จิตวิทยา - How to

[ อ่านบ้านๆ #92 ] อยากคว้าแต้มใหญ่ ต้องเล็งให้ตรงกลางเป้า (Bull’s Eye: The Power of Focus) (Brian Tracy)

g4

ว่าง่ายๆ เลยครับว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังค้นหาเป้าหมาย หรือผู้ที่อยากโฟกัสพลังของตนให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และใช้แบบตรงเป้ายิ่งขึ้นกว่าเดิม

ผมอ่านจบภายในเวลาชั่วโมงเดียวครับ เหตุผลหลักก็คงเพราะผมคุ้นเคยกับงานของ Brian Tracy อีกทั้งเนื้อหาในเล่มก็ไม่เยอะ เลยทำให้อ่านได้ลื่นๆ แบบเรื่อยๆ ซึ่งก็บอกได้เลยครับว่าใครที่ชอบอ่านงานของ Tracy ก็น่าจะเข้าทาง แต่หากใครรู้สึกว่าไม่แนวกับสิ่งที่ Tracy นำเสนอ ก็สามารถข้ามเล่มนี้ไปได้เลยครับ เพราะยังไง Tracy ก็ยังคงเป็น Tracy นั่นแหละ

ข้อดีอย่างมากของหนังสือ Brian Tracy คืิอ ย่อยง่าย อ่านง่าย ใช้เวลาอ่านไม่มาก เพื่อที่เราจะได้เหลือเวลาไปปฏิบัติจริงได้เยอะๆ และผมชอบที่หนังสือของเขาสามารถเอามาอ่านซ้ำได้ในเวลาที่ต้องการฟื้นฟูพลัง… บางครั้งการอ่านอะไรดีๆ ที่เราเคยอ่านแล้ว ก็ช่วยเราผ่านวันหนักๆ ไปได้ครับ ^_^

และนี่คือสิ่งที่ผมบันทึกไว้จากการอ่านเล่มนี้ครับ

1. โธมัส คาร์ไลล์ กล่าวว่า “ผู้ซึ่งชัดเจนในจุดประสงค์จะมุ่งหน้าไป แม้นอยู่บนหนทางทุรกันดาร ส่วนผู้ซึ่งร้างจุดประสงค์จะไปไม่ถึงไหนเลย แม้นอยู่บนหนทางที่ราบรื่น”

2. จัดลำดับความสำคัญของงาน คำนึงถึงผลที่จะตามมาจากการทำหรือไม่ทำงานนั้น ผู้ประสบความสำเร็จคือผู้ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานที่มีศักยภาพ ให้ผลยิ่งใหญ่ตามมา สร้างผลกระทบอย่างแท้จริง และมีอิทธิพลต่ออนาคต ส่วนคนที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ไม่ค่อยมีความสุข กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานที่ให้ผลเพียงน้อยนิด หรือไม่มีผลตามมาเลย

3. “คุณไม่มีทางยิงโดนเป้าที่คุณมองไม่เห็น”
ซิก ซิกลาร์

4. อริสโตเติ้ล กล่าวว่า “เราคือสิ่งที่เราทำซ้ำๆ” นั่นทำให้ฉุกคิดว่าเราควรมีสติเลือกสิ่งที่เราจะทำเป็นประจำให้ดี เพราะมันจะเป็นตัวตนของเรา เช่น อารมณ์เย็นหรืออารมณ์ร้อน, มักจะมีสติหรือมักจะขาดสติ ฯลฯ ทั้งหมดคือนิสัยที่สะสมจนเป็นตัวเรา ดังนั้นคำกล่าวนี้ของ อริสโตเติ้ล จึงเป็นคิย์เวิร์ดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงตนเอง

5. การฝึกฝนอาจไม่ได้ทำให้เราสมบูรณ์แบบ แต่การฝึกฝนจะมอบอะไรบางอย่างให้กับเรา และมันจะเป็นส่วนหนึ่งของเราต่อไป

6. เฮนรี แวดสเวิร์ธ ลองเฟลโลว์ เขียนไว้ว่า “ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้จู่ๆ ไปอยู่บนจุดสูงสุดเพียงข้ามคืน แต่พวกเขาปีนป่ายอย่างตรากตรำในยามค่ำมืดที่มิตรสหายหลับใหล”

7. ที ฮาร์ฟ เอเคอร์ (ผู้เขียน ถอดรหัสลับ สมองเงินล้าน) กล่าวไว้ว่า“ยอดฝีมือในวันนี้ ล้วนเคยไร้ฝีมือมาก่อน”

8. จงพยายามฝึกฝนเพื่อนำตัวเองไปสู่ผู้มีทักษะระดับ 20% แรกของวงการ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ตั้งเป้าแบบนี้แล้วจะได้ไปถึง แต่อย่างน้อยคุณก็จะตั้งเป้าเพื่อขยับตัวเอง และยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นกว่าที่เป็น

9. หนังสือเล่มนี้เหมือนหนังสืออีกหลายๆ เล่มที่บอกให้เราสร้างเครือข่ายเพื่อความสำเร็จ จุดนี้ผมมองว่าเป็นความจริงครับ การมีมิตรจะช่วยติดปีกให้เราได้ แต่จุดสำคัญของการหามิตร (ในแบบของผม) คือ รากฐานต้องมาจากความจริงใจ

10. ในหนังสือได้บอก “สุดยอดนิสัยสำหรับการพบปะผู้คน” เอาไว้ครับ กล่าวคือหากจะเข้าสังคม ให้นึกถึงสิ่งเหล่านี้เอาไว้

อย่าวิจารณ์ อย่ากล่าวโทษ อย่าบ่นถึงพฤติกรรมผู้อื่น แม้จะพบเจอกับเรื่องที่คุณไม่เห็นด้วย เราก็ควรเก็บความคิดไว้กับตัวก่อน อย่าด่วนเอ่ยปากออกไป อย่างที่ แฟรงค์ ซิเนตร้า ร้องไว้ในเพลงว่า “ถ้าคุณไม่รู้จะพูดอะไรดีๆ ก็ไม่ต้องพูดเลยดีกว่า” 

รู้จักคล้อยตาม แม้เราจะเจอกับคนที่คิดต่าง มองต่าง เราก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกในเชิงต่อต้านขัดขืน แต่ในทางกลับกัน เราควรถามเขาเพื่อทำความเข้าใจ เพื่อมองให้เห็นในมุมที่เขามองอยู่ สิ่งนี้จะเปิดใจเราให้กว้างขึ้น

ในขณะที่ถ้าเราเจอกับวงสนทนาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง มีการโต้เถียงกันรุนแรงแบบไม่ฟังกัน เราควรถามตัวเองให้ดีว่าเราจะเป็นต้องไปร่วมวงโต้เถียงหรือไม่ มันยังมีอะไรที่สำคัญกว่าให้เราทำหรือเปล่า (ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว มันมีอะไรที่สำคัญกว่าให้ทำเสมอ)

11. และนี่คือ “นิสัยสำหรับรับมือกับวันแย่ๆ ที่ปัญหารุมล้อม หรือวันที่เราหมดพลังทั้งกายใจ”

อย่างแรก สูดหายใจลึกๆ และสงบนิ่ง
อย่าด่วนโต้ตอบอะไรออกไป

อย่างที่ 2 คือค้นหาข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ
เพราะหลายครั้งเราอารมณ์ขึ้นเพียงเพราะรับรู้ข่าวสารเพียงเสี้ยวเดียว แต่พอสืบสาวไปก็อาจจะพบว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรใหญ่ ดีไม่ดีมันเป็นแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้นเอง แต่หากเราตีโพยตีพายอาละวาดไปก่อนแล้วล่ะก็ นอกจากจะเป็นการสะสมนิสัยใจร้อนให้กับตนเองแล้ว มันยังทำลายภาพลักษณ์ของตนลงอย่างน่าเสียดายด้วย

หรือหากเรื่องร้ายนั้นเป็นเรื่องจริง เราก็ต้องค้นหาข้อเท็จจริงให้ครบ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราจะมีทางเอาตัวเองออกไปจากปัญหาได้อย่างไร

ไม่ว่าเราจะเจอเรื่องร้ายจริงหรือไม่จริง ก็จะเห็นได้ว่า การสืบค้นความจริงสามารถช่วยเหลือเราได้ทั้งสิ้น

อย่างที่ 3 บอกตัวเองไว้ว่า “ในร้ายมีดี”
นโปเลียน ฮิลล์ เคยสรุปประเด็นนี้ไว้ว่า “ทุกเคราะห์กรรม ทุกความล้มเหลว ทุกความเจ็ปปวดรวดร้าว มีมล็ดพันธุ์อันทรงคุณประโยชน์เทียบเท่ากันหรือยิ่งใหญ่กว่านั้นติดตามมาด้วย”

อย่างที่ 4 มองแต่ละช่วงชีวิตให้เป็นบทเรียน
หลายท่านอาจไม่เคยรู้ว่าผมนั้นก็เคยเจอสถานการณ์แย่ๆ มาก่อน ไม่ว่าจะบ้านโดนตัดน้ำตัดไฟเพราะไม่มีเงินไปจ่ายเขา หรือประสบปัญหาจนต้องขายหนังสือที่สะสมไว้เพื่อแลกเป็นเงินมาประทังชีวิต ใช่ครับ ผมเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว และมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย แต่ตอนนี้ผมรู้สึกขอบคุณมัน เพราะมันทำให้ผมแกร่งขึ้น และผมไม่คิดมากเลยที่จะบอกความจริงในอดีตกับใครๆ เพราะมันคือวันวานที่นำพาผมมาเจอวันดีๆ อย่างตอนนี้

12. เลส บราวน์ กล่าวว่า “เพื่อบรรลุบางสิ่งที่คุณไม่เคยทำได้มาก่อน คุณต้องกลายเป็นคนที่คุณไม่เคยเป็นมาก่อน”

13. สมการนี้ น่าสนใจดีครับ
คุณภาพความสัมพันธ์ของคุณ x ปริมาณความสัมพันธ์ของคุณ = คุณภาพชีวิตของคุณ

14. เมื่อเกิดปัญหา สิ่งที่ควรทำคือ

+ รับผิดชอบต่อปัญหา ไม่ต้องกล่าวโทษ ไม่ต้องอ้าง แม้ปัญหานั้นจะไม่ได้เกิดจากคุณ แต่หากคุณได้รับผลกระทบจากมัน ยังไงคุณก็ต้องลงมือแก้ไข ดังนั้นเพื่อประหยัดเวลา ก็ควรหันมาโฟกัสที่ทางออก มากกว่าเพ่งโทษโกรธเคือง

+ เน้นหาทางแก้ไข

+ ฝึกจิตเสียใหม่ ให้รับมือกับปัญหาด้วยกระบวนท่าแห่งปัญญา หาใช่พายุแห่งอารมณ์ (เพราะหายครั้งคราพายุอารมณ์ จะจมชีวิตเราแทน)

และอย่าลืมว่า ปัญหามีได้มากกว่าหนึ่งนิยาม และทางออก มีได้มากกว่าหนึ่งทาง เราเพียงต้องหานิยามปัญหาที่ตรงที่สุด และหาทางออกที่เข้าท่าที่สุด

… คุณอาจพบเจอสาระอื่นๆ ได้ จากการหนังสือเล่มนี้ครับ

==============================

อ่านบ้านๆ ลำดับที่ 92

อยากคว้าแต้มใหญ่ ต้องเล็งให้ตรงกลางเป้า
Bull’s Eye: The Power of Focus

ผู้เขียน: Brian Tracy
ผู้แปล: วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ
สำนักพิมพ์: Move Publishing

=======================================

สนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่ครับ
https://www.10000tipbook.com/p/9536

โฆษณา