รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

House of Dracula (1945), คฤหาสน์แดร็กคูล่า

1364664705

ยังไม่จบครับสำหรับเรื่องราวของเหล่ามอนสเตอร์เก่าแก่แห่งค่าย Universal

คราวนี้ท่านเคาท์ แดร็กคูล่า (John Carradine) กลับมาอีกครั้ง (โดยที่หนังก็ไม่ได้อธิบายชัดนักว่าแกรอดจากตอนจบของ House of Frankenstein (1944) ได้ยังไง แต่ถ้าให้เดาก็คงเพราะมีคนไปปลุกแกมั้งครับ) แต่การกลับมาครั้งนี้ท่านเคาท์ไม่ได้อยากจะฆ่าใคร แต่เขาก็ต้องการจะรักษาอาการแวมไพร์ตัวเอง เช่นเดียวกับแลร์รี่ ทัลบอต (Lon Chaney Jr.) ที่อยากหายจากคำสาปมนุษย์หมาป่าเสียที และเขาทั้งสองก็มาขอความช่วยเหลือจาก ดร. ฟรานซ์ อีเดลแมนน์ (Onslow Stevens) แต่ทุกอย่างมันก็ไม่สำเร็จง่ายดังหวัง แล้วมิหนำซ้ำอสุรกายของแฟรงเกนสไตน์ (Glenn Strange) ก็ยังกลับมาพบเจอกับแลร์รี่อีก ทำให้การปะทะกันของเหล่ามอนสเตอร์ต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง

ภาคนี้ก็พยายามใส่ลูกเล่นเพื่อเพิ่มเรื่องราวให้มีความสดมากขึ้น อย่างการที่ ดร. อีเดลแมนน์พยายามช่วยท่านเคาท์โดยการยอมถ่ายเลือดตัวเองให้ เพื่อรักษาขับไล่พิษแวมไพร์ แต่ผลกลับเป็นว่าทำให้เขาต้องมีสภาพเหมือน ดร. แจ็คเคิลกัลมิสเตอร์ ไฮด์น่ะครับ เรียกว่าพยายามผูกเรื่องกันเข้าไป เรียกมอนสเตอร์หลายๆ อย่างมารวมกันเข้าไป ซึ่งก็นับว่าสร้างสรรค์ดีครับ

แรกเริ่มเดิมทีบทของหนังเรื่องนี้มีชื่อว่า The Wolf Man vs. Dracula โดยแลร์รี่หรือมนุษย์หมาป่าต้องมาปะทะกับแดร็กคูล่า (ที่ตอนแรกเขาทาบทามให้ Bela Lugosi มาแสดง) โดยงานนี้ท่านเคาท์จะสามารถแปลงร่างเป็นค้างคาวยักษ์ในตอนท้ายด้วย แต่ทีนี้ผู้สร้างอ่านบทแล้วกลับคิดว่ามันรุนแรงเกินไป เลยปรับเรื่องราวให้มาเป็นหนังเรื่องนี้แทน โดยที่ Lugosi ก็ไม่ได้กลับมาแสดงบทท่านเคาท์

โดยรวมก็สนุกดี แต่ก็๋ไม่ค่อยจะต่างกับตอนอื่นๆ นัก นั่นคือมีช่วงเวลาของ อสุรกายแฟรงเกนสไตน์น้อยเหมือนเดิม แม้จะมีการใส่อะไรใหม่ๆ ลงมาแต่การเดินเรื่องก็ยังถือว่าช้าไปนิด ทำให้รสชาติออกมาเรื่อยๆ ไม่เข้มข้นเต็มที่

และหากจะให้สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ถือเป็นภาคต่อตอนที่ 7 ของหนังชุด Frankenstein และตอนต่อตอนที่ 4 ของหนังชุด The Wolf Man แล้วยังควบตำแหน่งตอนต่อแบบกลายๆ ตอนที่ 5 ของหนังชุด Dracula ครับ

ก็เรื่อยๆ ตามสไตล์หนังสยองขาวดำ สนุกน้อยกว่าภาคก่อนๆ พอตัว

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6/10)

Advertisements