รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Frankenstein Meets the Wolf Man (1943) แฟรงเกนสไตน์ปะทะมนุษย์หมาป่า

1364375067

เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อของหนังชุด Frankenstein (ถือเป็นตอนที่ 5) และ The Wolf man (ถือเป็นตอนที่ 2) ครับ กับการจับเอา 2 มอนสเตอร์ระดับตำนานของ Universal มาเจอกัน

เหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากเรื่องราวใน The Wolf Man ครับ เมื่อแลร์รี่ ทัลบอต (Lon Chaney Jr.) โดนคำสาปจนต้องเป็นมนุษย์หมาป่าในทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง เขาจึงต้องหลบหนีจากการตามล่าของทางการ และไปขอความช่วยเหลือจากมาเลวา (Maria Ouspenskaya) สาวยิปซีแก่ผู้เป็นคนเตือนแลร์รี่เกี่ยวกับคำสาปหมาป่าในภาคที่แล้ว

มาเลวาชี้แนะเขาว่า เพียงคนเดียวที่จะช่วยเขาได้ก็คือ ดร. แฟรงเกนสไตน์ แต่เมื่อไปถึงก็พบแต่บารอนเนสเอลซ่า (Ilona Massey) ลูกสาวของแฟรงเก้นสไตน์แทน

เมื่อแลร์รี่หมดหวังเขาจึงหลบหนีเข้าป่าไป และพบเจอกับอสุรกายของแฟรงเก้นสไตน์ (Bela Lugosi) ที่โดนขังในน้ำแข็ง และเขาก็ดันไปปล่อยมันออกมาครับ ทำให้การปะทะกันของ 2 มอนสเตอร์ชื่อดังเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงมิไดิ

แต่กว่า 2 มอนสเตอร์จะได้ตีกันก็เกือบจบแล้วครับ ภาคนี้ออกจะเรื่อยๆ ไปหน่อย ทั้งที่ตอนต้นทำได้น่าสนใจนะ ผมชอบช่วงต้นที่หนังเล่าชีวิตที่น่าสงสารของแลร์รี่ การทิ้งปมให้ติดตามว่าเขาจะไปพบเจอกับอะไรอีก แต่ดีกรีความน่าติดตามของหนังมันมาเอื่อยเอาตอนหลัง หลายอย่างที่ควรลุ้นก็ไม่ลุ้นนัก ความตื่นเต้นน้อยจนน่าแปลกใจ แทนที่จะตื่นเต้นดันเรื่อยๆ

ด้านนักแสดงนั้นถือว่าไม่เลวครับ Chaney, Jr แสดงได้ดีมาตั้งแต่ตอนเล่น The Wolf Man แล้วครับ กับเรื่องนี้ก็ยังดูน่าเห็นใจตามเคย ในขณะที่ Bela Lugosi ที่มาเล่นเป็นอสุรกายของแฟรงเกนสไตน์ก็ออกจะดูเป็นตัวร้ายชัดเจนไปหน่อย ไม่เหมือนภาคก่อนๆ ที่ตัวละครนี้จะดูกึ่งๆ เพราะเขาไม่ได้ร้ายหรือดีอย่างเต็มตัว

เป็นผลงานกำกับของ Roy William Neill ที่เคยทำ Sherlock Holmes ฉบับเก่าที่นำแสดงโดย Basil Rathbone นั่นแหละครับ แต่กับเรื่องนี้ถือว่ายังไม่เด็ดเท่าผลงานหนังชุดนั้น

ก็ดูได้เรื่อยๆ ครับ อย่างน้อยก็โอเคกว่าภาคที่แล้ว (ของ Frankenstein) เล็กน้อย

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements