Adventure

Free Willy (1993) ฟรี วิลลี่ เพื่อเพื่อนด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่

1368764014

เจสซี่ (Jason James Richter) คือหนุ่มน้อยที่ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ส่วนแม่ก็หนีหายไปโดยไม่ร่ำลา เพื่อนที่เขามีก็เป็นเด็กกวนเมืองที่ก่อเรื่องเป็นประจำ ยังดีที่เขามีนักสังคมสงเคราะห์อย่าง ดไวท์ (Mykelti Williamson) คอยช่วยเหลือและจัดหาครอบครัวให้ โดยเจสซี่ได้ไปอยู่กับเกลน (Michael Madsen) กับ แอนนี่ กรีนวู๊ด (Jayne Atkinson) ที่กำลังอยากได้บุตรบุญธรรมสักคนอยู่พอดี

แต่สำหรับเจสซี่แล้วเขาไม่ต้องการครอบครัวใหม่หรอกครับ เขาอยากได้แม่คืนมามากกว่า ทำให้เจสซี่และเกลนมีปัญหากันเป็นประจำ แล้ววันหนึ่งเจสซี่ก็ไปเดินเล่นในสวนน้ำเก่า แล้วเขาก็ได้เจอกับวาฬเพชฌฆาตที่ชื่อวิลลี่ จากนั้นมิตรภาพระหว่างเด็กกับวาฬตัวยักษ์ก็เริ่มต้นครับ

เป็นหนังมิตรภาพระหว่างเด็กน้อยกับสัตว์ที่หากจะบอกว่าพิมพ์นิยมก็คงไม่ผิดครับ แต่กระนั้นหนังก็ทำออกมาได้สนุก เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว มีทั้งความตลก ความตื่นเต้น มีแง่คิดดีๆ และมีความอบอุ่นประทับใจครบในหนังเรื่องนี้ จนไม่แปลกใจครับที่หนังจะประสบความสำเร็จมากมาย โดยหนังทุน 20 ล้านเหรียญเรื่องนี้โกยไปได้กว่า 153.6 ล้านเหรียญจากทั่วโลก และผลก็คือหนังมีภาคต่อตามออกมาอีกหลายตอน

ผมว่าหนังมันพอดีพอเหมาะนะครับ มันอาจไม่ได้เป็นสุดยอดหนังที่ลงตัวทุกกระเบียด แต่หนังก็มีสิ่งดีๆ เริ่มจากเหล่าดาราที่แสดงกันได้ดีครับ โดยเฉพาะ Madsen ที่ดูเป็นคุณพ่อบุญธรรมที่สมจริง นั่นคือไม่ใช่คุณพ่อที่สุภาพ น่ารัก แล้วก็ไม่ใช่คุณพ่อที่เลวร้าย เขาคือพ่อเลี้ยงที่มีอยู่จริงๆ ในโลกน่ะครับ นั่นคือเขาอาจไม่ใช่คุณพ่อที่คุมอารมณ์ตัวเองได้ตลอด มีกระทบกระทั่งลูกเลี้ยงบ้าง แต่เขาก็พยายามคุมตัวเอง พยายามสื่อสารกับลูกเลี้ยง และในยามทำผิดเขาก็จะขอโทษ จนเรียกได้ว่านี่คือพ่อเลี้ยงที่จัดว่าดีมากๆ เท่าที่ใครจะมีได้แล้วล่ะครับ คือไม่ได้ดีเลิศแต่เรียกได้ว่า “ดีพอ” และที่สำคัญคือเขารักและห่วงใยเจสซี่จริงๆ แบบที่เราสัมผัสได้

ส่วน Richter นี่คืองานแสดงเรื่องแรกของเขาครับ แม้จะไม่ได้ฝีมือสุดยอด แต่ก็สมบท ส่วนหนึ่งเพราะได้ดาราดีๆ อย่าง Madsen และ Williamson มาช่วยประคอง

เป็นหนังที่คุ้มค่าแก่การดูครับ ในแง่บันเทิงนั้นหนังจัดได้ว่าสนุก เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี มีช่วงสนุกๆ น่ารักตอนที่เจสซี่กับวิลลี่สานสัมพันธ์กัน แล้วก็มีช่วงตื่นเต้นในตอนท้ายเมื่อเรื่องราวทั้งหลายขมวดปม ซึ่งผมว่าตอนท้ายๆ นี่ทำเอาเราลุ้นตามเลยล่ะครับ แล้วการไล่ระดับเหตุการณ์ให้เราลุ้นมันถูกจังหวะเอามากๆ ด้วย ประมาณว่าช่วงหนึ่งฝ่ายพระเอกกำลังจะทำสำเร็จแต่ก็มีอุปสรรคมาขวาง พอแก้ได้ก็เจออุปสรรคใหม่ เรียกว่ากว่าจะจบเรื่องแบบสุขสันต์ได้เนี่ยก็ทำเอาคิ้วขมวดเป็นเกลียวคลื่นเลยล่ะครับ

สิ่งที่ผมชอบอีกประการคือสาระง่ายๆ ตามสไตล์หนังครอบครัวที่เหมาะจะนำมาสอนให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเรื่องรักธรรมชาติ เมตตากรุณาต่อสัตว์ หรือถ้าจะมองให้ลึกอีกนิดก็พบว่าหนังมีอะไรน่ามองน่าคิดไม่น้อย

