัดสินใจเติม Horror ลงไปเป็นสร้อยหน้า เพื่อไม่ให้ผู้ชมสับสนกับ Dracula เวอร์ชั่น Lugosi

Dracula เวอร์ชั่นนี้ก็มีการดัดแปลงจากฉบับนิยายไปพอสมควรครับ อย่างการให้โจนาธาน ฮาร์เกอร์ (John Van Eyssen) เดินทางไปหาท่านเคาน์แดร็กคูล่า (Christopher Lee) โดยมีจุดประสงค์แอบแฝงนั่นคือ การสังหารแดร็กคูล่า!

ประมาณว่าโจนาธานรู้น่ะครับ ว่าแดร็กคูล่าคือผีดูดเลือด ก็เลยหมายจะไปฆ่า โดยเขาวางแผนร่วมมือกับ ดร. แวน เฮลซิ่ง (Peter Cushing) มือปราบปีศาจด้วย

พอโจนาธานทำงานพลาด แวน เฮลซิ่งเลยต้องตามร่องรอยโจนาธานเพื่อหาทางจัดการแดร็กคูล่าแทน ทว่าแวน เฮลซิ่งเดินทางถึงปราสาทนั่นช้าไปนิด เนื่องจากแดร็กคูล่าได้ตรงดิ่งเข้าเมืองไปแล้ว และเริ่มดูดเลือดผู้บริสุทธิ์แล้วด้วย รายแรกคือ ลูซี่ (Carol Marsh) ที่หนังฉบับนี้กำหนดให้เป็นคู่หมั้นของโจนาธาน

แวน เฮลซิ่งจึงตัดสินใจร่วมมือกับอาเธอร์ (Michael Gough) ว่าที่พี่เขยของโจนาธานในการตามล่าผีดูดเลือดที่แสนจะร้ายกาจตนนี้ และยังต้องหาความจริงด้วยว่า แดร็กคูล่าเข้ามายังในเมืองด้วยจุดประสงค์อะไร

โดยเค้าโครงและตัวละครหลักๆ ก็ยกมาจากฉบับนิยายนั่นแหละครับ แต่รายละเอียดและองค์ประกอบ กับจุดหักเหของเรื่องนั้นมีการเปลี่ยนไปอย่างที่บอกนั่นแหละครับ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนที่ไม่เลวเลย หากไม่คิดมากและไม่ยึดกับนิยายนะครับ จะพบว่าเนื้อเรื่องของ Dracula เวอร์ชั่นนี้ทำออกมาได้สนุก น่าติดตามดีเหมือนกัน และคนที่อ่านนิยายมาแล้วก็ไม่ต้องเดาดักทางให้เสียอารมณ์ด้วย เพราะเนื้อเรื่องมันแหวกจากนิยายน่ะครับ แม้โครงจะคงเดิมก็ตาม

หนังจะทิ้งปมไปเรื่อยๆ น่ะครับ อย่างเรื่องของโจนาธาน ที่ค่อยๆ เผยความจริงทีละน้อยว่าแท้จริงเขาเป็นใคร และมาหาแดร็กคูล่าทำไม จากนั้นก็มาถึงเรื่องของแวน เฮลซิ่ง แล้วก็ต้องมาลุ้นอีกว่าแดร็กคูล่ามีแผนอะไรอีก มันจะหาทางเล็ดรอดเข้ามาทำร้ายคนในคฤหาสน์ของอาเธอร์ได้อย่างไร ทำให้แดร็กคูล่าในแบบของ Lee นี้ ไม่ใช่ปีศาจผู้ถูกแผดเผาด้วยความรักอีกต่อไป แต่เขากลายเป็นจอมผีดูดเลือดที่มากแผนการ และมีความโหดอย่างยิ่ง เฮียแดร็กเวอร์ชั่นนี้จึงกลายเป็นปีศาจร้ายที่ไร้ความดีของจริงไปเลยครับ

dracula

จุดเด่นของ Dracula ฉบับนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ต่างจากฉบับนิยายแล้ว ก็ต้องยกให้กับการแสดงเด็ดๆ ของนักแสดงรุ่นครูครับ Lee น่ะโคตรยอดมากๆ เขาดูมีพลัง มีอำนาจ และน่ากลัวใช้ได้ ทำให้แดร็กคูล่าในแบบของเขาเนี่ย ดูเป็นตัวร้ายแบบเต็มๆ แต่ก็ดูสง่ารักษาสไตล์เดิมๆ แบบที่ Lugosi เคยแสดงเอาไว้ด้วย

ส่วน Cushing ก็เด่นไม่แพ้กันครับ ดูฉลาด มีสมองไว้คอยต่อกรกับแผนของแดร็กคูล่า ซึ่งต้องบอกก่อนว่าแผนของมันอาจไม่ได้ซับซ้อนชวนอึ้งเท่าหนังสมัยนี้นะครับ แต่ถ้าพิจารณาจากยุคนั้น ผมว่าหนังเรื่องนี้มีการขับเคี่ยวระหว่างตัวร้ายกับตัวดีได้อย่างไม่เลวทีเดียว

ดาราเจ้าอื่นก็โอเคครับ แต่ไม่มีใครเด่นเท่าสองคนนี้แล้วล่ะ ก็บอกได้เลยครับว่าสำหรับคอหนังสยองรุ่นเก่า แค่ดู Lee เจอกับ Cushing ก็คุ้มในระดับหนึ่งแล้วล่ะ อีกอย่างหนังยังไม่ยาวมากเกินไป (80 นาทีนิดๆ เท่านั้นเอง) ดูแบบสบายๆ พอเพลินได้เลยล่ะครับ ส่วนคนที่ทำหน้าที่กำกับก็คือ Terence Fisher ขาประจำหนังสยองของ Hammer ที่กำกับเรื่องราวของปีศาจมาทุกชนิดแล้วล่ะครับ เรื่องนี้ก็เลยทำได้สบายๆ ไร้กังวล

ยอมรับเลยครับว่าหนังสยองสไตล์กอธิคหน่อยๆ ของ Hammer Films ในทศวรรษที่ 60 เนี่ย มีดีน่าพูดถึง บรรยากาศมันให้อารมณ์คลาสสิก ทั้งรูปแบบบ้าน ปราสาท คฤหาสน์ หรือแม้แต่บ้านของพวกชาวบ้านร้านช่อง มีดูมีเสน่ห์และเอกลักษณ์แบบเก่าๆ ดีจริงๆ

ครับ ผมชอบ ตัวหนังนั้นไม่ได้สยองแบบน่ากลัวหรอกครับ ไม่รู้สิ สำหรับผม หนังเกี่ยวกับแดร็กคูล่ามันไม่ใช่หนังน่ากลัวน่ะ มันจะออกแนวเขย่าขวัญที่มีตัวร้ายเก่งๆ เท่ห์ๆ มากกว่า ดังนั้นดูเรื่องนี้อย่าคาดหวังความน่ากลัวครับ

ผมว่าหนังน่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบตัวละครอย่างแดร็กคูล่าหรือแวน เฮลซิ่ง แล้วก็ชอบหนังสยองในตำนานของค่าย Hammer Films ดูบรรยากาศ ดูสไตล์ ส่วนเรื่องราวก็ไม่ต้องสนมากครับ เพราะผมเชื่อว่าคอหนังสยองน่าจะเดาทิศทางได้บ้างล่ะน่าว่าหนังจะจบอย่างไร

สรุปว่าเป็นอีกหนึ่งหนัง Dracula ที่คลาสสิกครับ ได้การแสดงดีๆ การเดินเรื่องที่น่าสนใจ มีปมดึงให้เราอยากติดตามต่อ จัดว่าไม่ผิดหวังครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)