รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

El Camino Christmas (2017) คริสต์มาสที่ เอล คามิโน่

25152005_1858947720802687_1761389961418237390_n

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกหลากอารมณ์ผสมๆ กันครับ แม้หน้าหนังจะว่าด้วยวันคริสต์มาส แต่ตัวหนังไม่ได้มาในแนว Feel Good ไม่ได้เต็มไปด้วยความแฮ้ปปี้แบบหนังเทศกาลทั่วๆ ไป แต่มันออกมาแนวตลกร้ายน่ะครับ

เล่าคร่าวๆ ก็คือเหตุเกิดในเมืองเอลคามิโน เมื่อชายชื่อเอริค รอธ (Luke Grimes) เดินทางเข้าเมืองมาเพื่อตามหาใครบางคน แต่เขากลับโดนตำรวจขี้เมาอย่างคาร์ล (Vincent D’Onofrio) เพ่งเล็ง และหลงเข้าใจผิดคิดไปว่าเอริคเป็นพวกค้ายา

แล้วเหตุการณ์มันก็บานปลายไปกันใหญ่ครับ ส่งผลให้ชีวิตใครอีกหลายคนต้องมาวุ่นวายตาม ไม่ว่า เคท (Michelle Mylett) พนักงานร้านชำที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง, วินเซนเต้ (Emilio Rivera) เจ้าของร้านชำที่กลายเป็นที่เกิดเหตุแบบไม่ทันตั้งตัว

ไหนจะมีบ็อบ (Kurtwood Smith) นายอำเภอที่ดูเหมือนจะเอาการเอางาน แต่เอาเข้าจริงออกจะเป็นพวกเช้าชามเย็นชามมากกว่า, บิลลี่ (Dax Shepard) อีกหนึ่งนายตำรวจที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองสักเท่าไร

แลร์รี่ (Tim Allen) ชายขี้เมาที่เอริคได้พบเจอระหว่างตามหาคน และ เบธ (Jessica Alba) นักข่าวสาวที่กำลังท้องแก่ แต่ก็จำต้องตระเวนหาข่าวตามหน้าที่ ซึ่งชีวิตพวกเขาจะมาเกี่ยวกันแบบไหน และเรื่องจะลงเอยอย่างไร คำตอบอยู่ในหนังแล้วครับ

หนังมีทั้งส่วนที่ผมชอบและส่วนที่เฉยครับ แต่ดูจะมีส่วนที่ผมชอบอยู่เยอะกว่าหน่อย อย่างแรกคือเหล่าดาราในเรื่องทำหน้าที่ได้ดีครับ แม้จะไม่ได้สุดยอดหนักๆ แต่ก็ถือว่าเล่นกันได้ดีและเป็นพลังสำคัญที่ทำให้หนังน่าติดตาม จนผมบอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ถือว่าเข้าท่าเกินมาตรฐานหนังทั่วๆ ไปหลายๆ เรื่องของ Netflix ครับ

ตัวพล็อตมันก็เหมือน Pulp Fiction มาเจอกับ Love Actually น่ะครับ จากเรื่องที่เริ่มเรื่อยๆ แล้วก็มีปมโผล่มาทีละนิด จนพอความเข้าใจผิดมันเลยเถิด อะไรๆ ก็เลยลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งจุดนี้หนังก็ทำได้ไม่เลวครับ แต่อาจจะยังไม่ลงล็อคหรือเนียนแบบเต็มๆ ในบางประเด็น

จุดที่ผมชอบอีกอย่างคือ หนังยังคงได้บรรยากาศวันคริสต์มาสอยู่ ไม่ว่าจะบรรยากาศหรือตอนตัวละครร้องเพลงกันทั้งที่เกิดเรื่อง มันดูพอดีครับสำหรับอะไรเหล่านี้ มันไม่ได้ดูเสแสร้งหรือยัดเยียด มันเหมือนพอตัวละครเจอเรื่องร้ายและเรื่องวุ่นวายเข้าเยอะๆ ก็เลยขอร้องเพลงผ่อนคลายสักหน่อย ใช้บรรยากาศวันคริสต์มาสช่วยบรรเทา มันก็ได้อารมณ์เข้ากันไปอีกแบบ

บทสรุปของหนังถือว่ากำลังดีครับ จะว่าจบดีก็ได้ แต่ก็ยังแฝงด้วยความเศร้าอยู่ ผมถึงบอกน่ะครับว่าความรู้สึกผมมันกลั้วๆ กันระหว่างชอบกับเฉย เพราะหลายอย่างทำได้ดี แต่มันอาจจะไม่สุดแบบเต็มๆ เท่านั้นเอง

ซึ่งจุดนี้ผมไม่โทษคนทำนะ เพราะการทำหนังตลกร้ายนี่มันเป็นอะไรที่ยากที่สุดแล้วครับ มันไม่ได้ฮาอย่างเดียว แต่มันเป็นความฮาแบบเสียดสี ฮาแบบเจ็บแสบ บางครั้งก็ฮาอาบเลือด ยิ่งเส้นกับจริตของแต่ละคนต่างกันด้วยแล้ว เลยทำให้การจะทำหนังตลกร้ายให้ถูกเส้นทุกๆ คนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบางอย่างหนักไปก็ไม่ได้ แต่ถ้าเบาไปก็กลายเป็นไม่ถึง

ผมว่าหนังเหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังวันคริสต์มาสที่สนใจจะลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง เพราะนี่มันหนังวันคริสต์มาสแท้ๆ แต่ไม่ได้มีความโรแมนติก ไม่ได้เน้นความอบอุ่น แต่กระนั้นมันก็ยังมีไออุ่นและความ Feel Good แฝงอยู่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่าตอนจบแบบนี้ เป็นอะไรที่พอเหมาะแล้วล่ะครับ

อย่างน้อยถ้าถามว่าหนังมีประเด็นครอบครัว, การให้อภัย, การรำลึกอดีตที่แสนหวาน หรือเรื่องของความหวังชีวิตแบบที่หนังวันคริสต์มาสชอบเอามาอดแทรกอยู่ไหม ผมว่าก็มีครบน่ะครับ เพียงแต่รสมันออกแนวร้ายๆ แสบๆ เท่านั้นเอง

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

 

Advertisements