อย่างความสัมพันธ์ระหว่างเจสซี่กับวิลลี่ก็เหมือนเป็นการสื่อถึง 2 ชีวิตที่ต้องมาอยู่ลำพังในโลกใบใหม่ เจสซี่ขาดแม่ต้องมาอยู่กับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ส่วนวิลลี่ก็โดนพรากมา ถูกเลี้ยงโดยครูฝึกสัตว์อย่างเลย์ ลินด์เล่ย์ (Lori Petty) และแรนดอล์ฟ จอห์นสัน (August Schellenberg) ชาวอินเดียนแดงที่ชอบสื่อสารกับสรรพสัตว์ ซึ่งในระยะแรกการปรับตัวของทั้งสองก็ลำบากกันไปทุกฝ่ายครับ ต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามพอสมควรในการปรับตัวเข้าหากันได้

wSzL3pEuraPtMBuAEmeSezQBKRu

โชคดีอย่างหนึ่งของทั้งคู่คือได้คนดีๆ มาดูแลครับ คนที่พยายามจะปรับตัวและใส่ใจในพวกเขา นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจสซี่เปลี่ยนไปในทางที่ดี จากเด็กเกเรที่ชอบสุงสิงกับเพื่อนข้างถนนก็กลายมาเป็นเด็กที่มีเป้าหมายรายวัน (นั่นคือการอยู่และสอนวิลลี่อย่างสนุกสนาน) ไม่ได้อยู่ไปวันๆ อันนี้ผมก็ว่าก็เป็นหลักที่น่าสนใจนะครับ การหาอะไรสักอย่างที่เด็กชอบมาให้เด็กทำ แล้วเราก็ส่งเสริมไปนั่นก็จะเป็นการดีต่อเด็กอย่างยิ่งแล้วล่ะครับ

บางครั้งเราพยายามสอนเด็กๆ ด้วยคำพูด ด้วยการทำให้ดู หรือด้วยการเอาหนังสือให้อ่าน แต่หากเราไม่สอนด้วยการให้เขาลงมือทำจริง ในชีวิตจริง ในสถานการณ์จริง นั่นก็ย่อมเป็นการสอนอาจไม่ได้ผลแบบเต็มที่

อย่างเจสซี่ก็เหมือนกันครับ เกลนพยายามสอนก็แล้ว ขู่ก็แล้ว ปลอบก็แล้ว เจสซี่กลับยิ่งเตลิด แต่พอเจสซี่มีอะไรทำ เจอสิ่งที่ชอบแล้ว เหล่าผู้ใหญ่แต่ละคนก็ค่อยๆ สอนเขาโดยแทรกไปกับในแต่ละช่วงแต่ละวันของเจสซี่ เช่น การสอนผ่านวิลลี่ สอนผ่านการเลี้ยงวิลลี่ สอนผ่าคำแนะนำ ในที่สุดเจสซี่ก็ได้วิชาชีวิตมากมายติดไปโดยไม่รู้ตัว

นี่อาจเป็นเคล็ดลับที่น่าสนใจอย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่และคุณครูนะครับ ลองนำไปปรับใช้กันได้ตามสะดวก

ในหนังนั้นมีฉากง่ายๆ ที่ดูแล้วเราเก็ทได้ไม่ยากในสิ่งที่คนทำพยายามสื่อออกมาครับ อย่างฉากการสื่อสารแบบอ่อนโยนของเจสซี่กับวิลลี่, การแสดงออกแบบโกงเต็มร้อยของบทตัวร้ายเห็นแก่ตัว (แสดงได้อย่างเนียนๆ ง่ายๆ โดย Michael Ironside) หรือตอนที่วิลลี่ตื่นกลัวอันเนื่องมาจากมีเด็กเป็นสิบๆ คนมาทุบตู้ เป็นภาพที่สะท้อนอะไรได้หลายอย่างดีครับ และภาพแบบนั้นมันก็มีจริงๆ นั่นแหละครับ อันนี้ก็สื่อกับเราได้แบบตรงๆ ว่าสัตว์ก็มีจิตใจได้เหมือนกันครับ มันก็กลัวเป็น มันก็ตื่นเป็น ถ้าเป็นเราอยู่ในห้องแล้วโดนคนเป็นสิบๆ มาเคาะที่ประตูรัวๆ เราก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละจริงไหมครับ

ฉากทั้งหลายนั้นผู้ใหญ่คงเข้าใจได้อย่างง่ายๆ ส่วนเด็กๆ นั้นอาจเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เราก็อาจจะลองสอนหรือลองเปิดประเด็นสนทนาระหว่างเรากับลูกหลานในสิ่งต่างๆ ที่ได้เห็นในหนัง เพื่อช่วยให้เขาเรียนรู้ หรือในบางครั้งเราก็อาจจะร่วมเรียนรู้ไปกับเด็กๆ ก็ได้ครับ เพราะบางทีเด็กก็อาจมีแง่มุมที่น่าสนใจแบบที่เราคิดไม่ถึงก็ได้

หรือไม่ก็เรียนรู้ในตัวพวกเขา เป็นเหมือนจิ๊กซอว์เล็กๆ ที่ทำให้เราเข้าใจเด็กๆ มากขึ้น เพราะสิ่งที่เขาบอก (หรือไม่บอก) ล้วนแต่สะท้อนบางสิ่งในตัวตนของเขาเสมอ หากเราสังเกตเราย่อมทราบได้ไม่มากก็น้อย (หรือถ้าไม่ทราบก็ถามดูครับ)

และหากใครได้รับชมหนังเรื่องนี้จะทราบดีว่าช่วงท้ายเขาจะมีขึ้นเบอร์สำหรับติดต่อเพื่อบริจาคให้กับมูลนิธินะครับ มีการบันทึกไว้ว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้ได้ร่วมกันบริจาค จนพวกเขาได้รับเงินถึง 20 ล้านเหรียญมาสมทบทุนทีเดียวครับ

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements