รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Funhouse (1981), สวนสนุกสยอง

17c0b0f971a6ec662dcc66a8631e81ef

ผมเคยได้ดูหนัง The Funhouse รอบแรกในช่อง HBO ก็ยอมรับครับว่าดูเพลินดี มันก็สนุกใข้ได้ แล้วก็ผสมด้วยความน่ากลัวแบบลงตัวในระดับหนึ่ง

แล้วหลายปีต่อมาผมก็ได้อ่านนิยายแปลของสำนักพิมพ์วรรณวิภา ชื่อเรื่องว่า สวนสนุกมหากาฬ และชื่อภาษาอังกฤษก็คือ The Funhouse เหมือนกัน ซึ่งคนเขียนก็คือ Dean R. Koontz นักเขียนนิยายแนวระทึกที่ผมชอบมากอีกท่านหนึ่ง (ลองอ่านรีวิวนิยายเรื่องนั้นได้ โดยคลิ้กที่นี่ได้เลยครับ)

ซึ่งผมก็เกิดคำถามครับว่าหนังและนิยายเรื่องนี้มันเกี่ยวกันหรือเปล่า เพราะเนื้อเรื่องอะไรมันตรงกันเด้ะๆ เลย และจากปีที่วางจำหน่ายก็พบว่า นิยายมาก่อนหนังครับ แต่พอลองเช็คเครดิตแล้ว ก็ไม่มีชื่อพี่ Koontz ในหนังแม้แต่น้อย…

แล้วในที่สุดปริศนาก็ไขกระจ่างครับ จากการค้นไปค้นมา ก็พบว่า จริงๆ แล้วนิยายนั้น เขียนขึ้นจากบทภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้อีกทีน่ะครับ โดยมีการวางแผนเอาไว้ว่า จะให้หนังฉายก่อน แล้วนิยายออกตาม เพื่อช่วยสร้างกระแสซึ่งกันและกัน แต่เผอิญว่า The Funhouse ฉบับหนังนั้นถ่ายทำล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ฉบับนิยายวางจำหน่ายก่อนครับ นี่จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมนิยายมาก่อนหนัง แต่ดันไม่มีชื่อพี่ Koontz ในเครดิต

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องหนังกันดีกว่านะครับ เท้าความประวัติกันมาเยอะแล้ว ก็เป็นเรื่องของวัยรุ่น 4 คน หญิง 2 ชาย 2 นัดกันไปเที่ยวงานคาร์นิวัล (หรืองานวัดฝรั่งน่ะแหละครับ) พวกเขาก็เที่ยวงาน เล่นสนุก พร้อมจีบกันไปตามประสาล่ะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าพวกเขาเที่ยวกันแบบปกติ และไม่ทะลึ่งทำอะไรบ้าๆ ก็คงไม่มีอะไรหรอกครับ แต่เรื่องมันมาวุ่นก็ตอนที่ทั้ง 4 คนดันอยากสนุกแบบเสี่ยงๆ กะนั่งเล่นนอนเล่นในสวนสนุกตอนดึกๆ…

แล้วความซวยก็บังเกิดครับ เพราะระหว่างนั่งเล่นนอนเล่น พวกเขาดันไปรู้ไปเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเข้า ก็เลยโดนตัวประหลาดสุดโหดในบ้านผีสิงไล่ฆ่า… เอาล่ะสิ แล้วมันจะรอดกันไปได้ไหมเนี่ย

อย่างที่ผมเกริ่นไปตอนต้นน่ะแหละครับ ว่าหนังก็กลมกล่อมใช้ได้ สนุกปนสยองดี ลุ้นได้เรื่อยๆ ช่วงต้นๆ ตอนพวกหนุ่มสาวเขาเที่ยวกันก็เพลินดีน่ะครับ แล้วระหว่างที่ความสนุกกำลังดำเนินไป หนังก็แอบแทรกบรรยากาศ กลิ่นอายความน่ากลัวลงไปทีละน้อยๆ แล้วพอถึงครึ่งหลัง เมื่อเกิดเหตุเริ่มต้นแห่งความสยอง เท่านั้นล่ะครับ ความตื่นเต้นไหลมาเทมาทันที

จริงๆ ถ้าหนังเรื่องนี้มันจะสยองลงตัวเข้าท่าก็ไม่แปลกหรอกครับ เพราะคนกำกับน่ะชื่อ Tobe Hooper ที่ช่วงนั้นชื่อกำลังร้อนจาก The Texas Chain Saw Massacre แล้วก็ Salem’s Lot สมัยนั้นน่ะแกทำหนังยังจัดได้ว่าสนุก รสมือยังมีดีอยู่ ถัดจากเรื่องนี้ก็มี Poltergeist อีกเรื่องที่จัดว่าเด็ด แต่หลังจากนั้นนี่รู้สึกจะออกแนว เด้ด ซะล่ะมากกว่า

เรื่องนี้ตอนดูรอบแรกผมโอเคนะ พอมารอบล่าสุดก็ยังชอบอยู่ สนุกดีครับ มีลุ้น ตื่นเต้น ความน่ากลัวทางบรรยากาศนี่นับว่าผ่าน ทีมงานออกแบบงานคาร์นิวัลออกมาได้ดีครับ คือมันดูเป็นงานคาร์นิวัลบ้านๆ ธรรมดาๆ นี่แหละ แต่ก็แฝงความน่ากลัวเอาไว้ได้ คือไม่ได้น่ากลัวแบบจงใจนะครับ มันน่ากลัวแบบพอดีจังหวะมากกว่า

หลังจากแนะนำ (กึ่งเตือน) ถึงหนังสยองมาหลายเรื่อง ก็มีเรื่องนี้แหละครับที่ผมพอจะพูดได้ว่าดูได้ ดูเพลิน สนุกและสยองดี แต่กระนั้นก็ไม่ได้ดีถึงขั้นสุดยอดเท่างานเด็ดๆ ของพี่ Tobe อย่าง Texas หรอกครับ แต่ก็ถือเป็นงานอร่อย ได้มาตรฐาน คอหนังสยองดูแล้วก็น่าจะสมหวัง

สำหรับผมนั้น ก็รู้สึกล่ะครับว่าหนังมันโอเคเลยล่ะ เพราะขนาดดูมาหนึ่งรอบ อ่านนิยายอีกหนึ่งรอบ จำเนื้อเรื่องได้เกือบหมด แต่ก็ยังอดลุ้นไม่ได้ตอนดูรอบหลังเนี่ย แสดงว่าหนังก็มีดีน่าพอใจใช่เล่น…

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6/10)

Advertisements