Anthology Movies/Series

Twilight Zone: The Movie (1983) แดนสนธยา

v1.bTsxMTIwODM0ODtqOzE3ODE0OzEyMDA7MTIwMDsxNjAw

สำหรับ The Twilight Zone คอหนังแนวสยองขวัญคงรู้จักดีล่ะครับ เวอร์ชั่นล่าสุดปี 2002 เพิ่งเอามาฉายในบ้านเราเมื่อปีที่แล้วเอง (2549) ก็มีคนติดกันงอมแงม ผมก็ชอบนะ แต่เอาเข้าจริงๆ รู้สึกว่ามันยังไม่เต็มที่ มาเหมือนเวอร์ชั่นเก่าแก่ที่ดูสนุกกว่า พวกเวอร์ชั่นต้นฉบับน่ะครับ บรรยากาศอารมณ์มันเด็ดขาดดี แต่ของใหม่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ก็ดูได้เรื่อยๆ

The Twilight Zone แรกเริ่มของแท้ตัวต้นฉบับคือปี 1959 ภายใต้การสร้างของชื่อชื่อ Rod Serling ฉายติดต่อกัน 5 ปี ซึ่งก็ฮิตติดลมอย่างมหาศาล กลายเป็นหนึ่งในยอดซีรี่ส์คลาสสิกตลอดกาล แต่ละตอนก็จะนำพาคนดูไปสู่เรื่องราวที่พลิกผันจนเกินคาดเดา ไม่ว่าจะเรื่องเหนือธรรมชาติหรือผีสาง บางทีก็เป็นแนววิทยาศาสตร์ไปไหนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชมจะชอบล่ะครับ ยิ่งอเมริกันชนรักหนังไซไฟอยู่แล้วด้วย แต่พอถึงจุดอิ่มตัวมันก็ไม่ต่างจากซีรี่ส์ทั่วไปที่ต้องหยุดตัวเองลง

จากนั้นก็มีการจดๆ จ้องๆ จะเอา The Twilight Zone มาทำใหม่อยู่เสมอๆ มีหนังและซีรี่ส์แนวคล้ายกันออกมาพอตัว จนปี 1983 นี่แหละครับที่ The Twilight Zone ได้กลับมาแล้วก็เป็นหนังที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี่แหละ ซึ่งก็ปรากฏเป็นตัวตนด้วยความร่วมมือของเหล่านักสร้างหนังไฟแรงในตอนนั้นอย่าง Joe Dante (Gremlins), John Landis (The Blues Brothers), George Miller (Mad Max) และ Steven Spielberg ที่ต่างก็เติบโตมาพร้อมกับซีรี่ส์ล้ำจินตนาการชุดนี้

The Twilight Zone เวอร์ชั่นนี้ก็เหมือนเดิมครับ เอาเรื่องชวนพิศวงมาเล่าให้ฟัง 4 เรื่อง

ตอนที่หนึ่ง รีเมกจากตอน A Quality of Mercy และ Deaths-Head Revisited เมื่อปี 1959 ว่าด้วยตัวเอกที่ชื่อ บิลล์ คอร์เนอร์ (Vic Morrow) ชายที่เหยียดทั้งผิว ทั้งเพศและทุกชาติพันธุ์กำลังจะพบกับเรื่องขนหัวลุกสุดขีด หลังจากอาละวาดกลางบาร์แล้วก็ออกมาอย่างฉุนเฉียว แต่พอก้าวพ้นประตูเท่านั้นล่ะครับ ก็พบว่าตัวเองหลุดเข้ามาสู่ยุคนาซี และโดนไล่ล่าอย่างโหดเหี้ยมเนื่องจากเป็นยิว!

ตอนที่สองเอาตอนเก่าแก่ที่ชื่อ Kick the Can มารีเมกใหม่ เล่าถึงบ้านพักคนชราที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อมีคนมาปลุกความเป็นเด็กในตัวผู้อาศัยทุกคนให้ฟื้นขึ้นมา

ตอนที่สาม รีเมกจาก It’s a Good Life อีกหนึ่งตอนที่ได้รับคำชมว่าเฉียบขาด หมายถึงของเก่านะครับ ซึ่งของใหม่ก็นี่ก็คงเรื่องเดิม ว่าด้วยเด็กที่มีพลังจิตแรงกล้า สามารถเล่นงานใครก็ตามที่ขัดใจเขา… แต่เล่นแบบถึงตายนะ!

ตอนที่สี่ปิดเรื่องด้วยการนำเอา Nightmare at 20,000 Feet มารีเมก บนเครื่องบินลำหนึ่ง เมื่อผู้โดยสาร (John Lithgow) เกิดเห็น ปีศาจเกรมลินส์ ที่ว่ากันว่าชอบทำให้เครื่องบินตกมาผลุบๆ โผล่ๆ ตรงปีกของเครื่อง พี่แกก็เริ่มคลั่งล่ะครับ แต่บอกใครก็ไม่เชื่อ แล้วเขาจะหยุดยั้งไม่ให้อันตรายเกิดกับเครื่องบินได้หรือไม่
ครับ สี่ตอนแต่รสชาติใกล้เคียงกันนะ เริ่มมาธรรมดา แล้วความบ้าก็ค่อยๆ เพิ่ม ตอนจบก็ต้องหักมุมพอหอมปากหอมคอ ครบสูตรอย่างที่คนทำตั้งใจ ก็เชื่อล่ะครับว่า 4 ผู้กำกับชอบซีรี่ส์ชุดนี้มากเลยฝังใจเอามาทำ แต่ถ้าถามว่าดีหรือไม่ก็มาว่ากัน

ถ้าถามเรื่องความสนุกมันก็สไตล์ The Twilight Zone ล่ะครับ ลองว่าชอบก็น่าจะสนุกกับหนังได้ แต่ถ้าไม่ก็คงเฉยแหลก ส่วนผมก็ว่าโอเคนะ ไม่ผิดหวังแต่ก็ไม่ได้อึ้งกิมกี่อะไรตอนดู หลายอย่างพอเดาได้ สงสัยดูหนังแบบนี้มาเยอะมั้งครับเลยเดาทางได้หมด

Twilight-Zone-The-Movie_poster_goldposter_com_4

ว่ากันรายตอนเลยคือ ตอนแรกไม่เลวครับ ใช้ได้ทีเดียว จบลงอย่างน่ากลัวพอตัว เป็นไงไปดูเองนะครับ แต่เรื่องราวตอนนี้ออกจะสั้นกว่าตอนอื่นด้วยเหตุผลว่า จริงๆ มันถ่ายทำไม่จบครับ เพราะดันเกิดอุบัติเหตุน่าเศร้ากลางกองถ่าย ทำให้ Morrow ตัวเอกของตอนเสียชีวิตไป ประมาณว่ามันจะมีฉากกลางสนามรบ ฉากเฮลิคอปเตอร์ตก แต่เกิดผิดคิว ใบพัดคอปเตอร์ไปตัดเอาคอของ Morrow ขาด พร้อมเด็กอีกสองคนที่เข้าร่วมแสดงเสียชีวิตคาที่ เป็นอีกหนึ่งตำนานกลางกองถ่ายที่น่าสยองพอดูครับ ทำให้ตอนแรกโดนตัด จนจบอย่างที่เห็น ซึ่งบรรยากาศนับว่าไม่เลวครับ ตอนที่หนึ่งนี่กำกับโดย Landis นะครับ

ส่วนตอนที่สอง Spielberg กำกับเอง ว่าตามจริงคือสไตล์เรื่องค่อนข้างต่างจากเขาหมด ขณะที่ตอนอื่นมันเน้นน่ากลัวและเหตุชวนตกใจ แต่ตอนนี้เล่นกับความเชื่อ และความหวังอันงดงาม ไม่ได้มีความสยดสยองให้เจอแม้แต่น้อย ซึ่งก็เป็นสไตล์ของ Spielberg เขาน่ะแหละ เป็นอีกตอนที่ทำออกมาดีครับ ดูชวนประทับใจนะ มันสื่อได้ตรงดีมากๆ ว่า ความเป็นเด็กมีอยู่ในตัวคนทุกคน ไม่ว่าอายุจะมากมายไปแค่ไหน ทุกอย่างอยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น

ตอนที่สามกำกับโดย Dante ก็เน้นสยองแบบเนิ่บๆ ครับ แนวคิดผมว่าไม่เลวนะ แต่การเดินเรื่องยังไม่เต็มที่ เพราะคนในบ้านมันต้องกลัวเด็กนรกคนนี้ไงครับ ทว่าบรรยากาศมันยังไม่วิปริตพอ เลยทำให้ได้อารมณ์แค่ประมาณหนึ่งเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากหนังไม่กล้าเล่นแรงด้วยล่ะครับ กลัวคนจะรับไม่ได้มั้ง ให้เด็กมาทำตัวอำมหิต เลยไม่แรงพอ อันนี้สะใจส่วนตัวครับ อิอิอิ

ตอนที่สี่ เน้นสยองและสั่นประสาทอย่างเดียว อารมณ์ประมาณ Red Eye ที่เปลี่ยนจากคนร้ายโรคจิตเป็นปีศาจเกรมลินส์น่ะฮะ เน้นตื่นเต้นอย่างเดียว แล้ว Lithgow ก็เล่นได้บ้าคลั่งดีด้วย เลยไปกันใหญ่ล่ะครับ ไปๆ มาๆ ผมดันชอบตอนที่สี่สุดนะ มันง่ายดีครับ ความกดดันมันถึงอ้ะ ตัวละครก็คลั่งไป คนในเครื่องก็ออกอาการไป ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้… ตอนแบบนี้จะว่าทำง่ายก็ไม่เชิง ต้องสร้างความสยองให้เกิดกับคนดูให้ได้ แล้วเท่าที่ดูมันก็สำเร็จซะด้วยน่ะครับ

นี่แหละครับ บางทีเราดูหนังแนว The Twilight Zone นี่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอก แค่ให้มันพิศวงก็พอ ดังนั้นตอนสุดท้ายค่อนข้างให้อะไรตรงกับใจต้องการมากหน่อย

ก็ถือว่าไม่เลวล่ะครับสำหรับเวอร์ชั่นนี้ ดูเอาเพลินๆ แต่ในใจก็ยังยกให้พวกต้นฉบับมันดูคลาสสิก ถึงกว่ากันเยอะ ส่วนถ้าต้องเทียบกับฉบับใหม่ ปี 2002 ผมว่าเวอร์ชั่นหนังนี่โอเคกว่าอยู่พอตัว อย่างน้อยมันก็ออกมาดูโรคจิตล่ะครับ เพราะเวอร์ชั่น 2002 นี่ดูไม่โรคจิตยังไงก็ไมรู้

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements