Adventure

The Mummy (1959) เดอะ มัมมี่

1365786870

มัมมี่ภาคนี้ก็เป็นฉบับรีเมคโดยค่าย Hammer Films อีกเช่นเคยนะครับ ส่วนคนกำกับก็คือ Terence Fisher ขาประจำที่ทำหนังภาคแรกของหนังสยองแนวมอนสเตอร์ทุกเรื่องให้กับ Hammer ตั้งแต่ Dracula, Frankenstein และมนุษย์หมาป่าครับ แล้วก็เขียนบทโดย Jimmy Sangster อีกทั้งได้ 2 ดาราหนังสยองแห่งยุคอย่าง Peter Cushing และ Christopher Lee มาเจอกันอีก เรียกว่ายกทีมแม่เหล็กแห่งค่าย Hammer มาเจอกันเลยล่ะครับ

เรื่องราวเริ่มในปี 1895 ครับ นักโบราณคดีกลุ่มหนึ่ง นำโดย สตีเฟน แบนนิ่ง (Felix Aylmer) ได้ขุดพบที่ฝังพระศพขององค์หญิงอานังก้าเข้า และได้อ่านคัมภีร์โบราณอันส่งผลให้มัมมี่คาร์ริส (Lee) ฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ

แล้ว 3 ปีต่อมา สตีเฟนก็ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะเล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อ แม้แต่ จอห์น แบนนิ่ง (Cushing) ลูกชายของเขาเองก็ตาม แต่แล้วเมื่อมัมมี่คาร์ริสได้เริ่มลงมือฆ่าสตีเฟนตามคำสั่งของเมฮาเหม็ด เบย์ (George Pastell) ชายชาวอียิปต์ผู้ลึกลับ จอห์นก็ต้องรีบแข่งกับเวลาสืบหาความจริง เพื่อหาทางหยุดยั้งมัมมี่ตนนี้ให้ได้

ก็เป็นการรีเมคโดยเอาชื่อมาจาก The Mummy เมื่อปี 1932 ส่วนเนื้อเรื่องนั้นเป็นการผสมระหว่าง The Mummy’s Hand, The Mummy’s Tomb และ The Mummy’s Ghost ดังที่เราจะเห็นว่ามัมมี่ตัวนี้ชื่อคาร์ริส และมีเรื่องขององค์หญิงอานังก้าด้วย อีกทั้งตัวเอกของเรื่องก็ยกชื่อเดิมมาจากในหนังชุดนั้นทั้งสิ้น ซึ่งหนัง The Mummy นี้ถือเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย Hammer ที่สามารถใช้ชื่อและใช้รายละเอียดจากต้นฉบับได้แบบถูกต้องมีลิขสิทธิ์ หลังจาก 2 เรื่องก่อน (Horror of Dracula และ The Curse of Frankenstein) ต้องดัดแปลงเพื่อไม่ให้เรื่องไปซ้ำกับฉบับดั้งเดิมของ Universal เนื่องจากตอนนั้นทาง Universal ยังไม่อนุญาตน่ะครับ แต่กับเรื่องนี้ก็ได้มีการเจรจาต้าอ้วยกันเรียบร้อย

ถ้าเทียบกันถึงความสนุกก็ต้องบอกว่า ยังสนุกน้อยกว่า Horror of Dracula และ The Curse of Frankenstein ครับ แต่ก็ยังถือว่าสนุกได้มาตรฐาน น่าติดตามกว่า The Curse of The Werewolf และ The Hound of Baskerville มีความตื่นเต้นน่ากลัวพอตัว อันนี้ต้องยกความดีให้ Lee ที่สวมบทเป็นมัมมี่ได้ดีครับ ท่าทางดูน่ากลัวกำลังเหมาะ ส่วน Cushing ก็สบายๆ อยู่แล้วกับบทพระเอกที่ต้องปะทะกับปีศาจแบบนี้

ถือเป็นภาครีเมคที่ทำได้ดีครับ สนุกน้องๆ ต้นฉบับ และด้วยความที่หนังเลือกใช้การเล่าแบบสั้นๆ ตรงไปตรงมา เน้นที่ความกระชับ ทำให้หนังมีดีกรีความน่าติดตามกำลังดี และไม่ยาวเกินไป (หนังยาวประมาณ 88 นาทีครับ)

ดูสนุกไม่ผิดหวังสำหรับมอนสเตอร์ตัวนี้ครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements