Adventure

Free Willy 3: The Rescue (1997) ฟรี วิลลี่ 3 เพื่อเพื่อนด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่

1369222902

วิลลี่ วาฬเพชฌฆาตขวัญใจผู้ชมกลับมาอีกครั้งครับ พร้อมเพื่อนเก่าอย่าง เจสซี่ (Jason James Richter) ที่ในภาคนี้อายุได้ 16 ปีแล้ว และเขาก็ทำงานเป็นทีมวิจัยเกี่ยวกับวาฬเพชฌฆาตร่วมกับแรนดอล์ฟ (August Schellenberg) เพื่อนต่างวัยชาวอินเดียนแดงที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด

ครั้งนี้เขาต้องหาทางขัดขวางเรือลักลอบล่าวาฬครับ เจ้าของเรือคือ จอห์น เวสลี่ย์ (Patrick Kilpatrick) ที่ทำอาชีพนี้มาหลายชั่วอายุคน และเชื่อว่าการล่าวาฬเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกันลูกชายของเขาที่ชื่อ แม็กซ์ (Vincent Berry) ก็เริ่มมีคำถามแล้วว่า การล่าวาฬของพ่อนั้นเป็นเรื่องถูกต้องจริงหรือไม่

ว่าแบบไม่อ้อมค้อมครับ ภาคนี้ดีกรีความสนุกน่าติดตามถือว่าน้อย ส่วนหนึ่งอาจเพราะหนังถอดเอาจุดเด่นจากภาคก่อนๆ อย่าง “ความอบอุ่นในครอบครัว” ออกไป ตัวลพะครเก่าๆ มีแค่เจสซี่และแรนดอล์ฟครับ (จะนับรวมวิลลี่ก็ได้นะครับ) นอกนั้นเป็นตัวละครใหม่ โดยโทนเรื่องจะดูจริงจัง ซีเรียสมากขึ้น มุขตลกหรือประเด็นความรักในครอบครัวจะน้อยลงไป เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวก็จะออกแนวหนักๆ มากกว่า

เรื่องครอบครัวที่ว่าก็คือครอบครัวเวสลี่ย์ที่ล่าวาฬนั่นแหละครับ จอห์นผู้เป็นพ่อและหัวหน้าครอบครัวก็มุ่งมั่นในการล่าวาฬ ทั้งเพราะมันเป็นอาชีพที่ทำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และยังเป็นแหล่งหาเงินที่สำคัญของเขา ส่วนลูกของเขาก็เริ่มถามคำถามว่าการล่าสัตว์อื่นที่มีเลือดเนืิ้อ มีชีวิต และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เช่นนี้มันเป็นเรื่องดีจริงหรือ แล้วเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำแบบนี้ได้เลยหรือ?

ประเด็นในหนังก็น่าทำความเข้าใจครับ จอห์นเลี้ยงดูครอบครัวมานานด้วยอาชีพนี้ พ่อแม่ของเขาก็ทำอาชีพนี้ จนพอตอนที่ลูกของเขาถามว่าการล่าวาฬนี่ถูกหรือไม่ จอห์นก็ตอบว่า “ถ้าการทำแบบนี้มันผิด ก็แสดงว่าพ่อทำผิด พ่อของพ่อทำผิด และปู่ของพ่อก็ทำผิดน่ะสิ” กล่าวคือเป็นการยกคำอ้างบนความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ครอบครัวของทำมาตลอดนั้น ถ้าไม่ดีก็คงไม่ทำหรอก ดังนั้นมันก็ต้องเป็นสิ่งดีและสิ่งที่พึงกระทำสิ

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าการล่าวาฬคืออาชีพหนึ่ง ทำเงินได้ดี และต้องอาศัยความชำนาญ มันน่าจะเป็นอาชีพที่น่าทำไปเรื่อยๆ ล่ะครับ แต่มีข้อแม้อยู่อย่างคือ “โลกนี้ต้องมีวาฬให้ล่าแบบไม่จำกัดนะ”

มันคงไม่มีปัญหาครับหากวาฬมันมีไม่จำกัด จะล่าเท่าไรก็ไม่หมด แต่ประเด็นคือวาฬไม่มีมากพอเท่ากับความต้องการของมนุษย์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันหรอกครับ มันสูญพันธุ์แน่นอนหากการล่าไม่หยุด ทั้งที่เราสามารถใช้วัตถุใหม่ๆ ที่ค้นพบมาทดแทนได้

นี่ยังไม่รวมว่าวาฬคือสิ่งมีชีวิตนะครับ มันก็มีครอบครัวของมัน มีลูกหลานพ่อแม่ มีชีวิตง่ายๆ และมีความสวยงามน่าค้นหาอีกมากมาย การทำลายชีวิตของวาฬ (หรือของสัตว์อื่นใด) แต่ละครั้งเพื่อเอามาทำอะไรสักอย่างให้มนุษย์ มันคุ้มจริงหรือเปล่า และเรามีทางหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ได้หรือไม่

… มีทางไหมที่มนุษย์จะอยู่รอดต่อไปได้ โดยลดการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น

… มีทางไหมที่มนุษย์จะอยู่รอดต่อไปได้ โดยการอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น

… มีทางไหมที่มนุษย์จะอยู่รอดต่อไปได้ โดยการเรียนรู้และใช้ศาสตร์แห่งการเกื้อกูล กับศาสตร์แห่งการแบ่งปัน

เป็นไปได้ว่าถ้าเราหาทางให้มันมี มันก็จะมีหนทาง เหมือนที่แซมตั้งคำถาม และได้รับคำตอบจากเจสซี่

แต่มันจะไร้หนทางครับ หากเราทำเหมือนจอห์นที่ไม่มีการตั้งคำถามใดๆ เอาแต่ทำตามแบบที่บรรพบุรุษทำ บรรพบุรุษที่ยังไม่ตระหนักถึงสมดุลย์ของโลก ไม้เข้าใจถึงระบบนิเวศน์ ไม่เคยรู้ว่าโลกจะเป็นอย่างไรหากสัตว์ทยอยสูญพันธุ์ หากสภาวะอากาศทยอยผันแปร

หลายสิ่งที่บรรพบุรุษมองไว้ให้ มีคุณค่า เป็นคำสอนแห่งการอยู่รอด (เช่น การให้ความเคารพธรรมชาติ การรู้จักนำของป่ามาช่วยรักษาคน การรู้จักประมาณตนหยิบเอาจากธรรมชาติแต่พอเพียง ฯลฯ) ส่วนคำสอนบางประการที่ออกแนวทำลาย เห็นแก่ตน ไม่คิดถึงอนาคตการณ์ไกล อันนี้หากเราจะทบทวนแล้วไตร่ตรองมันอีกสักที… ก็ไม่น่าจะเสียหายจริงไหมครับ

นี่แหละครับ ประเด็นในภาคนี้ที่ทำให้โทนหนังดูจริงจัง จนอาจเพิ่มความเครียดให้นิดๆ สำหรับความเป็นหนังครอบครัว ส่วนความสนุกบันเทิงก็ไม่มากมายเท่าภาคก่อนๆ และนี่ถือเป็นภาคแรกด้วยครับที่ไม่ได้มีเพลงของ Michael Jackson มาเป็น Soundtrack ประกอบ

ภาคนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบและติดตามหนังชุดนี้มาตลอดครับ มันก็ยังดูได้ แต่ไม่สนุกเท่า 2 ภาคก่อน

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements